บทที่ 303 อาจารย์ช่วยข้าด้วย
สวี่ชิงไม่รู้ว่าคนพวกนี้เป็นพวกเดียวกับชายชราที่ตนฆ่าหรือไม่
แต่วิเคราะห์จากเสื้อผ้ามองไม่เห็นร่องรอยอะไร ไม่ว่าจะเป็นเงาร่างที่รวดเร็วเจ็ดแปดร่างนั่น หรือชายกลางคนระดับแก่นลมปราณวังสวรรค์สามวังที่แผ่พลังท่วมฟ้าในตอนนี้ เขาล้วนไม่คุ้นหน้าทั้งนั้น
แต่จากการวิเคราะห์ง่ายๆ สวี่ชิงรู้สึกว่าคนพวกนี้กับชายชราคนนั้นน่าจะไม่ใช่พวกเดียวกัน พวกเขาเหมือนซุ่มรออยู่ที่นี่ตั้งนานแล้วมากกว่า รอให้ตนปรากฏตัวขึ้นมา
อีกทั้งน่าจะรอมานานมาก สังเกตเห็นว่ารอบตัวเขาไม่มีผู้คุ้มครองถึงได้มา
ทำได้ถึงจุดนี้ก็จะต้องมีความแม่นยำในเรื่องร่องรอยของเขา
และร่องรอยของเขาก็มีเพียงคนในพันธมิตรเท่านั้นที่สืบได้ง่ายที่สุด
ไม่เช่นนั้นแล้ว เขาที่ซ่อนตัวมาตลอดทาง ต่อให้มีคนเห็นก็ไม่มีทางรู้สถานที่เป้าหมายของเขา
“สำนักกระบี่เมฆาจรดฟ้าปล่อยข่าวอย่างนั้นหรือ” สวี่ชิงถอยหลังไปโดยทันที
เพียงแต่ความเร็วของเขาแม้จะเหนือกว่าเงาร่างที่หัวเราะเหี้ยมเกรียมประชิดเข้ามา แต่กลับด้อยกว่าผู้บำเพ็ญแก่นลมปราณวังสวรรค์สามวัง
“คิดจะหนีอย่างนั้นหรือ!”
เสียงเย็นยะเยือกดังก้อง ผู้บำเพ็ญแก่นลมปราณวังสวรรค์สามวังคนนั้นพุ่งมาหาสวี่ชิงด้วยความเร็วที่เขามองไม่ชัด มุ่งมาพร้อมด้วยจิตสังหารรุนแรง มาถึงในเสี้ยวพริบตา
ในช่วงเวลาวิกฤต กวานสวรรค์ม่วงสูงสุดที่ศีรษะของสวี่ชิงก็เปล่งแสงขึ้นทันที ก่อเป็นพลังป้องกันแปรเปลี่ยนเป็นเกราะแสงในพริบตา สกัดกั้นพลังวังสวรรค์สามวังนี้เอาไว้
เสียงบึ้มดังขึ้น มุมปากสวี่ชิงมีเลือดไหลย้อย แม้จะต้านทานพลังวังสวรรค์สามวังไว้ได้ แต่ระลอกคลื่นพลังก็ยังทำให้เขาบาดเจ็บได้อยู่ดี
ทั้งสองฝ่ายแตกต่างกันเป็นอย่างมาก
รูม่านตาสวี่ชิงหดเล็ก ถอยหลังไปในทันที ทะยานหลบหนีไปที่ไกลอย่างไม่ลังเลใดๆ ทั้งสิ้น
ผู้บำเพ็ญแก่นลมปราณวังสวรรค์สามวังคนนั้นลอยตัวอยู่ที่เดิม มองเงาร่างที่หนีไปของสวี่ชิงอย่างเย็นชา ไม่ได้ไล่ตามไปในทันที แต่สำรวจรอบๆ อย่างรวดเร็ว หยั่งเชิงว่าจะมีผู้คุ้มครองของสวี่ชิงปรากฏตัวขึ้นหรือไม่
ส่วนคนอื่นๆ ก็ไปพร้อมกับความละโมบ ไล่ตามไปอย่างรวดเร็ว
ผู้ไล่ล่าเหล่านี้ล้วนพลังบำเพ็ญไม่ธรรมดากันทั้งนั้น ล้วนเป็นผู้บำเพ็ญแก่นลมปราณวังสวรรค์ ในนั้นมีห้าคนที่เป็นผู้บำเพ็ญแก่นลมปราณวังสวรรค์หนึ่งวัง สองคนเป็นแก่นลมปราณวังสวรรค์สองวัง พวกเขาต่างปะทุความเร็วอันน่าตื่นตะลึง ล้อมสวี่ชิงไปจากทุกด้าน
พลังวิชาเวทซัดลงมา พื้นดินสั่นคลอน
เสียงดังกึกก้องสะท้อนไปทั่วทิศ บิดม้วนมิติ
ระลอกคลื่นพลังหอบม้วนไปรอบๆ ขุนเขาทลาย
ภายใต้การล้อมโจมตีเช่นนี้ ท่ามกลางเสียงดังสนั่นหวั่นไหวจากวิชาเวทของคนทั้งหลาย สองมือสวี่ชิงประสานปางมืออย่างรวดเร็ว วิชาเวทแต่ละทางๆ ก่อตัวขึ้นในมือเขา ไอน้ำเป็นกลุ่มๆ แปรเปลี่ยนเป็นอสูรทะเล คำรามกระโจนไป
เสียงดังสะท้านฟ้าสะเทือนดินดังขึ้นทันที สวี่ชิงกระอักเลือดสดๆ ออกมา ในตาฉายจิตสังหารรุนแรง แต่ศัตรูมีเยอะเหลือเกิน อีกทั้งแต่ละคนล้วนไม่ธรรมดา ทำให้เขาไม่อาจโจมตีอย่างเป็นผลได้
ตอนนี้ในขณะที่ทำได้เพียงต้านทานอยู่ตลอด ก็ทิ้งระยะห่างอย่างรวดเร็ว ถอยหลังต่อไป หนีอย่างร้อนรน ดูแล้วค่อนข้างน่าสังเวช
และพลังคุ้มครองจากกวานสวรรค์ม่วงสูงสุด เนื่องจากรับพลังวิชาเวทมากเกินไป จึงเกิดระลอกคลื่นพลังรุนแรง
มองไกลๆ ที่นี่พลังน่าหวาดหวั่นลอยอวล พลังระดับแก่นลมปราณสะท้านฟ้า เปลวเพลิงน่าครั่นคร้ามลุกโชน ก่อเป็นตาข่ายสวรรค์กับดักพิภพ
สีหน้าของสวี่ชิงฉายความตึงเครียดออกมา คลื่นสมุทรเก้าซ้อนพลันโหมซัดมา แปรเปลี่ยนเป็นคลื่นลูกแล้วลูกเล่า กระหน่ำซัดไปรอบๆ
แต่ในตอนนี้เอง ปลายขอบฟ้าไกลมีเสียงแหลมเล็กดังแหวกอากาศมา เป็นชายกลางคนระดับแก่นลมปราณวังสวรรค์สามวังคนนั้นนั่นเอง
เขาก้าวเท้าประชิดมาจากกลางอากาศ กลิ่นอายทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยอำนาจสยบ รอบกายยิ่งมีประกายแสงพร่างพรายไหลวน ทำให้เขาที่อยู่กลางท้องฟ้า ทั้งตัวเหมือนมาพร้อมด้วยความศักดิ์สิทธิ์ แต่ตอนนี้ในดวงตาทั้งสองกลับฉายความไม่แน่ใจออกมา
“ไม่มีผู้คุ้มครองจริงๆ หรือ”
แทบจะในทันทีที่คำพูดของเขาดังออกมา สวี่ชิงก็พลันเงยหน้าขึ้น ดวงตาฉายแววลิงโลดยินดี ตะโกนเสียงดังไปบนท้องฟ้า
“ท่านอาจารย์! ท่านอาจารย์ช่วยข้าด้วยขอรับ!”
คำพูดเขาแค่ดังออกมา คนทั้งหลายก็หน้าเปลี่ยนสี ในเสี้ยวพริบตาที่หันมองไปที่ไกล สวี่ชิงก็หันหลัง พลังบำเพ็ญในร่างโคจร ความเร็วปะทุจนถึงขีดสูงสุด ยิ่งไปกว่านั้นยังสะบัดมือเรียกเรือเวทออกมา ทำให้ความเร็วได้รับการเพิ่งพลังขึ้นอีก แม้แต่คุณสมบัติเทพก็ยังแผ่ออก แปรเปลี่ยนเป็นรุ้งยาว หนีไปอย่างรวดเร็ว
“ลูกไม้ตื้นๆ!” ผู้บำเพ็ญแก่นลมปราณวังสวรรค์สามวังคนนั้นแค่นเสียงหัวเราะ แต่ก็ยังคงไม่ไล่ตามไปเช่นเดิม
แต่ฟ้าดินกว้างโล่งข้างหน้าสวี่ชิงที่กำลังหนีอย่างรวดเร็วจู่ๆ ก็มีระลอกคลื่นแผ่ระลอกมา มือยักษ์ข้างหนึ่งปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าอย่างฉับพลัน ฝ่ามือหนึ่งซัดมาบนเรือเวทสวี่ชิง
เสียงระเบิดดังมาจากเรือเวท แต่ไม่ได้แหลกละเอียดไปโดยสิ้นเชิง มันเปลี่ยนทิศทางจากการควบคุมของสวี่ชิง พุ่งทะยานไปอีกทางหนึ่ง
บริเวณที่มือยักษ์ปรากฏขึ้นก่อนหน้านี้ ตอนนี้ฝ่ามือได้หายไปแล้ว แปรเปลี่ยนเป็นชายชราหน้าแดงชุดคลุมยาวสีดำคนหนึ่ง ข้างหลังเขาก็มีผู้บำเพ็ญระดับสามวังเหมือนกัน
เขายืนอยู่ตรงนั้นสัมผัสรับรู้รอบๆ อย่างไม่แน่ใจเหมือนกัน ไม่ได้ไล่ตามสวี่ชิงไป
แต่ทิศทางที่สวี่ชิงเปลี่ยนไปทางนั้น มิติแผ่ระลอกคลื่นอีกครั้ง ใบหน้ามหึมาดวงหนึ่งพลันปรากฏขึ้น ใบหน้านี้ไม่มีผม ในดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือด อ้าปากมาพร้อมด้วยความเหี้ยมโหดและดุร้าย กัดไปที่เรือเวทสวี่ชิงเต็มแรง
เสียงระเบิดดังก้อง เรือเวทของสวี่ชิงระเบิดอีกครั้ง
สวี่ชิงปวดใจ ทำได้แค่เก็บมันลงไปอย่างรวดเร็ว กัดฟันเปลี่ยนทางใหม่ พุ่งออกไปอีกครั้ง
แต่ก็มีเงาของศัตรูปรากฏขึ้นเช่นเดิม มันแปรเปลี่ยนเป็นชายกลางคนรูปร่างสูงใหญ่บ้าคลั่ง ขวางอยู่ข้างหน้า ขณะหัวเราะเหี้ยมเกรียมวังสวรรค์สามวังที่อยู่ข้างหลังก็สะกดทับลงมา
สวี่ชิงร่างสั่นสะท้านบ้าคลั่ง กระอักเลือดออกมา ระลอกเกราะป้องกันที่แผ่มาจากกวานสวรรค์ม่วงสูงสุดรอบกายยิ่งแแผ่ระลอกรุนแรง
ในตอนที่ไม่อาจหลบหลีกได้ ชายกลางคนระดับแก่นลมปราณสังสวรรค์สามวังในตอนแรกคนนั้นก็ก้าวมา
ตอนนี้รอบๆ สวี่ชิงมีผู้บำเพ็ญระดับแก่นลมปราณวังสวรรค์สามวังปรากฏขึ้นสามสี่คนแล้ว
ขณะเดียวกัน บนพื้นดินก็มีเงาผู้บำเพ็ญหลายสิบร่างทยอยทะยานมา คนพวกนี้ล้วนแต่ดักรออยู่รอบๆ รัฐเนตรคะนึง
สวี่ชิงเห็นคนพวกนี้ สีหน้าเคร่งเครียด ทันใดนั้นก็หยิบยันต์ส่งข้ามไร้ขั้นตอนออกมาแล้วบีบมัน
เพียงพริบตา พลังส่งข้ามก็ปะทุ เงาร่างของสวี่ชิงหายไปจากที่ตรงนั้น
ผู้บำเพ็ญระดับแก่นลมปราณเหล่านี้ต่างไม่ได้ตามไปตรวจสอบและไม่ได้ไล่ล่าตามไปจากการหายตัวไปของเขา ขณะเดียวกัน ความละโมบและจิตสังหารทั้งหมดที่อยู่บนใบหน้าเมื่อก่อนหน้านี้ก็หายไปในพริบตา สิ่งที่นี่ตกใจยิ่งกว่านั้นคือ ในขณะที่สีหน้าสลายไป เงาร่างของคนพวกนี้ก็ค่อยๆ รางเลือน
จวบจนหลังจากนั้นครู่หนึ่ง ก็เหมือนถูกลบไป หายไปจากที่เดิม
พื้นแผ่นดินเงียบสงบ ผ่านไปอีกครึ่งชั่วยาม ก้อนหินก้อนหนึ่งบนพื้นจู่ๆ ก็บิดเบี้ยว แปรเปลี่ยนเป็นชายชราหน้าปรุประสวมชุดนักพรตสีเขียว ชายชราคนนี้ตรวจสอบรอบๆ อย่างระมัดระวัง ดวงตาฉายประกายล้ำลึกออกมา
“แม้จะเป็นเขตแดนมายา แต่การโจมตีทุกครั้งก่อนหน้านี้ล้วนเป็นของจริง จากพฤติกรรมของสวี่ชิงคนนั้น หรือจะไม่มีผู้คุ้มครองติดตามจริงๆ
“แต่ไม่มีผู้คุ้มครอง เขาจะกล้าออกมาข้างนอกอย่างไม่เกรงกลัวเช่นนี้หรือ
ทั้งหมด ภายใต้การกวาดสายตามองของนายท่านเจ็ดล้วนแหลกสลาย
สีหน้าของสวี่ชิงไม่เคร่งเครียดเหมือนก่อนหน้านี้อีกต่อไป แต่เปลี่ยนกลับมาสงบนิ่ง บาดแผลบนร่างยิ่งฟื้นฟูในพริบตา ตอนนี้ในขณะที่เงยหน้ามองท้องฟ้า ข้างหูก็มีเสียงนายท่านเจ็ดดังมา
“แต่ว่านี่ก็เข้าใจได้ อย่างไรเสียก็ไม่มีใครโง่ แต่ต่อให้เป็นร่างแยกมาก็คิดว่าจะลอยนวลไปได้อย่างนั้นหรือ”
นายท่านเจ็ดเอ่ยเรียบนิ่ง มือขวายกขึ้นคว้า ทันใดนั้น บริเวณที่ยักษ์พันจั้งระเบิด มิติก็บิดม้วน เวลาเหมือนไหลย้อนกลับ เลือดเนื้อนับไม่ถ้วนลอยขึ้น แปรเปลี่ยนเป็นเงาร่างยักษ์อีกครั้ง ในดวงตาของมันฉายความตื่นกลัวและไม่อยากจะเชื่อออกมา
“เจ้า…”
ไม่รอให้มันพูดจบ นายท่านเจ็ดเงื้อมือแล้วฟันลงไป!
ภายใต้การฟันนี้มีเสียงเหมือนเส้นด้ายขาด เสี้ยวขณะต่อมาเหนือศีรษะของยักษ์คนนี้ก็มีเส้นด้ายที่ประเดี๋ยวเลือนราง ประเดี๋ยวปรากฏเส้นหนึ่งปรากฏขึ้นมา เส้นด้ายเส้นนี้ขาดสะบั้นทันที จากนั้นก็ขาดต่อไปเรื่อยๆ แผ่ลามไปในความว่างเปล่าเหมือนย้อนกลับหาต้นกำเนิด
สุดท้าย เสียงร้องโหยหวนน่าสังเวชก็ดังมาจากความว่างเปล่าท่ามกลางความเหลือเชื่อและความหวาดกลัวสุดขีดของยักษ์พันจั้งตนนี้
เสี้ยวขณะต่อมา ร่างของยักษ์พันจั้งก็แห้งเหี่ยว กระอักเลือดออกมา ปากส่งเสียงร้องเจ็บปวดน่าสังเวชออกมา ร่างแตกสลายอีกครั้ง ระเบิดแหลกเป็นชิ้นๆ
เพียงแต่ครั้งนี้ สิ่งที่สลายไปด้วยยังมีร่างแท้และวิญญาณของมันที่ไม่รู้ว่าซ่อนอยู่ที่ใดด้วย ล้วนแต่ถูกนายท่านเจ็ดใช้เคล็ดวิชาลับเอาไป ไม่เหลือแม้เพียงน้อยนิด
ภาพนี้ทำให้สวี่ชิงดวงตาเบิกกว้าง เขาไม่รู้ว่าหากร่างแยกหากเป็นระดับไฟชีวิตห้าดวงแล้ว ร่างแท้จริงจะมีพลังบำเพ็ญระดับใด แค่คิดแล้วมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นระดับปราณก่อกำเนิด
ในขณะที่จิตใจสวี่ชิงเกิดคลื่นซัดโหม นายท่านเจ็ดก็สะบัดมือไปบริเวณที่ชายชราหน้าปรุหายไป ภาพเดิมปรากฏขึ้นอีกครั้ง
ชายชราชุดเขียวก่อร่างขึ้นอีกครั้ง สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ส่งเสียงแหลมเล็กออกมา
“นายท่านเจ็ดไว้ชีวิตข้าด้วย ข้า…” ไม่รอให้เขาพูดจบ นายท่านเจ็ดก็สะบัดมืออีกครั้ง ท่ามกลางฟ้าถล่มดินทลาย สวี่ชิงอึ้งตะลึง เขามองวิญญาณที่สลายไป เอ่ยถามหยั่งเชิงขึ้น
“อาจารย์ มอบวิญญาณให้ข้ามาสะกดช่องเวทบ้างได้หรือไม่”
“นายพรานจะต้องออกล่าเอง ข้าไม่มีหน้าที่มอบเหยื่อให้เจ้า รับผิดชอบแค่ให้อาวุธกับความสามารถเจ้าเท่านั้น”
นายท่านเจ็ดเอ่ยราบเรียบ มือที่เงื้อขึ้นเพียงบีบ ทันใดนั้นเหนือศีรษะชายชราชุดเขียวก็มีเส้นด้ายปรากฏขึ้น มันขาดเป็นชุ่นๆ ไปในความว่างเปล่า สุดท้ายก็ส่งเสียงร้องโหยหวนที่ในความน่าสังเวชก็มาพร้อมด้วยความทุกข์ทนและยากจะเชื่อ ร่างจริงและร่างแยกแตกสลาย นายท่านเจ็ดเก็บไป
ทำทุกอย่างเสร็จ นายท่านเจ็ดสะบัดชายเสื้อ บริเวณที่เด็กคนนั้นกลายเป็นฝนเลือด ฝนเลือดไหลย้อนกลับ เงาร่างเด็กปรากฏขึ้น สีหน้าของเขาแฝงด้วยความตื่นกลัวรุนแรงจนถึงขีดสูงสุด
“ระดับซ่อนวิญญาณมีพลังนี้ได้อย่างไร ย้อนคืนร่างจริงได้ เจ้า…เจ้ามีพลังบำเพ็ญระดับใดกันแน่!”
ขณะพูด ร่างของเขาก็ถอยไปข้างหลัง มือทั้งสองสะบัด แสงค่ายกลนับไม่ถ้วนสาดแสงเจิดจ้า ในเสี้ยวพริบตาที่หนีไปไกล นายท่านเจ็ดเงื้อมือสะบัด ร่างจริงที่เด็กคนนี้ซ่อนเอาไว้ในที่ไหนสักแห่งระเบิดแหลกทันที ส่วนร่างแยกนี้ก็สลายไปอย่างรวดเร็ว นายท่านเจ็ดจะเก็บมันไปแล้ว
สวี่ชิงที่อยู่ข้างๆ เห็นโอกาสสุดท้ายจะไม่เหลือแล้ว เขาก็พลันนึกถึงเรื่องอาจารย์ใจอ่อนที่นายกองพูดตอนอยู่ในสระเซียนได้ จึงเลียนแบบนายกอง เอ่ยอย่างน้อยอกน้อยใจ
“อาจารย์ เรือเวทของข้าระเบิดไปสองครั้ง ยันต์ส่งข้ามไร้ขั้นตอนของข้าก็ใช้ไปสองชิ้น”
นายท่านเจ็ดปรายตามองสวี่ชิงอย่างอยากจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม พยักหน้าหงึกๆ
“พูดเช่นนี้ ข้าก็ต้องชดเชยให้เจ้าบ้าง” พูดแล้ว มือที่เงื้อขึ้นของเขาก็เปลี่ยนจากสะบัดเป็นคว้า ทันใดนั้น ร่างแยกที่สลายไปกว่าครึ่งของเด็กคนนั้นก็สะท้านเฮือก เศษเสี้ยววิญญาณกลุ่มหนึ่งในนั้นถูกดึงออกมา
นายท่านเจ็ดคว้าเอาไว้ในมือ แล้วบีบอย่างแรง เศษเสี้ยววิญญาณกลายเป็นพลังวิญญาณห้าสิบเก้าส่วน ก่อนจะซัดไปที่ร่างสวี่ชิง
สวี่ชิงสะท้านไปทั้งร่าง พลังวิญญาณห้าสิบเก้าส่วนนี้ ทุกส่วนล้วนเทียบได้กับวิญญาณของระดับแก่นลมปราณวังสวรรค์หนึ่งวัง ตอนนี้แผ่ไปในช่องเวทหลายสิบช่อง ทำให้ไฟในช่องเวทลุกโหมยิ่งกว่าเดิมในทันที

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผู้กล้าเหนือกาลเวลา