บทที่ 230 สยบซือหม่าหลิง
ในฐานะที่เป็นหนึ่งในสำนักใหญ่ของพันธมิตรเจ็ดสำนัก ในตอนที่เจ็ดสำนักตัดสินใจสร้างอำนาจสยบสำนักเจ็ดเนตรโลหิต ผู้ที่สำนักล่าสิ่งแปลกประหลาดส่งมาย่อมไม่ธรรมดา
จะอย่างไรนี่ก็เป็นตัวแทนหน้าตาของสำนักล่าสิ่งแปลกประหลาด
สำหรับสำนักใหญ่แล้วหน้าตาเป็นสิ่งที่สำคัญมาก นี่เกี่ยวกับอันดับและเกี่ยวพันกับผลประโยชน์ในอนาคตของสำนัก
ผู้อ่อนแอมักจะไม่มีคุณสมบัติอยู่ในโลกที่โหดร้ายใบนี้
ดังนั้นซือหม่าหลิงในฐานะที่เป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งระดับสร้างฐานของสำนักล่าสิ่งแปลกประหลาด ไม่ว่าจะเป็นกำลังรบหรือพลังบำเพ็ญของเขา หรือจะเป็นประสบการณ์การต่อสู้ ด้วยการช่วยเหลือจากสำนักจึงมากมายนัก
ตอนนี้เสียงของเขาฉายความเย็นยะเยือก คำพูดดังสะท้อน แต่นิ้วมาปรากฏข้างหน้าสวี่ชิงใกล้จะถึงเต็มที แต่สิ่งที่รอเขากลับเป็นแววตาที่เย็นชาและการลุกโชนของกองเพลิงในร่างของสวี่ชิง
กำลังรบและพลังบำเพ็ญของสวี่ชิง อีกทั้งประสบการณ์ต่อสู้ล้วนฝึกฝนมาจากการเลี้ยงกู่และการสังการเข่นฆ่า ไม่เหมือนกับซือหม่าหลิง ซือหม่าหลิงล้มเหลวครั้งหนึ่งบางทีอาจจะไม่ตาย แต่ประสบการณ์ในอดีตและศึกตัดสินเป็นตายทุกครั้งของสวี่ชิง หากล้มเหลวครั้งหนึ่งราคาที่ต้องจ่ายคือความตาย
ดังนั้นเขายิ่งสลักผลเก็บเกี่ยวของประสบการณ์ลึกฝังแน่นในหัวใจ!
เพียงพริบตาสวี่ชิงก็ก้าวสู่สภาวะแสงนภาทันที ช่องเวทแปดสิบสองช่องในร่างตอนนี้ลุกไหม้ทั้งหมด ประดุจเตาไฟขนาดยักษ์แปดสิบสองเตา ในขณะที่ปะทุพลังท่วมฟ้า วิหคทองที่อยู่ข้างหลังสวี่ชิงก็แผ่ความร้อนออกมา ไหลวนไปทั่วร่าง ทำให้กำลังรบของเขาถึงระดับไฟชีวิตสี่ดวงในทันที
โดยเฉพาะกายเนื้อที่เพิ่มคววามแข็งแกร่งด้วยเคล็ดวิชาระดับจักรพรรดิทำให้กำลังรบของสวี่ชิงเพิ่มขึ้นมหาศาล
อีกทั้งตอนนั้นที่เขาสู้กับเหมี่ยวเฉินที่เป็นผู้บำเพ็ญระดับไฟชีวิตสี่ดวงก็เปิดช่องเวทได้เพิ่มอีกเกือบยี่สิบช่อง พลังเวทในกายมหาศาล ไฟชีวิตลุกไหม้น่าครั่นคร้าม ดังนั้นหมัดที่แปลงมาจากมือขวายกขึ้นก็ปะทุพลังทำลายล้างเกินต้านทานออกมาทันที
หมัดหนึ่งซัดไปที่มือขวาของซือหม่าหลิง
เสียงดังสนั่นสะท้อนก้องฟ้าในเสี้ยวขณะนี้ ในขณะที่น้ำทะเลรอบๆ ระเบิดพวยพุ่ง ดินริมผาแตกทลาย หอบม้วนเป็นคลื่นอากาศบ้าคลั่งโจมตีรอบๆ เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ซือหม่าหลิงหน้าเปลี่ยนสี ร่างพลันถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว ดวงตายิ่งฉายแววเคร่งเครียดออกมา
เห็นได้ชัดว่าเขาคิดไม่ถึงว่ากำลังรบของสวี่ชิงจะถึงระดับนี้ในพริบตา อีกทั้งกำลังรบประเภทนี้สำหรับเขาแล้วไม่ปกติมากๆ แต่เขากลับไม่รู้สึกถึงเงื่อนงำอะไร ทุกอย่างในร่างสวี่ชิงเขาสัมผัสได้เพียงไฟอันเข้มข้นเท่านั้น ส่วนอย่างอื่น…ล้วนรางเลือนไปหมด
“เจ้า…”
ไม่รอให้ซือหม่าหลิงพูดจบ ประกายเย็นเยียบในดวงตาสวี่ชิงก็ฉายวาบ ร่างก้าวไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง ว่องไวเร็วรี่ ประชิดเข้าไปในพริบตา ยามมือขวายกขึ้นเปลวไฟก็แปลงเป็นกริช ปาดไปที่คอของซือหม่าหลิงอย่างโหดเหี้ยม
จิตสังหารฉายวูบในดวงตาซือหม่าหลิง มือทั้งสองประสานปางมือกดไปที่หน้าอก ในชั่วพริบตาที่กริชของสวี่ชิงปาดมา เขาก็พลันอ้าปาก ส่งเสียงคำรามต่ำ
เสียงคำรามต่ำนี้มีพลังแปลกประหลาดกลุ่มหนึ่ง เพียงเสี้ยวพริบตาที่แผ่ออกมา ร่างของซือหม่าหลิงก็มีเงาซ้อนทับ สิ่งแปลกประหลาดที่ทั้งร่างเน่าเฟะ สวมชุดคลุมขาดๆ สีดำ พร้อมด้วยไอเย็นเยือกที่แผ่มาอย่างกะทันหัน ก็ลอยออกมาจากร่างของเขาแล้วกระโจนไปหาสวี่ชิงอย่างโหดเหี้ยม
แต่ชั่วขณะต่อมา เจ้าเงาที่อยู่ใต้เท้าสวี่ชิงก็ไหววูบ ก่อเป็นเงาต้นไม้ที่คนนอกมองไม่เห็น อ้าปากใหญ่ยักษ์แล้วดูดอย่างแรง สิ่งแปลกประหลาดตนนั้นเลือนรางไปทันที ขณะเดียวกับที่แตกสลายไปในทันใด สายฟ้าสีดำทางหนึ่งก็พุ่งมาจากข้างๆ อย่างรวดเร็ว คว้าโอกาสพุ่งไปหาซือหม่าหลิง
ภาพนี้ทำให้ซือหม่าหลิงต้องขมวดคิ้ว ในขณะเดียวกับที่ถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว เพียงสะบัดมือก็มีเกล็ดสีฟ้าเกล็ดหนึ่งพุ่งออกมา สกัดกั้นเหล็กแหลมสีดำไว้ข้างหน้า ทันทีที่ทั้งสองปะทะกัน เกล็ดนั้นก็แผ่เส้นไหมสีเทานับไม่ถ้วนพันรัดเหล็กแหลมสีดำอย่างบ้าคลั่ง ทำให้มันถูกสกัดกั้นโดยสมบูรณ์
ทว่าไม่อาจขวางสายฟ้าที่เหล็กแหลมดำปะทุออกมาได้ พวกมันพุ่งโจมตีซือหม่าหลิงทันที
ซือหม่าหลิงกำลังจะหลบ แต่เงาร่างของสวี่ชิงก็ประชิดมาแล้ว มือขวายกขึ้นซัดไปอย่างดุดัน ในร่างของเขาแผ่ทะเลเพลิงร้อนแรงออกมาก่อเป็นเงาฝ่ามือ ซัดไปหาซือหม่าหลิง
เสียงบึ้มดังขึ้น ซือหม่าหลิงใจสะท้านบ้าคลั่ง จำต้องถอยอีกครั้ง แต่ในดวงตากลับฉายแววเหี้ยมเกรียม กำลังโจมตีกลับแต่ในฝ่ามือที่ตบมาจู่ๆ ก็มีเงาวิหคทองตัวหนึ่งพุ่งมา สูบเขาอย่างรุนแรง
“เคล็ดวิชานี้…” ซือหม่าหลิงทั่วทั้งร่างสะท้านบ้าคลั่ง ดวงตาเบิกโพลง ในใจเกิดคลื่นยักษ์ซัดโหม ในขณะที่ประสานปางมือที่หน้าอกก็มีผมเป็นกลุ่มๆ พุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว ผมพวกนี้วนล้อมอยู่ข้างหน้าเขา ห่อหุ้มเขาเอาไว้ทั้งตัว แปรเปลี่ยนเป็นเกราะป้องกัน
ดังนั้นในเสี้ยวพริบตา ซือหม่าหลิงที่ได้รับการป้องกันจากเส้นผมนับไม่ถ้วนก็ถอยหลังไปด้วยพละกำลังของสวี่ชิงพร้อมเสียงดังกึกก้องเลื่อนลั่น ซัดร่วงลงพื้น
สวี่ชิงฉวยโอกาส ไม่หยุดนิ่งแม้เพียงเล็กน้อย ใช้ความเร็วสู้กับความเร็ว หลังจากที่เข้าประชิดก็ซัดหมัดหนึ่งไปทันที
แต่ในเสี้ยวพริบตาที่หมัดของเขาซัดไป ผมเหล่านั้นที่อยู่บนตัวซือหม่าหลิงก็พลันคลายออก พุ่งมาหาสวี่ชิงราวลูกธนู
เสียงฉึกๆ ดังสะท้อน ทะลุร่างของสวี่ชิงไป แต่เขากลับไม่แม้แต่จะขมวดคิ้ว มือขวากลับยกขึ้นด้วยสีหน้าปกติ คว้าผมพวกนั้นเอาไว้แล้วกระชากอย่างแรง
ซือหม่าชิงหน้าเปลี่ยนสีไปทันที ร่างไม่อาจถอยได้แล้ว ในขณะที่ถูกกระชาก ดวงตาของเขาก็ฉายแววเหี้ยมเกรียม คำรามเสียงต่ำออกมา รอบตัวก็มีเงาสิ่งแปลกประหลาดที่ใบหน้าสีดำคล้ำมีเขี้ยวปรากฏขึ้น กำลังจะลอยออกมาจากร่างเขาพุ่งไปหาสวี่ชิง แต่ตอนนี้สวี่ชิงกลับกระชากร่างของเขามาข้างหน้าแล้ว
เมินเฉยซึ่งสิ่งแปลกประหลาดตนนั้น หลังจากสวี่ชิงเงยหน้าเล็กน้อย ก็โขกไปที่หน้าของซือหม่าหลิงอย่างรุนแรงโดยไม่พูดไม่จา
รูปแบบการต่อสู้ของสวี่ชิงล้วนมีความโหดเหี้ยมเป็นหลักมาโดยตลอด จุดนี้ต่อให้เป็นความบ้าคลั่งอย่างนายกองก็ยังต้องตื่นตะลึง แค่เห็นก็รู้ได้แล้ว
เสียงบึ้มดังขึ้น ซือหม่าหลิงใบหน้าเต็มไปด้วยเลือด สิ่งแปลกประหลาดหน้าสีดำคล้ำมีเขี้ยวบนร่างก็ถูกกระแทกกลับเข้าไปในร่างของซือหม่าหลิงอีกครั้งจากการโขกของสวี่ชิงครั้งนี้ มันกับเส้นผมระหว่างสวี่ชิงก็แหลกสลายไปหมด
ร่างของซือหม่าหลิงร่วงลงพื้น ตื่นตะลึงกับความเหี้ยมโหดของสวี่ชิง แต่สีหน้าก็ไม่แสดงออกมาแม้แต่น้อย ในดวงตายังคงมีจิตสังหาร มุมปากเผยรอยยิ้มเกี้ยมเกรียมออกมา
“ดูถูกเจ้าไปแล้ว แต่ว่าเมื่อครู่ก็เป็นแค่อบอุ่นร่างกายเท่านั้น”
“ช่วยข้าด้วย!!” เสียงซือหม่าหลิงแฝงด้วยความตื่นกลัว ถอยหลังพลางคำรามบ้าคลั่ง กลุ่มนกเขาราตรีและสมาชิกกรมปราบพิฆาตที่อยู่รอบๆ ตอนนี้จิตใจต่างหวาดกลัว สายตาที่มองไปทางสวี่ชิงแฝงแววตื่นตะลึง
พวกเขารู้ว่าสวี่ชิงแข็งแกร่ง และเดาได้ว่าสวี่ชิงกล้าเมินซือหม่าหลิงออกคำสั่งจับกุมจะต้องมีสิ่งพึ่งพิงแน่นอน แต่พวกเขาคิดไม่ถึงว่า ความแข็งแกร่งของสวี่ชิงจะถึงขั้นที่สามารถสยบอัจฉริยะไฟชีวิตสี่ดวงจากแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ได้ง่ายๆ เช่นนี้
ต้องรู้ว่าช่วงนี้ อัจฉริยะจากพันธมิตรเจ็ดสำนักทั้งหลายท้าประลององค์ชายองค์หญิงยอดเขาต่างๆ รัศมีอำนาจถึงขีดสูงสุด ในขณะเดียวกับที่สยบจนลูกศิษย์สำนักเจ็ดเนตรโลหิตรู้สึกว่าโงหัวไม่ขึ้น ก็จำต้องยอมรับถึงความน่ากลัวของพลังพวกเขา
แต่วันนี้…ทุกอย่างเหมือนจะเปลี่ยนไปแล้ว
และในตอนนี้เอง จากคำขอความช่วยเหลือของซือหม่าหลิง จากการลงมือของสวี่ชิง เสียงแค่นจมูกก็ดังมาจากที่ไกล สะท้อนก้องไปทั่วสารทิศ เกิดเป็นพลังอำนาจกดดันเป็นระลอกๆ ทำให้ทุกคนใจสั่นสะท้าน
“บังอาจนัก!”
จากเสียงที่ดังมา ผู้คุ้มครองของซือหม่าหลิงที่จับตามองการต่อสู้ศึกนี้จากที่ไกลๆ อยู่ตลอดเวลาก็ยืนขึ้นบนหลังคา สีหน้าเย็นชามองสวี่ชิงอย่างล้ำลึกแวบหนึ่ง จะก้าวออกมา
“เจ้าเด็กชั่วช้าสมควรโดนสะกด”
สวี่ชิงพลันเงยหน้าขึ้น เขาสัมผัสได้ถึงตัวตนของคนคนนี้ตั้งนานแล้ว ตอนนี้มือขวายกขึ้นชี้ฟ้า พูดประโยคแรกนับจากที่สู้ศึกนี้มา
“กรมปราบพิฆาตรับคำสั่งนายท่านหกจับกุมกลุ่มนกเขาราตรี จับได้ทั้งคนและหลักฐานที่นี่ ตามกฎข้อที่เก้าของสำนักเจ็ดเนตรโลหิต กฎข้อที่สามของกรมปราบพิฆาต ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ผู้ที่รบกวนต้องได้รับโทษเฉกเช่นเดียวกับนักโทษ อัญเชิญค่ายกลใหญ่สำนักสะกดผู้บำเพ็ญที่รบกวนการปฏิบัติหน้าที่ผู้นี้!”
ผู้มาเยือนจากพันธมิตรเจ็ดสำนักมีอำนาจค่ายกลที่สูงมากจริงๆ แต่…ต่อให้สูงเพียงใดที่นี่ก็คือสำนักเจ็ดเนตรโลหิต ต่อให้สูงเพียงใดก็ไม่สูงไปกว่ากฎของสำนักเจ็ดเนตรโลหิต!
ก่อนหน้านี้ที่เมินค่ายกลเข้ามาในสำนักเจ็ดเนตรโลหิตได้ ก็สามารถพูดได้ว่าเป็นเพราะค่ายกลวินิจฉัยว่าพวกเขาเป็นคนกันเอง แต่ต่อให้เป็นคนกันเองก็ไม่อาจก่อกวนค่ายกลได้
กฎเข้มงวด นี่คือรากฐานของสำนักเจ็ดเนตรโลหิต!
อีกทั้งระหว่างผู้คุ้มครองกับอัจฉริยะ แม้พลังบำเพ็ญจะสูงกว่า แต่ฐานะไม่เหมือนกัน รายชื่อไม่อยู่ในอันดับ สิทธิ์อำนาจย่อมไม่เพียงพอ ดังนั้นใช้ค่ายกลสยบอัจฉริยะเจ็ดสำนักผลลัพธ์บางทีอาจจะเป็นที่น่าสงสัย แต่สยบผู้คุ้มครองสวี่ชิงมีความมั่นใจ
โดยเฉพาะปฏิบัติการจับกลุ่มนกเขาราตรีของกรมปราบพิฆาตครั้งนี้เป็นคำสั่งของนายท่านหก สิทธิ์อำนาจไม่สูงกว่าเขาก็ไร้ผล
ดังนั้น…เสี้ยวขณะต่อมา เสียงที่ไม่มีระลอกคลื่นอารมณ์ใดๆ ก็สะท้อนก้องทุกสารทิศ
“อนุมัติ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผู้กล้าเหนือกาลเวลา