บทที่ 204 เชือดแพะขู่หญิงสาว
สวี่ชิงเดินตรงไปยังกรมปราบพิฆาตท่าเรือที่หนึ่งร้อยเจ็ดสิบหกพร้อมกับความคิดเช่นนี้
ตอนนี้เป็นช่วงกลางดึก เนื่องจากความบ้าระห่ำของกรมข่าวกรอง ด้วยความหวั่นวิตกของผู้คนส่งผลกระทบไปยังธุรกิจพวกบ่อนพนัน ถึงอย่างไรเวลานี้คนมากมายก็ไม่มีกะจิตกะใจจะหาความสำราญกัน
ระบบกฎเกณฑ์ของเจ็ดเนตรโลหิต ทำให้หนอนบ่อนไส้ในนี้…มีอยู่ไม่น้อยเลย
ถึงอย่างไรการเลี้ยงกู่ของเหล่าศิษย์รวมปราณ ก็ทำให้พวกเขาไม่มีความรู้สึกร่วมกับสำนัก และสำนักเองก็ไม่ต้องการความรู้สึกร่วมด้วย ทั้งหมดล้วนมีผลประโยชน์เป็นหลัก
เมื่อรวมกับการชุบเลี้ยงอิสระไร้กฎเกณฑ์ของผู้บำเพ็ญสร้างฐาน ดังนั้นการที่หวั่นไหวชั่วขณะเพราะผลประโยชน์ และขายข่าวกรองที่ตนเองรู้มาบางส่วนก็ไม่ได้เป็นภาระทางใจอะไร
แน่นอน การขายของก็ย่อมมีสิ่งที่ต้องจ่าย
แต่ว่าเรื่องเหล่านี้สวี่ชิงไม่สนใจ เขาก้าวเดินในยามราตรี ผ่านสถานที่เปล่าเปลี่ยวหลายแห่ง ไม่สนใจเจ้าใบ้ที่ติดตามมาเบื้องหลัง
จนมาถึงกรมปราบพิฆาต
หน้าประตูกรมปราบพิฆาต ศิษย์ที่คุ้มกันอยู่ที่นั่นสองคน ตอนที่เห็นสวี่ชิง ดวงตาก็เผยความร้อนแรงขึ้นทันที ก้มหน้าคารวะ
“คารวะเจ้ากรม!”
สำหรับพวกเขาแล้ว สวี่ชิงชื่อนี้คือตำนานไปแล้ว
อีกฝ่ายตอนแรกสุดเป็นเพียงสมาชิกของกรมปราบพิฆาต จากนั้นก็โดดเด่นขึ้นมา หนึ่งปีกลายเป็นสร้างฐาน ต่อมาอีกหลายเดือนก่อไฟชีวิตดวงแรกได้ ไม่ถึงสองปีกลายเป็นผู้บำเพ็ญไฟชีวิตสองดวง แล้วยังไปสร้างเรื่องระบือลั่นที่เผ่าสิงซากสมุทรนั่นอีก
ก่อนหน้านี้ยังสยบองค์หญิงเล็กเกาะบูรพาสงัดอีก ปัจจุบันอีกฝ่ายยังถูกขังเอาไว้ในกรมปราบพิฆาตหน่วยนิลกาฬ ทั้งหมดนี้ ทำให้สวี่ชิงกลายเป็นเป้าหมายของศิษย์ที่ร้อนแรงนับไม่ถ้วนในกรมปราบพิฆาต
สวี่ชิงสีหน้าปกติ พยักหน้าเดินผ่านไป หลังจากเข้าไปในกรงปราบพิฆาตเขาก็ตรงไปยังคุกใหญ่
คุกใหญ่ของกรมปราบพิฆาตสร้างอยู่ใต้ดิน มีเพียงชั้นเดียว
ไม่ว่าจะผู้บำเพ็ญรวมปราณหรือสร้างฐานหรือผู้บำเพ็ญพิเศษก็ถูกขังเอาไว้ที่ชั้นหนึ่งนี้ทั้งหมด ที่นี่มีห้องกรงเหล็กมากมายนับร้อย และมีค่ายกลสะกดรุนแรงอยู่อีกด้วย
ขณะเดียวกันความเลวร้ายของสิ่งแวดล้อมก็ทำให้กลิ่นของที่นี่ชวนสะอิดสะเอียดมาก ไม่ว่าจะความสกปรกของร่างกายหรือกลิ่นของอุจจาระปัสสาวะ เมื่อรวมเข้าด้วยกันแล้วก็เพียงพอที่จะทำให้คนสำรอกได้
เวลานี้กว่าครึ่งคุมขังคนร้ายประกาศจับต่างเผ่าไว้ด้านใน ในนี้ไม่มีคนที่สวี่ชิงจับมา
เพราะเมื่อสวี่ชิงลงมือ สิ่งที่เก็บกลับมามีแค่ศีรษะเท่านั้น
การมาของสวี่ชิงก็ทำให้ผู้บำเพ็ญต่างเผ่าเหล่านี้เกิดความสนใจของขึ้นมา แต่ละคนแสยะยิ้มยิงฟัน มีทั้งกระหยิ่มยิ้มย่อง มีทั้งขากเสมหะ และยังมีบางคนเมื่อเห็นสวี่ชิงก็ผิวปากทำท่าทางหยาบโลนออกมา
พวกเขาไม่กลัวตาย
พวกเขาที่ถูกคุมขังจนไม่เห็นเดือนเห็นตะวันอยู่ในนี้ อันนี้จริงก็ไม่รู้สึกกลัวต่อความตายอีกแล้ว เวลานี้ยังส่งเสียงประหลาดออกมาเป็นระยะ กระทั่งสวี่ชิงเองก็ยังได้ยินเสียงที่มาจากเด็กสาวชุดดำไกลๆ อีกด้วย
“สวี่ชิง ข้าสาปแช่งเจ้าไม่ให้ตายดี รอให้ข้าออกไปก่อน ข้าจะจัดการควักหัวใจของเจ้าออกมากินต่อหน้าทั้งเป็นเลย!!”
สวี่ชิงสีหน้าไร้อารมณ์ ไม่ได้สนใจท่าทางต่างๆ ของพวกคนร้ายประกาศจับต่างเผ่าเล่านี้ หันหน้าไปเอ่ยเสียงเรียบกับเจ้าใบ้ที่ยืนอยู่ด้านนอกว่า
“อีกสักพักไม่ว่าด้านในจะมีเสียงอะไร ก็อย่าให้คนมารบกวนข้า”
เจ้าใบ้พยักหน้าทันที สมาชิกกรมปราบพิฆาตคนอื่นด้านนอกก็ค่อยๆ มีสีหน้าเคร่งขรึม
สวี่ชิงไม่พูดอะไรอีก ปิดประตูเสียงดังปึง
เสียงโห่ร้องทั้งคุกใหญ่ก็ยิ่งรุนแรงขึ้นจากการปิดของประตู
“เจ้านี่เป็นเผ่ามนุษย์หญิงสาวในคราบชายหนุ่มหรือ ฮ่าๆ ข้าชอบของแบบนี้มาก พอเห็นแล้วมันตื่นเต้นไปหมด”
“มาๆๆ เจ้าเด็กน้อยเผ่ามนุษย์ มาช่วยเกาให้ข้าหน่อย”
“สร้างฐานแล้วมันทำไมกัน เก่งจริงก็มาสังหารข้านี่!”
“ผู้อาวุโสอย่าไปฟังพวกเขา ผู้อาวุโสช่วยข้าด้วย ข้ารู้ความลับใหญ่เรื่องหนึ่ง”
ขณะเดียวกัน ในกรงขังที่เด็กสาวชุดดำอยู่ นางผุดลุกขึ้นมาฉับพลัน กำกรงเหล็กแน่น ยอมให้มือทั้งสองเกิดเสียงฉ่าจากการเผาไหม้ของค่ายกล แต่ก็ไม่สนใจแม้แต่น้อย
ในดวงตานางมีความบ้าคลั่ง จ้องสวี่ชิงที่อยู่ไกลออกไปเขม็ง ยิ้มบิดเบี้ยวขึ้นมา
“สวี่ชิง ข้าสาปแช่งเจ้าไปสองหมื่นเจ็ดพันสามเจ็ดแปดร้อยห้าสิบหกครั้งแล้ว!”
สวี่ชิงชำเลืองมองกรงขังรอบๆ อย่างสงบ ท้ายสุดสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่ผู้บำเพ็ญหัวแพะภูเขาที่เชิดสะโพกมาทางเขา
ผู้บำเพ็ญหัวแพะภูเขาคนนี้คือสมาชิกของนกเขาราตรี เป็นเผ่าอสูรประหลาดเผ่าหนึ่ง ทั้งร่างมีขนสีดำเต็มตัว เหมือนเคยมีพลังบำเพ็ญสร้างฐาน
เวลานี้ถูกผนึกพลังบำเพ็ญไว้ แต่พลังชีวิตยังคงแข็งแกร่ง พอเห็นว่าสวี่ชิงมองตนเอง ผู้บำเพ็ญหัวแพะภูเขาเผ่าอสูรคนนี้ก็เลียริมฝีปาก
“ข้าหรือ มาๆๆ เลือกข้าสิเลือกข้าเลย ตอนนั้นข้ากินเผ่ามนุษย์ไปมากมาย สวยๆ อย่างเจ้านี่ข้าเองก็อยากจะลิ้มรสนัก ฮ่าๆ”
สวี่ชิงพยักหน้า ยกมือขวาขึ้นคว้าอากาศ ฉับพลันประตูใหญ่กรงที่หัวแพะภูเขาอยู่ก็เปิดออก พลังมหาศาลวูบหนึ่งพัดม้วนดึงผู้บำเพ็ญหัวแพะภูเขาพุ่งมาหาสวี่ชิง
สุดท้ายก็ลอยอยู่กลางอากาศ ผู้บำเพ็ญหัวแพะภูเขาเผ่าอสูรก็หัวเราะเริงร่าขึ้นมา ดวงตาเผยความบ้าคลั่ง พอกำลังจะอ้าปาก สวี่ชิงก็โบกมือ ผงพิษกองหนึ่งฟุ้งกำจายฉับพลัน ปกคลุมรอบตัวผู้บำเพ็ญหัวแพะภูเขา ซึมเข้าไปในร่างมันอย่างรวดเร็ว
“พิษ? ก็แค่นี้เอง ข้าน่ะ…”
ผู้บำเพ็ญแพะหัวภูเขาต่างเผ่าเพิ่งพูดและยังไม่ทันพูดจบ จู่ๆ ร่างกายก็สั่นสะท้าน ทั่วร่างกระตุกอย่างรุนแรง แต่ใบหน้ายังคงโหดเหี้ยมอยู่
“สบายมาก!”
สวี่ชิงไม่สนใจ สังเกตอย่างละเอียด จนกระทั่งแพะภูเขาเผ่าอสูรคนนี้ยิ่งสั่นเทิ้มรุนแรงขึ้น กระทั่งหลังจากเลือดไหลออกมาจากทวารทั้งเจ็ด สวี่ชิงก็หยิบเอาขวดแมลงสีดำออกมา เปิดออกแล้วสาดไปส่วนหนึ่ง
เพราะว่า…คนร้ายประกาศจับต่างเผ่าเหล่านี้ ไม่คู่ควรให้พวกเขาเห็นใจ ในนี้ทุกคนสังหารคนบริสุทธิ์ไปไม่น้อย ข่มขืนปล้นฆ่าเป็นเรื่องปกติ และยังเหี้ยมโหดกับเผ่ามนุษย์อย่างมาก ซ้ำบางส่วนยังเลี้ยงเผ่ามนุษย์ไว้เป็นอาหารอีกด้วย
สาเหตุที่ยังไม่สังหาร ก็แค่จะเอาไว้ใช้แทนขยะเท่านั้น ช่วงเวลาที่จำเป็นต้องการเป้ากระสุน พวกเขาก็จะถูกส่งออกไปเป็นลำดับแรก
หลังจากออกจากกรมปราบพิฆาต สวี่ชิงก็ตรงไปร้านขายยาทันที ซื้อหญ้าสมุนไพรและสมุนไพรพิษมากมายจากที่นั่น กลับไปค้นคว้าต่อในเรือเวท พ้นเที่ยงคืน เขาก็กลับไปที่คุกใหญ่ปรมปราบพิฆาตอีกครั้ง
และครั้งนี้ ตอนที่เขาเดินเข้าไป ด้านในก็ไม่มีเสียงโห่ร้องหรือพฤติกรรมน่าขยะแขยงอีกแล้ว นักโทษประกาศจับต่างเผ่าทั้งหมดตัวสั่นสะท้านในพริบตา ดวงตาเผยความสั่นสะพรึงรุนแรง จ้องมองสวี่ชิงที่ราวกับเป็นอสูรเดินดิน
สวี่ชิงสีหน้าเรียบสงบ เดินผ่านกรงขังทีละห้อง ท้ายสุดสายตาก็ตกไปอยู่ที่ในกรงข้างๆ เด็กสาวชุดดำ ที่นั่นมีผู้บำเพ็ญสามตาต่างเผ่าที่มีบาดแผลบนคอคนหนึ่ง
สวี่ชิงมองอย่างประหลาดใจผาดหนึ่ง รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตา นึกไปถึงคนในกลุ่มนกเขาราตรี แต่ก็ยังนึกไม่ออกว่าเคยฟันอีกฝ่ายไปหรือยัง จึงคว้าตัวเขามาท่ามกลางเสียงกรีดร้องสะพรึงของคนผู้นี้ สาดผงยา จากนั้นจึงปล่อยแมลงสีดำออกมา
คืนนี้เป็นเช่นเดียวกับเมื่อวาน
และเวลาก็ผ่านไปเรื่อยๆ เพียงไม่นานก็ผ่านไปถึงสามวัน
ศิษย์ในกรมปราบพิฆาตหน่วยนิลกาฬเริ่มเล่าขานความสะพรึงของสวี่ชิง และคนร้ายประกาศจับในคุกใหญ่ก็ตายหมดแล้ว เหลือเพียงเด็กสาวชุดดำเพียงคนเดียว สายตาที่มองไปทางสวี่ชิงมีความพรั่นพรึงล้ำลึกยิ่ง
“ให้หน่วยปราบเหลืองทองส่งคนร้ายประกาศจับมาที่นี่ ข้าไม่ไปที่นั่นแล้ว” การกำชับของสวี่ชิง เพียงไม่นานก็ถูกดำเนินการ ในคุกใต้ดินของหน่วยปราบนิลกาฬ ฉากของหลายวันก่อนหน้าจึงปรากฏขึ้นอีกครั้งเช่นนี้
เหล่านักโทษต่างเผ่าที่ถูกคุมขัง จากการประชดประชันที่บ้าคลั่งในช่วงเริ่มต้นจนถึงพรั่นพรึง ท้ายสุดคือตัวสั่นเทิ้มอย่างสิ้นหวัง
และการค้นคว้าแมลงดำของสวี่ชิงก็ยิ่งกระจ่างแจ้งมากขึ้น กระทั่งเขายังเพิ่มพิษศพเข้าไปอีก ในที่สุดก็ทำให้แมลงดำเหล่านั้นไม่เพียงแต่เพิ่มปริมาณอย่างมหาศาล ขณะเดียวกันระดับความคุกคามก็มากขึ้นเรื่อยๆ
คนร้ายประกาศจับต่างเผ่าทุกคนที่มันพุ่งเข้าหา ไม่กี่อึดใจก็กลายเป็นกระดูกขาวไปจนหมด เลือดเนื้อก็ถูกกลืนกินจนหมดจด
แต่สวี่ชิงยังไม่พอใจ
‘กลืนกินจากภายนอก จะถูกขัดขวางปัดป้องได้ง่าย ควรจะลับพรางเหมือนกับพิษถึงจะดี’ สวี่ชิงครุ่นคิด แจ้งกับกรมปราบพิฆาต ให้หน่วยปราบพสุธาส่งคนร้ายประกาศจับมา
และคนที่ถูกเล่นหนักที่สุดในนี้ ก็คือเด็กสาวชุดดำ
ก่อนที่จะพบสวี่ชิง นางไม่รู้ว่าความรู้สึกกลัวคืออะไร แต่การกระทำต่างๆ นานาของสวี่ชิงที่นางเห็นในหลายวันนี้ สีหน้าตั้งใจรวมถึงการกรีดผ่าอย่างเย็นชา การค้นคว้าค้นหาอย่างมีสมาธิไม่วอกแวกใดๆ สั่นกระเพื่อมอารมณ์ของนางอย่างมาก
จนถึงตอนที่คนร้ายประกาศจับหน่วยปราบพสุธาถูกนำเข้ามา ขณะที่เด็กสาวชุดดำมองสวี่ชิงโบกมือ นอกร่างกายปรากฏหมอกดำผืนหนึ่ง ร่างกายค่อยๆ สั่นเทา ส่วนลึกความหวาดกลัวในดวงตาก็มีความแปลกประหลาดที่ไม่ค่อยปรากฏให้เห็น
หลังจากมองใบหน้าด้านข้างของสวี่ชิง นางก็ยกมือขึ้นกัดนิ้วจนแตก ยื่นไปทางสวี่ชิง สีหน้าเหมือนจะสอบถามสวี่ชิงว่าจะกินหรือไม่
เมื่อเห็นว่าสวี่ชิงไม่สนใจตนเอง นางจึงหดมือที่สั่นเทาของนางกลับมาวางไว้ในปาก และเริ่มดูดเลือดของตนเอง
กระทั่งผ่านไปครู่หนึ่ง นางก็เอ่ยขึ้นด้วยเสียงสั่นพร่า
“พี่ชายสวี่ชิง…ท่านให้ข้าช่วยได้หรือไม่”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผู้กล้าเหนือกาลเวลา