เข้าสู่ระบบผ่าน

ผู้กล้าเหนือกาลเวลา นิยาย บท 402

บทที่ 402 สรรพสิ่งแปรเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อม

เหตุไม่คาดฝันมักจะเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน สร้างเกลียวคลื่นท่วมจมจิตใจคน

ดั่งเช่นในตอนนี้ สวี่ชิงแค่ฟังปลัดเขตปกครองบรรยายประวัติศาสตร์เผ่ามนุษย์ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ฟังเรื่องราวในอดีตของเผ่ามนุษย์ จมอยู่ในนั้นไปโดยสัญชาตญาณ ภายใต้การไม่ได้มีการเตรียมตัวใดๆ ก็ได้ยินชื่อคนที่เขาไม่อยากได้ยินที่สุด

และพิจารณาจากคำวิพากษ์วิจารณ์ของปลัดเขตปกครอง เหมือนว่าคนคนนี้…เคยสร้างคุณูปการที่ยิ่งใหญ่กับเผ่ามนุษย์ด้วย

สวี่ชิงไม่ได้ยิ่งใหญ่ขนาดนั้น ความคิดของเขาเรียบง่ายมาก หาอีกาตัวนั้นให้เจอแล้วฆ่ามันเสีย

ส่วนอีกฝ่ายเคยทำอะไร เป็นเหมือนกับที่ปลัดเขตปกครองพูดมาจริงๆ หรือเป็นสิ่งที่ชนรุ่นหลังแต่งขึ้นมา สวี่ชิงคิดว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องไปขบคิดพิจารณา

ในโลกนี้บางทีอาจจะมีนิยามของดีเลวจริงๆ แต่ในส่วนใหญ่ระหว่างมนุษย์ด้วยกันไม่ได้ง่ายดายเช่นนั้น แต่แฝงไว้ด้วยความซับซ้อน

ดังนั้นดีเลวในความหมายที่แท้จริงนั้นน้อยมาก ทุกอย่างสรุปแล้ว ส่วนใหญ่ล้วนเกิดจากความแตกต่างของจุดยืน

คนหนึ่งคนเพื่อที่จะมีชีวิตต่อไป แย่งลูกกลอนขาวเม็ดสุดท้ายจากชีวิตของคนอีกคนหนึ่ง คนคนนั้นจึงกลายพันธุ์ตายด้วยเหตุนี้ และคนที่แย่งชิงมาทำเรื่องแบบนี้มากมาย สุดท้ายก็มีชีวิตต่อไป

เช่นนั้นในสายตาของคนที่ถูกทำร้ายตายและในสายตาของคนทั้งโลก เขาเป็นคนเลว

แต่หลังจากที่เขามีชีวิตรอดต่อมาในอนาคตได้ช่วยคนมากมาย ทำให้คนอื่นไม่ตาย เช่นนั้นมองจากมุมมองของคนเหล่านี้ เขาเป็นคนดี

เช่นนั้นสรุปแล้วเขาเป็นคนเลวหรือคนดี

บางเรื่องความจริงแล้วยากที่จะแบ่งแยก เพราะไม่ว่าจะเลือกอย่างไรก็ไม่ถูก ไปวิเคราะห์พฤติกรรมการกระทำความจริงแล้วแฝงไว้ด้วยจุดยืนมุมมองที่ต่างกัน

คำตอบที่ได้จากทุกจุดยืน มุมมองก็แตกต่างกัน

เหตุผลนี้ในตอนที่สวี่ชิงยังเด็กก็ได้เห็นตัวอย่างจากเหตุการณ์จริงมากมาย และมีที่ไม่เข้าใจ

เดินมาตลอดทางจนกระทั่งวันนี้ แม้เขาจะยังไม่ทะลุปรุโปร่ง แต่ก็พอจะรู้ทิศทาง

มั่นคงมิแปรผัน

เพียงพอแล้ว

เจ้าจะฆ่าข้า ข้าก็จะฆ่าเจ้า

เจ้ามาแย่งข้า ข้าก็จะฆ่าเจ้า

เจ้าจะทำร้ายข้า ข้าก็จะฆ่าเจ้า

เจ้าฆ่าพ่อแม่ข้า ข้ายิ่งต้องฆ่าเจ้า!

ศีรษะของสวี่ชิงเปลี่ยนจากก้มหน้าเป็นเงยหน้า แววตาใสกระจ่าง มองไปทางปลัดเขตปกครองที่อยู่ข้างบน

ตอนนี้ปลัดเขตปกครองก็บรรยายประวัติศาสตร์เผ่ามนุษย์จบพอดี และกำลังมองไปทางอัจฉริยะโดดเด่นเผ่ามนุษย์ของรุ่นนี้ในตำหนักใหญ่ สายตากวาดมองทุกคน มองเห็นสวี่ชิง

ทั้งสองคนประสานสายตากัน

ปลัดเขตปกครองพยักหน้า

“ต่อไปข้าจะบรรยายให้พวกเจ้าฟังว่าในยามคับขัน อาศัยต้นไม้ใบหญ้าช่วยเหลือตัวเองอย่างไร แน่นอนว่านี่มีข้อจำกัดบางอย่าง นั่นก็คือในยามคับขันที่เจ้าอยู่ต้องมีต้นไม้ใบหญ้า

“เรื่องนี้ความจริงแล้วก็พบเห็นบ่อย จำนวนของพืชพรรณในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์มากกว่าหมื่นเผ่าพันธุ์

“หากยืนอยู่บนจุดที่สูงที่สุดแล้วก้มหน้ามองทั้งแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ พวกเจ้าก็จะพบว่าหากลบหมื่นเผ่าแล้ว แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ดูไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่หากลบต้นไม้ทั้งหมดออกไป การเปลี่ยนแปลงของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ในสายตาพวกเจ้าก็จะชัดเจนมาก”

เสียงของปลัดเขตปกครองแฝงความแหบพร่า ภายใต้การขับเน้นจากเงาร่างที่แก่ชราของเขา เสียงนี้ก็เหมือนแฝงไว้ด้วยห้วงเวลาที่ไหลผ่าน ค่อยๆ ดังเข้ามาในจิตใจของคนทั้งหลาย

“ข้าจะไม่สอนวิธีโดยละเอียดให้กับพวกเจ้า เรื่องนี้หลังจากที่พวกเจ้าเรียนแล้วจำต้องขบคิดเอง ข้าจะสอนเพียงกรอบความคิดให้กับพวกเจ้าเท่านั้น นี่ก็เป็นทิศทางในการค้นคว้าหลายปีมานี้ของข้า

“นั่นก็คือ…เปลี่ยนคุณลักษณะเฉพาะของต้นไม้ต้นหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น เปลี่ยนต้นหญ้าธรรมดาๆ ให้เป็นสมุนไพร ยกตัวอย่างเช่นเปลี่ยนสมุนไพรวิญญาณให้เป็นสมุนไพรพิษ หรือยกตัวอย่างเช่นเปลี่ยนต้นไม้พิษให้กลายเป็นต้นหญ้าวิญญาณ นี่จะทำให้พวกเจ้ามีวิธีการช่วยเหลือตัวเองเพิ่มขึ้นท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เป็นวิกฤตอันตราย”

สวี่ชิงคล้ายครุ่นคิด ทิศทางนี้ก่อนหน้านี้เขาเคยคิดเหมือนกัน

จากคำของปรมาจารย์ไป่ สามารถใช้วิชาปรับสมดุลเพียบพร้อมหยินหยาง นำสมุนไพรที่เก็บมาตามหลักการปรุงยา ใช้สมุนไพรอื่นๆ ไปผสม ก็จะทำให้เปลี่ยนไปได้

ทว่าวิธีนี้ยังมีข้อบกพร่องบางอย่างอยู่ สมุนไพรบางอย่างหยินหยางเพียบพร้อมไม่สามารถเปลี่ยนมันได้

ในตอนที่สวี่ชิงครุ่นคิด คนอื่นๆ ก็กำลังขบคิดเช่นกัน

คนทั้งหลายที่นี่แม้ความรู้ความเข้าใจในสมุนไพรจะธรรมดา แต่จะมากจะน้อยก็ล้วนมีบ้างเล็กน้อย อย่างไรเสียในโลกนี้ ลูกกลอนเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

ปลัดเขตปกครองยิ้มพลางมองคนทั้งหลาย จากนั้นก็สะบัดมือเอากระถางดอกไม้ออกมากระถางหนึ่ง ในนั้นมีดอกไม้ดอกเล็กๆ สีแดงสดดอกหนึ่ง

ดอกไม้นี้มีก้านสีเขียวคราม ดอกสีแดง มีสามกลีบ แต่ละกลีบมีเกล็ดเล็กๆ มากมาย เมื่อประกอบด้วยกันก็เต็มไปด้วยความสวยงามแปลกประหลาดชั่วร้าย

“ดอกเกล็ดแดง” สวี่ชิงจำได้ในทันที นี่เป็นดอกไม้ที่มีพิษร้ายแรงอย่างหนึ่ง อีกทั้งมีน้อยมาก เป็นประเภทที่หยินหยางเพียบพร้อมไม่สามารถเปลี่ยนได้ประเภทนั้น

“พวกเจ้าดูให้ดี”

ปลัดเขตปกครองยกมือหยิบขวดเล็กใบหนึ่งออกมา เทของเหลวในนั้นไปในดิน จากนั้นก็สังเกตการเปลี่ยนแปลงของดอกเกล็ดแดง แล้วเทน้ำยาอีกตัวลงไป

ทำพวกนี้เสร็จมือทั้งสองของเขาก็ยกขึ้นสะบัด ทันใดนั้น พลังบำเพ็ญหนักแน่นมหาศาลก็ถ่ายลงไปที่กระถางดอกไม้ ทำให้ยาที่ซึมไปในดินถูกดอกเกล็ดแดงดูดซับได้เร็วยิ่งขึ้น

ภาพอันน่าอัศจรรย์ค่อยๆ ปรากฏ

สีของดอกเกล็ดแดงค่อยๆ เปลี่ยนไปกลายเป็นสีขาว ยิ่งกว่านั้นคือมีกลิ่นหอมลอยมา ตลบฟุ้งไปทั่ว

คนทั้งหลายในตำหนักต่างประหลาดใจ สวี่ชิงยิ่งตื่นตะลึงเป็นอย่างยิ่ง

ภาพนี้ดูเหมือนง่าย แต่ยิ่งเข้าใจก็ยิ่งตื่นตะลึง

สวี่ชิงรู้ดีว่าวิธีหยินหยางเพียบพร้อมไม่อาจเปลี่ยนดอกเกล็ดแดงได้ แต่ตอนนี้วิธีที่ปลัดเขตปกครองใช้ทำจุดนี้ได้ นี่ทำให้ในดวงตาสวี่ชิงฉายแสงแรงกล้า

“พวกเจ้าเข้าใจแล้วหรือยัง”

“อยากจะเปลี่ยนสภาวะสมุนไพรต้นหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีหวือหวา และไม่จำเป็นต้องใช้หยินหยางปรับเปลี่ยน สำหรับข้า สิ่งที่ต้องใช้คือหล่อเลี้ยงสรรพสิ่งด้วยความเงียบงัน

“ท่ามกลางความเงียบงันไม่รู้ตัว เจ้าเปลี่ยนสภาพแวดล้อมที่มันอยู่ เปลี่ยนแปลงสารอาหารหล่อเลี้ยงที่มันต้องการ ทำให้มันดูดซับช้าๆ โดยไม่รู้ตัว ได้รับอิทธิพลจากภายใน

“พูดให้ถูกต้องคือ ข้าไม่ได้ไปเปลี่ยนสภาวะของมัน แต่เป็นพลังของมันเปลี่ยนแปลงสภาวะของตัวเอง สิ่งที่ข้าทำก็แค่สร้างสภาพแวดล้อมและสารอาหารหล่อเลี้ยงชักนำทิศทางการเปลี่ยนแปลงมันก็เท่านั้น”

ปลัดเขตปกครองยิ้มพลางเอ่ย ในดวงตาแฝงแววให้กำลังใจ มองคนทั้งหลายในตำหนักใหญ่ที่ต่างจมอยู่ในห้วงความคิด

“นี่คือกรอบที่ข้าสอนพวกเจ้า พวกเจ้าใช้มันเป็นพื้นฐาน แล้วค่อยไปศึกษาวิถีพืชสมุนไพร ก็จะออกแรงน้อยแต่ได้ผลมากอย่างแน่นอน

“ความรู้ศาสตร์นี้ ในเจ็ดวันหลังจากนี้ข้าจะมาบรรยายให้พวกเจ้าฟังบ้าง หลังจากเจ็ดวันหากพวกเจ้าไม่สามารถประยุกต์ใช้ได้จะใช้แต้มกองทัพของพวกเจ้ามาเรียนกับข้าที่จวนปลัดเขตปกครองก็ได้”

พูดจบปลัดเขตปกครองก็เดินไปข้างนอก

คนทั้งหลายในตำหนักใหญ่ต่างเคร่งขรึมจริงจัง โค้งคารวะปลัดเขตปกครอง

สวี่ชิงก็เช่นกัน วิชานี้สำหรับเขาแล้วเปิดแนวคิดให้ได้อย่างมหาศาล

วิชาวันนี้ก็จบสิ้นลงจากการจากไปของปลัดเขตปกครอง คนทั้งหลายต่างเดินออกไปจากตำหนักใหญ่

ตอนนี้ข้างนอกเลยเวลาโพล้เพล้มาแล้ว จันทร์กระจ่างลอยขึ้นฟ้า

ดวงจันทร์วันนี้งดงามนัก ท้องฟ้าไร้เมฆ แสงจันทร์นวลกระจ่างประดุจแม่น้ำดาราเทลงมา

สวี่ชิงที่ไปจากตำหนักใหญ่ด้วยกันกับนายกองเตรียมกลับสำนักย่อย เพิ่งเดินออกมาข้างหลังก็มีเสียงสบายๆ ของข่งเสียงหลงดังมา

“สวี่ชิง”

“วันหน้าทุกคนล้วนเป็นสหายร่วมรบกัน ข้าอยากชวนเจ้าไปดื่มด้วยกัน ข้าไม่อ้อมค้อมให้ยุ่งยาก ข้าอยากคบค้าเป็นสหายกับเจ้า

“อีกทั้งสหายสนิทของข้าพวกนั้นก็สงสัยในตัวเจ้ามาก เจ้าเพิ่งมาเมืองหลวงเขตปกครอง อาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจวังครองกระบี่นัก อีกเดี๋ยวข้าจะแนะนำให้เจ้าด้วยเช่นกัน

“เจ้าว่าอย่างไร”

สวี่ชิงได้ยินชะงักฝีเท้า หันไปมองข่งเสียงหลงที่เดินมา ใบหน้าของอีกฝ่ายแฝงด้วยความจริงใจ รอยยิ้มยิ่งเป็นเช่นนั้น ข้างหลังมีพวกซานเหอจื่อเดินตามอยู่

สวี่ชิงลังเล อีกฝ่ายเชื่อเชิญอย่างจริงใจถึงเพียงนี้ อีกทั้งเขาก็อยากทำความเข้าใจเกี่ยวกับผู้ครองกระบี่มากขึ้นจริงๆ แต่ว่าอีกฝ่ายเหมือนไม่ค่อยชอบนายกองสักเท่าไร

“สหายเฉิน หากเจ้าไม่มีเวลา…” ข่งเสียงหลงดูเหมือนไม่ละเอียด แต่นั่นเป็นแค่นิสัย แค่ขี้เกียจจะคิดก็เท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าเขาโง่ ตอนนี้ย่อมมองเห็นความลังเลของสวี่ชิง

จึงสะกดความระแวงระวังเฉินเอ้อร์หนิว เอ่ยราบเรียบ

“มีเวลา!” นายกองกระแอมขึ้นทีหนึ่ง พอใจที่สวี่ชิงดูแลตนมากๆ

ข่งเสียงหลงหัวเราะ ไม่ได้สนใจ แนะนำประสบการณ์สัมผัสรับรู้กระบี่จักรพรรดิให้พวกสวี่ชิงฟัง

เวลาก็ได้หมุนผ่านไปช้าๆ เช่นนี้ พวกเขาดื่มกันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะนายกองเอาเหล้าวิญญาณที่สำนักเจ็ดเนตรโลหิตหมักเองออกมา เหล้าประเภทนี้คนทั่วไปดื่มไม่ได้ จะเมาตายเอา

แต่สำหรับผู้บำเพ็ญแล้วเป็นสุราหมักชั้นเลิศ

นี่ทำให้ความรู้สึกของข่งเสียงหลงที่มีต่อนายกองดีขึ้นมาเล็กน้อย

ทว่าจนถึงท้ายที่สุดแล้วต่อให้คนทั้งหลายจะเป็นผู้บำเพ็ญ แต่ก็ยังเมากันเล็กน้อย

เพราะไม่มีใครโคจรพลังบำเพ็ญกำจัดไอเหล้า

คำพูดคำจาก็เป็นธรรมชาติขึ้นมาก ระหว่างนั้นซานเหอจื่อไม่เคร่งขรึมอีกต่อไป แต่สบถก่นด่าตระกูลเหยารัวๆ ในคำพูดไม่พอใจที่ตระกูลเหยาสนิทสนมกับต่างเผ่าเอามากๆ

ทั้งยังพูดถึงเจ้าเขตปกครองและปลัดเขตปกครอง ฝ่ายหน้าพวกเขาทอดถอนสะท้อนใจ ยิ่งมีความเข้าใจและความเคารพเลื่อมใส ฝ่ายหลังต่างยอมรับว่ามีความรู้กว้างขวางลึกซึ้ง มีความสามารถเหนือใคร สร้างความสงบร่มเย็นให้เมืองหลวงเขตปกครอง

สุดท้ายนายกองยิ่งแข่งดื่มเหล้ากับข่งเสียงหลง ทำให้ความสนุกสนานครึกครื้นพุ่งไปถึงขีดสูงสุด

จวบจนกลางดึก คนทั้งหลายถึงได้ไปจากร้านเหล้า ต่างแยกย้ายกันไป

การรวมตัวกันครั้งนี้แม้ไม่อาจทำให้พวกเขากลายเป็นสหายกันได้ในทันที แต่ต่างฝ่ายจะมากจะน้อยก็คุ้นเคยกันขึ้น

ระหว่างทางกลับสำนักย่อย นายกองโอบไหล่สวี่ชิง ทำท่าเหมือนสั่งสอนชี้แนะ

“ข้าจะบอกเจ้าให้นะอาชิงน้อย คนพวกนี้คอไม่ได้เรื่องเลย ศิษย์พี่ใหญ่เจ้าคนนี้เพิ่งจะแสดงออกมาเพียงส่วนเดียว ข่งเสียงหลงนั่นยิ่งแย่ เขาดื่มสู้ข้าไม่ได้!”

สวี่ชิงยิ้มๆ พยักหน้าเห็นด้วย

ไร้คำพูดจาตลอดคืน

หกวันหลังจากนั้น วิชาเรียนที่ตำหนักประสิทธิ์วิชาดำเนินไป พวกเขาผู้ครองกระบี่หน้าใหม่เหล่านี้สิ่งที่ได้เรียนส่วนมากล้วนเป็นเคล็ดวิชาลับผู้ครองกระบี่ เรียนรู้เข้าใจความรู้มากขึ้น

ระหว่างนั้นวังครองกระบี่ยังทำการแบ่งกลุ่มย่อยเพื่อช่วยในวิชาเรียน

ภายใต้การจัดการของวังครองกระบี่ แม้วิชาเรียนบางวิชาจะเรียนในตำหนักบางแห่งในวังครองกระบี่ แต่ในนั้นแปรเปลี่ยนสรรพสิ่ง กลายเป็นมิติ

ภายใต้การแบ่งกลุ่มตลอด คนทั้งหลายก็ค่อยๆ เปลี่ยนจากแปลกหน้ามาคุ้นเคยกัน

ครั้งหนึ่งสวี่ชิงถูกจับให้มาอยู่กลุ่มเดียวกันกับชิงชิว ทั้งสองคนทำการทดสอบดักซุ่มโจมตีด้วยกันสำเร็จ แม้จะเย็นชาใส่กัน แต่การร่วมมือกันอย่างไร้รูปร่างกลับสามัคคีกลมเกลียวกัน นี่ทำให้จิตใจของชิงชิวสับสนอยู่นาน

แล้วยังมีอีกครั้งหนึ่งเป็นข่งเสียงหลงจับกลุ่มกับนายกองไปทำการร่วมค้นหา

แต่ว่าล้มเหลว

เพราะวัตถุที่พวกเขาหา นายกองอดไม่ได้แทะไปคำหนึ่ง

หลังจากครั้งนั้น ข่งเสียงหลงแอบเตือนพวกซานเหอจื่อ ให้พวกเขาระวังเฉินเอ้อร์หนิว

“เจ้านั่นมีจมูกสุนัข หาของอาศัยสัญชาตญาณ ดวงตายังยิงแสงได้ ยิ่งชอบไปกัดแทะ วันหน้าถ้าพวกเจ้าออกทำภารกิจกับเขาจะต้องคอยระวังวัตถุที่เป็นภารกิจให้ดี!”

เวลาเจ็ดวันเพียงพริบตาก็ผ่านไปเช่นนี้ การฝึกฝนลับจบสิ้น

ต้องบอกเลยว่าผลของการฝึกฝนลับเจ็ดวันของวังครองกระบี่มีมากนัก เมื่อเจ็ดวันก่อนพวกเขาต่างแปลกหน้ากัน แต่เจ็ดวันหลังนอกจากจะคุ้นเคยกันแล้ว ยังมีมิตรภาพเพิ่มขึ้นมาอีกเล็กน้อยด้วย

แม้จะไม่มาก แต่นี่คือเมล็ดพันธุ์

เมล็ดพันธุ์ที่จะงอกเงยเป็นสหายร่วมรบ

แน่นอนว่ายกเว้นจางซืออวิ้น

และในตอนที่คนทั้งหลายเข้าร่วมการทดสอบสุดท้ายของการฝึกฝนลับ สวี่ชิงก็ได้รับคำสั่งหน้าที่ บอกว่าไม่ต้องเข้าร่วมการทดสอบ ให้ไปรายงานตัวรับตำแหน่งกับเจ้าวังทันที

เจ้าวังไม่ได้อยู่ที่วังครองกระบี่

เขาอยู่ที่กรมราชทัณฑ์

นี่คือหน้าที่ของเจ้าวังครองกระบี่เขตปกครองผนึกสมุทรทุกรุ่น ดูแลปกครองกรมราชทัณฑ์

ดังนั้นสวี่ชิงจึงไปจากตำหนักประสิทธิ์วิชา ถือป้ายคำสั่ง มุ่งหน้าตรงไปยังคุกอันดับหนึ่งเขตปกครองผนึกสมุทรบนพื้นดินแห่งนั้น

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผู้กล้าเหนือกาลเวลา