เข้าสู่ระบบผ่าน

ผู้กล้าเหนือกาลเวลา นิยาย บท 470

บทที่ 470 ตาที่แอบซ่อนอยู่ในม่านฟ้า

……….

น้ำในแม่น้ำยมโลกที่มืดดำ ท่ามกลางสายน้ำที่ซัดกระหน่ำก็โหมไหลบ่าไป บนนั้นมีใบหน้านับไม่ถ้วนลอยอยู่ ส่งเสียงร้องคร่ำครวญชั่วนิจนิรันดร์

ตอนที่พวกมันมีชีวิตล้วนเป็นเผ่าวิญญาณบรรพกาลทั้งสิ้น โดนคำสาป ต่อให้ตายก็ไม่อาจได้รับความสงบสุข จมอยู่ในความเจ็บปวดชั่วกาลนาน

ต่อให้ไม่มีสติปัญญา เหลือเพียงสัญชาตญาณ แต่ความทุกข์ทรมานนี้ยังคงอยู่

เสียงโหยไห้แสบแก้วหู

สำหรับคนที่ฟังเป็นครั้งแรกจะรู้สึกไม่สบายเอามากๆ กระทั่งว่าจิตใจจะได้รับผลกระทบปริแตก แต่สำหรับสวี่ชิง ฟังมาทั้งวันก็ชินเสียแล้ว

ตอนนี้เขายืนอยู่เหนือแม่น้ำ เงยหน้ามองท้องฟ้า

บนท้องฟ้าสลัวคลุมเครือเต็มไปด้วยหมอก พระจันทร์สีม่วงของเขาแผ่แสงจันทร์สีม่วงอยู่ตลอด ส่วนหมอกพิษก็ลอยอวลอยู่หน้าดวงจันทร์ เหมือนคลุมผ้าโปร่งบางพิษให้กับแสงจันทร์ชั้นหนึ่ง

จ้องเพ่งพระจันทร์สีม่วง วังสวรรค์พระจันทร์สีม่วงในร่างสวี่ชิงโคจรอย่างรวดเร็ว ในดวงตาฉายแสงสีม่วงเข้มข้น สะท้อนกับดวงจันทร์บนผ้า

จวบจนกระทั่งครู่หนึ่ง สวี่ชิงดึงสายตากลับมา มองไปยังส่วนลึกของแม่น้ำยมโลก สัมผัสระลอกคลื่นน่ากลัวที่แผ่ออกมาจากในนั้นรางๆ

ต่อให้ห่างไกลกันขนาดนี้ ความรู้สึกพรั่นพรึงก็ยังคงแปรเปลี่ยนเป็นระลอกคลื่นในใจพวยพุ่งขึ้นลงไม่หยุด

ในการรับรู้ของสวี่ชิงมีเพียงเทพเจ้าเท่านั้นที่ทำได้ถึงจุดนี้

“จักรพรรดิวิญญาณบรรพกาล…แตกดับไปแล้วจริงๆ หรือ” ในดวงตาสวี่ชิงฉายแววครุ่นคิด เขานึกถึงงูยักษ์ตัวนั้นที่เห็นในตอนมายังโลกใบใหญ่แห่งนี้

ในตัวของอีกฝ่ายดูเหมือนมีเพียงแค่โลกใบใหญ่ใบนี้ แต่สวี่ชิงรู้ดี นี่ไม่ได้หมายความว่าอีกฝ่ายในยามอยู่ในสภาวะสมบูรณ์สุดยอดจะเป็นเพียงแค่ระดับเตรียมสู่เทวะขั้นหนึ่งเท่านั้น

อย่างไรเสียหากเป็นเช่นนั้น อีกฝ่ายไม่มีทางรวบรวมแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ได้

แต่ฝีเท้าของเขาไม่ได้หยุดชะงัก ยังคงเคลื่อนหน้าไป เร็วขึ้นเรื่อยๆ

ในสามวันนี้ ท้องฟ้าในโลกใบนี้มีพื้นที่หนึ่งส่วนที่กลายเป็นสีม่วงไปแล้วโดยสมบูรณ์ และแสงสีม่วงบนพื้นดินก็เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ไอพลังประหลาดที่เป็นของสวี่ชิงเป็นระลอกๆ จากการเคลื่อนไปข้างหน้าของเขาก็รวบรวมมาจากรอบๆ ไม่หยุด

ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นหมอกสีม่วงเข้มข้นรอบๆ เขา พื้นที่ที่ปกคลุมกว้างขึ้นเรื่อยๆ มองไปไกลๆ เหมือนมีตัวตนที่ไม่เป็นมงคลปรากฏตัวลงมายังเมฆประหลาดที่ก่อตัวขึ้น

นี่เป็นครั้งแรกที่สวี่ชิงปล่อยพลังสีม่วงออกมาจนถึงระดับนี้ และเนื่องจากการมาเยือนของพระจันทร์สีม่วง วิญญาณในโลกใบใหญ่แห่งนี้ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ยิ่งฉุนเฉียวและบ้าคลั่งมากขึ้น

การโจมตีที่มาจากพระจันทร์สีม่วงเหมือนจะกระตุ้นคำสาปในร่างพวกมัน

และในสามวันนี้ สวี่ชิงก็ได้เจอกับโครงกระดูกวิญญาณร้ายแข็งแกร่งมากมายบนแม่น้ำยมโลกแห่งนี้ เพียงแต่วิญญาณเหล่านี้ในแม่น้ำต่างไปจากพวกที่สวี่ชิงเคยเจอในที่รกร้าง

พวกมันมีลักษณะพิเศษด้านขอบเขต จะไม่ลอยไปแบบไร้ขอบเขตไม่ลดละเลิกรา ขอเพียงสวี่ชิงออกไปในระยะขอบเขตหนึ่ง ส่วนใหญ่ก็จะหยุด ไม่ไล่ตามมา

สวี่ชิงหลังจากที่ค้นพบจุดนี้ก็ไม่ได้พัวพันกับพวกมันอีก ทุกครั้งที่เผชิญหน้าก็มักจะฝ่าออกไปหลบหลีก

เขาเข้าใกล้จุดลึกของแม่น้ำยมโลกเข้ามาเรื่อยๆ เช่นนี้เอง

จวบจนกระทั่งวันที่สี่จะมาเยือน สวี่ชิงที่ทะยานไปอย่างรวดเร็วบนท้องฟ้าเหนือแม่น้ำยมโลก สีหน้าก็พลันเปลี่ยนไป

ผิวน้ำแม่น้ำข้างจู่ๆ ก็เดือดพล่านขึ้นมาเป็นบริเวณกว้าง กลิ่นอายระดับปราณก่อกำเนิดกลุ่มหนึ่งปะทุขึ้นมา ขณะเดียวกับที่ลอยตลบไปรอบๆ ใบหน้ามหึมาดวงหนึ่งก็ลอยขึ้นมาจากในแม่น้ำ

ใบหน้าดวงนี้มีขนาดถึงสิบจั้ง หลายๆ ส่วนเน่าเปื่อย ส่วนที่เหลือมีเกล็ดสีเทาขึ้นเต็มไปหมด ตอนนี้ ท่ามกลางน้ำในแม่น้ำจำนวนมหาศาลที่ไหลลงมา ดวงตาของมันก็จับจ้องมาบนร่างสวี่ชิง คล้ายกำลังสัมผัสรับรู้

เสี้ยวขณะต่อมาเหมือนว่าจะสัมผัสอะไรได้ ใบหน้าดวงนี้ก็บิดเบี้ยวขึ้นมา ปากส่งเสียงคำรามเศร้าสร้อย เสียงเมื่อดังขึ้น น้ำข้างหน้า ภายใต้คลื่นเสียงนี้ก็ระเบิดตูมขึ้นมาทันที

ลมคลั่งที่มาพร้อมกลิ่นเหม็นคาวปะทะหน้าสวี่ชิงมา พัดให้ชุดนักพรตสวี่ชิงสะบัดเกิดเสียงพึ่บพั่บ สวี่ชิงขมวดคิ้ว เพียงไหววูบก็หลบไป กำลังจะจากไป ในตอนนี้เอง ในแม่น้ำเยื้องไปทางขวาของใบหน้าดวงนั้น ผิวน้ำเดือดอีกครั้ง ใบหน้าที่สองปรากฏขึ้น

ขนาดสิบจั้งเท่ากัน รูปร่างหน้าตาก็คล้ายๆ กัน ถูกหมอกสีดำกลุ่มหนึ่งเชื่อมเอาไว้ ลอยอยู่กลางอากาศ สกัดกั้นสวี่ชิง

ไม่จบเท่านั้น ไม่นานนักใบหน้าดวงที่สาม สี่…จนไปถึงสิบเอ็ดใบหน้าก็ลอยขึ้นมาจากแม่น้ำยมโลกอย่างรวดเร็ว ก่อตัวเป็นทรงพัด ทั้งหมดล้วนพุ่งตรงมาหาสวี่ชง ส่งเสียงคำรามโศกเศร้า

เสียงคำรามที่ดังมาจากใบหน้าทั้งสิบเอ็ดดวงสะเทือนฟ้าดิน ร่างของสวี่ชิงภายใต้คลื่นเสียงนี้ก็ถอยไปข้างหลังอย่างรวดเร็ว จวบจนอยู่กลางอากาศหลบไปได้สิบจั้ง น้ำในแม่น้ำข้างล่างก็ระเบิดขึ้นมาอีก

หัวสัตว์ปีกเน่าเละมหึมาหัวหนึ่งก็ลอยขึ้นมา ยิ่งมีปีกที่แหว่งวิ่นแหวกผิวน้ำมาจากทั้งสองฝั่งแม่น้ำ

หลังจากลอยขึ้นมากลางอากาศก็พุ่งตรงไปหาสวี่ชิงอย่างรวดเร็ว

รูม่านตาสวี่ชิงหดเล็ก มองเห็นใบหน้าทั้งหมดของโครงกระดูกข้างหน้าอย่างชัดเจน

นี่เป็นสัตว์ปีกดุร้ายขนาดมหึมาที่มีร่างขนาดสามร้อยกว่าจั้ง รูปร่างคล้ายกับหงส์ ร่างเน่าเปื่อยไปกว่าครึ่ง มีอาวุธที่แปดเปื้อนปักอยู่เต็มตัว ความดุร้ายน่าครั่นคร้ามนัก

สวี่ชิงขมวดคิ้ว อ้อมไปอีกครั้ง ทะยานไปอย่างรวดเร็วต่อ แต่ไม่นานโครงกระดูกเด็กหนุ่มก็ประชิดเข้ามาอย่างรวดเร็ว ปากส่งเสียงคำราม สังหารมาอีกครั้ง

ประกายเย็นเยือกฉายวาบในดวงตาสวี่ชิง หลังจากร่างหยุดชะงักไปครู่หนึ่งก็พลันหันหลัง ขณะสะบัดมือก็มีอักขระจำแลงปีศาจสามสิบตัวปรากฏขึ้น วังสวรรค์วังที่เจ็ดในร่างปะทุมาในเสี้ยวขณะนี้ ภายใต้การลุกไหม้อย่างรวดเร็วของอักขระจำแลงปีศาจ เงาจักรพรรดิภูตท่ามกลางเสียงดังครืนครันเลื่อนลั่นก็ปรากฏออกมา สะท้านสะเทือนฟ้าดิน

ทันทีที่จักรพรรดิภูตปรากฏขึ้น ฟ้าดินเปลี่ยนสี มิติรอบๆ สั่นสะเทือน น้ำในแม่น้ำระเบิดพวยพุ่ง เกิดเป็นพลังอำนาจสยบ ปกคลุมไปทั่วทั้งแปดทิศ

“ไสหัวไป!” สวี่ชิงสายตาเย็นชา หากอีกฝ่ายพัวพันต่อไป เช่นนั้นต่อให้เขาไม่อยาก ก็ทำได้เพียงแค่ต้องเสียเวลาฆ่ามันให้ตายโดยสมบูรณ์

โครงกระดูกเด็กหนุ่มสัมผัสได้ถึงอันตราย ร่างที่ไล่ตามหยุดชะงักทันที ร่างลอยต่ำไปยังแม่น้ำยมโลกอย่างรวดเร็ว เงยหน้าจากบนแม่น้ำจ้องสวี่ชิงเขม็ง ปากส่งเสียงคำรามต่ำทุ้มออกมา

น้ำในแม่น้ำรอบๆ เดือดพล่าน โหมคลื่นเป็นลูกๆ เส้นน้ำแต่ละเส้นๆ พุ่งออกมา ล้อมเอาไว้รอบๆ

สวี่ชิงมองโครงกระดูกเด็กหนุ่มอย่างเย็นชาผาดหนึ่ง หันหลังปะทุความเร็วขึ้น ทะยานไปยังที่ไกลอย่างรวดเร็ว

เหนือแม่น้ำยมโลก โครงกระดูกเด็กหนุ่มจ้องมองเงาแผ่นหลังของสวี่ชิง ลังเลเล็กน้อย สุดท้ายก็ล้มเลิกการไล่โจมตี ปากส่งเสียงคำราม จมลงไปในแม่น้ำยมโลก หายลับไป

“โครงกระดูกนั่นตอนยังมีชีวิตอยู่จะต้องเป็นอัจฉริยะอย่างแน่นอน!” บนท้องฟ้าไกล สวี่ชิงเก็บเขาจักรพรรดิภูตลงไป หันไปกวาดตามองแม่น้ำยมโลกข้างหลัง ปีกข้างหลังสะบัด เคลื่อนไปข้างหน้าต่อ เข้าใกล้ไปยังจุดลึกของแม่น้ำยมโลกเรื่อยๆ

จวบจนหนึ่งวันหลังจากนั้น ในวันที่ห้าที่ลงมายังโลกใบใหญ่แห่งนี้ ในที่สุดสวี่ชิงก็มาถึงสุดปลายแม่น้ำ วังสีดำคลุมเครือวังหนึ่งสะท้อนปรากฏในดวงตาของเขา

มีขนาดเทียบเท่ากับเมืองหลวงเขตปกครอง!

แม้จะเสียหายมากมาย เต็มไปด้วยความเก่าทรุดโทรม แต่กลับมีพลังอำนาจสยบพวยพุ่งมาจากในนั้น ขณะที่ทรงพลังยิ่งใหญ่ ยิ่งมีห้วงเวลาเข้มข้นแผ่ซ่านมา ฉายความเก่าแก่มหาศาล

เหมือนเป็นวังหลวงที่ถูกลืมเลือนไปในกาลเวลาแห่งหนึ่ง

ระลอกคลื่นวิญญาณในนั้นมากมายมหาศาล กลิ่นอายความตายยิ่งเข้มข้นสุดขีด โดยเฉพาะในส่วนลึกของวังหลวง ในนั้นมีเนื้อชุ่มเลือดสีดำเต็มไปหมด กองเป็นภูเขาตระหง่านเสียดฟ้า

ยอดของภูเขาเนื้อชุ่มเลือดนี้มีวิญญาณหลายร้อยดวงลอยอยู่ คล้ายว่าเป็นเครื่องเซ่นไหว้

เนื่องจากข้างหลังวิญญาณเหล่านี้ ที่ปลายขอบฟ้าเหมือนมีรอยแยกยาวหลายพันจั้งทางหนึ่ง คล้ายว่า…ตรงนั้นมีดวงตาที่แอบซ่อนอยู่ในม่านฟ้าข้างหนึ่ง

ตอนนี้แม้จะหลับอยู่ไม่ได้ลืมตื่นขึ้น แต่พลังอำนาจสูงส่งกำลังแผ่ออกมาอย่างน่าครั่นคร้าม ทำให้พื้นที่ทั่วทิศบิดเบี้ยว ทุกอย่างอยู่ในสภาวะรางเลือน

สวี่ชิงในใจเกิดระลอกคลื่นลูกใหญ่ มองภูเขาเลือดเนื้อด้านบนสุดของวัง มองวิญญาณหลายร้อยที่อยู่บนนั้น ต่อให้อยู่ห่างไกลมากๆ แต่จากการชี้นำของเส้นสีทองที่แหลกละเอียดก็ทำให้เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า…วิญญาณที่ขาดหายไปของหลิงเอ๋อร์อยู่ที่นั่น!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผู้กล้าเหนือกาลเวลา