เข้าสู่ระบบผ่าน

ผู้กล้าเหนือกาลเวลา นิยาย บท 7

บทที่ 7 เชิญท่านกินเลย

ขณะที่สวี่ชิงสังเกตสภาพแวดล้อมของลานประลองสัตว์ เสียงโห่ร้องมาจากที่นั่งรอบด้านดังขึ้น ประตูไม้ขนาดยักษ์บานหนึ่งที่พวกของสวี่ชิงเดินผ่านเข้ามาในลานประลองเมื่อครู่ก็ปิดลงเสียงดังโครมกระแทกพื้นอย่างรุนแรง กระพือฝุ่นดินขึ้นลอยฟุ้ง

ราวกับเสียงนี้เป็นเสียงเป่าแตรสัญญาณ จนทำให้คนเก็บกวาดรอบด้านคึกคักขึ้นมา

สวี่ชิงสังเกตเห็นว่าแท่นสูงบนยอดสูงสุดเบื้องหน้า มีชายกลางคนในชุดคลุมผ้าฝ้ายคนหนึ่งนั่งอยู่บนที่ตำแหน่งสูงสุดพรั่งพร้อมไปด้วยผู้ติดตามกลุ่มหนึ่ง

เนื่องจากระยะทางค่อนข้างไกล ลักษณะหน้าตาจึงดูไม่ชัดเจนเท่าไรนัก

แต่ก็ยังแสดงออกถึงสถานะที่ไม่ธรรมดาของคนผู้นี้อย่างชัดเจน

ระยะห่างกันขนาดนี้ สวี่ชิงยังสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังวิญญาณที่เข้มข้นบนตัวอีกฝ่าย ซึ่งมีมากกว่าคนที่เขาเคยเห็นมาทั้งหมด

สิ่งนี้ทำให้สวี่ชิงเกิดความระแวดระวัง ขณะเดียวกันในใจก็มีการคาดเดาว่าคนผู้นี้น่าจะเป็นหัวหน้าของฐานที่มั่นนี้เป็นแน่

เพราะว่าข้างกายของอีกฝ่าย สวี่ชิงมองเห็นร่างของหนวดปรกรากไทรเมื่อวานคนนั้นกำลังโค้งตัวอยู่ เหมือนกำลังรายงานอย่างระมัดระวัง

และเมื่อหัวหน้าฐานที่มั่นนั่งลง หนวดปรกรากไทรคนนั้นก็ยืนขึ้นที่แท่นสูง ส่งสัญญาณให้กับคนที่อยู่ด้านล่าง

เพียงไม่นานที่ริมลานประลองสัตว์ ประตูไม้อีกบานหนึ่งก็เปิดขึ้น เมื่อไม่มีประตูไม้ขวางไว้เสียงคำรามกราดเกรี้ยวของสัตว์ร้าย จึงยิ่งเล็ดลอดออกมาอย่างแจ่มชัด

ที่ปรากฏออกมาต่อจากเสียง ก็คือคนเก็บกวาดกลุ่มหนึ่ง

พวกเขาแบ่งออกเป็นสี่กลุ่มเล็ก กลุ่มละสามคน แต่ละกลุ่มแบกกรงเหล็กขนาดยักษ์ค่อยๆ เดินออกมา

ในกรงเหล็ก สัตว์ร้ายคำราม กระโจนไปทั่วทิศทาง ราวกับจะฉีกกรงขังออกมา

สวี่ชิงมองตามไปยังกรงเหล็กสี่กรงนี้อย่างรวดเร็ว

มองเห็นว่าด้านในมีหมาป่ายักษ์อยู่สองตัว ตัวหนึ่งเล็กตัวหนึ่งใหญ่ แต่ล้วนมีเขี้ยวที่คมกริบทั้งสิ้น ทั่วร่างดำสนิท สองตาเผยสีเลือดออกมา

มุมปากของมันมีน้ำลายไหลหยดลงมามากมาย ขณะที่มองไปทางพวกสวี่ชิงทั้งห้าคน มันก็เผยความดุร้ายออกมา

ยังมีแพนด้าแดงขนสีชาดอีกตัวหนึ่ง ขาใหญ่หนากว่าแขนของผู้ใหญ่ สายตาเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง สั่นโยกกรงเหล็กไม่หยุด

คนเก็บกวาดสามคนต้องใช้แรงอย่างมากในการแบกมันมา

ส่วนสัตว์ร้ายในกรงเหล็กตัวสุดท้าย พลังกลับดูอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด

เป็นวานรแขนยาวตัวหนึ่ง

ทั้งเนื้อทั้งตัวมีหนองขึ้นเต็มไปหมด เหมือนกับหากไปแตะเบาๆ ก็แตกได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งดูเหมือนมันจะเจ็บปวดอย่างมาก กระแทกตัวกับกรงเหล็กไม่หยุด จนทำให้หนองแตกกระจายต่อเนื่อง ดูแล้วสยดสยองเกินบรรยาย

การปรากฏตัวของพวกเขา ทำให้ผู้ชมทั้งสี่ด้านลุกฮือขึ้นอีกครั้ง

เด็กหนุ่มสองคนข้างๆ สวี่ชิงสีหน้าขาวซีดในพริบตา ดวงตาเด็กสาวคนนั้นก็มีความหวาดกลัวเหลือคณา ต่อให้ชายหนุ่มที่เคยเป็นคนเก็บกวาดมาก่อนก็ตาม เวลานี้ก็ตึงเครียดขึ้นมาพอควรอย่างเห็นได้ชัด

“ทำไมมีสี่” สวี่ชิงประหลาดใจ มองไปทางอุโมงค์ประตูไม้ที่เปิดออก

ตอนที่เขามองออกไปครู่หนึ่ง สัตว์ร้ายสี่ตัวที่คำรามขัดขืนอยู่นั้น จู่ๆ ก็สงบนิ่งลงมา ราวกับว่าถูกทำให้สั่นสะเทือนอย่างไรอย่างนั้น

ขณะเดียวกัน กรงเหล็กขนาดยักษ์ที่ใหญ่กว่าพวกมันเกือบเท่าตัวกรงหนึ่ง ก็ถูกคนเก็บกวาดหกคนแบกออกมาจากประตูไม้บานนั้น

จากการปรากฏตัวของกรงเหล็ก ผู้ชมรอบด้านก็ส่งเสียงตกตะลึงขึ้นมาทันที

“งูเหลือมเขายักษ์!”

“ครั้งนี้หัวหน้าฐานถึงกับเอางูเหลือมเขายักษ์ออกมา แต่มันก็จริงอยู่ คิดแล้วในสายตาหัวหน้าฐาน เจ้าของเล่นชิ้นนี้คงไม่ได้มีค่านัก”

“สำหรับเจ้าหนูเหล่านี้ ถ้าใครจับได้เจ้าของเล่นนี่คงตายแน่นอน ต่อให้พวกเราเจอที่ด้านนอก ก็ยังต้องใช้ถึงสองคนจึงจะสังหารมันได้”

สัตว์ร้ายที่อยู่ในกรงเหล็กนั้น เป็นงูเหลือมขนาดยักษ์ตัวหนึ่ง

ลำตัวของมันหนาเท่าขนาดเอวของผู้ใหญ่ได้ ร่างทั้งร่างสีเทาดำมีลายทึมๆ พอมองอย่างละเอียด ก็ราวกับวาดยอดเขาแหลมหลายลูกเอาไว้

มันขดตัวอยู่ในกรงไม่ขยับเขยื้อน หัวใหญ่โตมโหฬารของมันยกขึ้นเล็กน้อย ดวงตาแนวตั้งสีเหลืองแฝงความเย็นชา จับจ้องไปยังโลกภายนอก

การจับตามองของมัน ไม่ว่าจะเป็นหมาป่ายักษ์หรือว่าวานรแขนยาวก็ล้วนสั่นเทิ้มกันหมด

มีเพียงแพนด้าแดงที่ส่งเสียงคำรามต่ำตอนที่ตื่นเต้นออกมา ดูแล้วเหมือนจะขัดขืน แต่อันที่จริงร่างกายของมันกำลังถอยหนีไปจนติดขอบกรงที่มันอยู่

“อย่าจับได้นะ อย่าจับได้นะ…”

ด้านหลังสวี่ชิง ชายหนุ่มสองคนนั้นตัวสั่นระริก ตอนที่กำลังภาวนาเสียงเบาอยู่นั้น สายตาของสวี่ชิงกลับคมกริบเปล่งประกาย

เขารู้จักงูเหลือมเขายักษ์นี่ ตอนอยู่ที่ถ้ำยาจก เขาเคยเห็นว่ามีคนในเมืองไปล่างูเหลือมแล้วแบกศพงูเหลือมกลับมา

ตอนนั้นก็ได้ยินคนที่มีประสบการณ์เล่าว่า งูเหลือมชนิดนี้มีพลังมหาศาล หากถูกมันรัดเข้า แม้แต่ท่อนไม้ขนาดยักษ์ก็ยังหักครึ่งได้ ยิ่งไปกว่านั้นหนังของมันก็ยังหนามาก

แต่ร่างกายเงอะงะ ความเร็วค่อนข้างเชื่องช้า

และดีงู มีสรรพคุณทางยาที่ดีมาก ลดการปนเปื้อนในร่างกายได้ระดับหนึ่ง ขณะเดียวกันเนื้องูก็ยังเป็นอาหารบำรุงอย่างดีอีกด้วย

คิดถึงจุดนี้ สมองสวี่ชิงก็ปรากฏสิ่งที่หัวหน้าเหลยเคยพูดขึ้นมาว่าเขาชอบกินงู

และ ตอนเด็กๆ เขาก็จับงูมาไม่น้อย ดังนั้นจึงแลบลิ้นขึ้นเลียริมฝีปาก

ยิ่งไปกว่านั้นจุดกลายพันธุ์บนตัวเขาก็ดำขึ้นเรื่อยๆ ตามการฝึกบำเพ็ญเช่นกัน เมื่อวานขณะที่ฝึกบำเพ็ญก็เริ่มมีความรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ แล่นมาบ้างแล้ว

สวี่ชิงคิดว่าถ้าหากสามารถกินดีงูของงูเหลือมตัวนี้ก็น่าจะบรรเทาอาการได้พอสมควร

ตอนที่เขาจ้องเขม็งไปที่งูเหลือเขายักษ์ การจับฉลากก็เริ่มต้น

หนวดปรกรากไทรจัดให้คนเก็บกวาดหยิบเข็มไม้ไผ่ออกมาห้าเล่ม เข็มไม้ไผ่ทุกเล่มล้วนมีชื่อของสัตว์ร้ายที่ต้องต่อสู้ด้วย

ชายหนุ่มเป็นคนที่มาจับฉลากคนแรก หลังจากที่เห็นสิ่งที่จับฉลากได้ เขาก็ผ่อนลมโล่งอย่างเห็นได้ชัด

หลังจากนั้นก็เป็นเด็กหนุ่มสองคนและเด็กสาว

หลังจากที่สองคนที่ภาวนาก่อนหน้าจับฉลากไม้ไผ่ออกมา สีหน้าก็ขมขื่น แต่เมื่อเด็กสาวมองเห็นฉลากไม้ไผ่ในมือ สายตากลับเผยความผิดหวัง

ที่นางจับได้ก็คืองูเหลือมเขายักษ์พอดี และฉลากไม้ไผ่ที่เหลืออยู่สุดท้าย ก็คือหมาป่าตัวเล็กตัวนั้นหรือก็คือตัวที่อ่อนแอที่สุดในสัตว์ร้ายทั้งห้าอย่างเห็นได้ชัด

สวี่ชิงหยิบฉลากไม้ไผ่ คิ้วขมวดเล็กน้อย ครุ่นคิดขึ้นมา

หลังจากที่คนเข้ารับการทดสอบอย่างพวกเขาถูกจัดไปอยู่ที่มุมที่มีรั้วกั้นง่ายๆ มุมหนึ่ง คนเก็บกวาดถอยออกมาเพียงไม่นาน การต่อสู้ศึกที่หนึ่งก็เริ่มต้นขึ้นท่ามกลางการร้องโห่ของผู้ชมการต่อสู้รอบด้าน

ผู้ที่ถูกออกไปต่อสู้ คือหนึ่งในเด็กหนุ่มสองคนนั้น

เขาตัวสั่นเทิ้มเดินออกไป สัตว์ร้ายที่ต่อสู้กับเขา คือแพนด้าแดงตัวใหญ่ล่ำตัวนั้น

การต่อสู้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่เดิมเด็กหนุ่มคนนั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของแพนด้าแดงอยู่แล้ว หลังจากที่ฝืนต่อสู้ไปหลายครั้ง ก็ถูกแพนด้าแดงโถมเข้าใส่ และร่างกายถูกฉีกทึ้งออกมาท่ามกลางความสิ้นหวัง

เลือดสดซ่านกระเซ็น พร้อมกับเสียงฮือฮารอบด้าน ทั้งยังตามติดมาด้วยเสียงก่นด่าอย่างเสียดาย

ฉากนี้ ทำให้เด็กหนุ่มอีกคนหนึ่งตกใจร่างกายสั่นเทาจนไม่อาจควบคุม เดิมทีเขาที่ควรจะเข้าสู่สนามเป็นคนที่สอง จู่ๆ ก็ตะโกนลั่นว่าจะละทิ้งการทดสอบ

ท่ามกลางเสียงโห่ร้อง สวี่ชิงก็มองเห็นเด็กหนุ่มคนนั้นถูกคนเก็บกวาดพาออกไป ผลลัพธ์เป็นเช่นไร ไม่ต้องคิดก็พอเดาออก

คนที่สาม คือชายหนุ่มคนที่เดิมทีก็เป็นคนเก็บกวาดอยู่แล้วคนนั้น

ที่เขาจับได้คือหมาป่าดำที่ตัวใหญ่หน่อยตัวนั้น ประสบการณ์ของคนเก็บกวาดทำให้เขาดุดันยิ่งกว่าคนธรรมดา

หลังจากผ่านการต่อสู้เสี่ยงชีวิตอันน่าตื่นเต้น เขาก็ตัดหัวหมาป่าตัวนั้นด้วยสภาพบาดเจ็บและหอบหายใจหนัก กลายเป็นผู้ชนะคนแรกของการทดสอบครั้งนี้

ประตูใหญ่เปิดออก เขากุมหน้าอก เดินออกไปอย่างอิสระ

สวี่ชิงหยิบดีงูนี้มาโดยไม่สนรอยเลือด ดวงตาฉายแววประหลาด แล้วจัดการหย่อนเข้าไปในปาก กลืนลงไปต่อหน้าต่อตาคนเก็บกวาดที่ทำหน้าประหลาดอยู่รอบๆ

ขณะที่กำลังกลืนลงไปอย่างเฉยชา งูเหลือมเขายักษ์ที่ถูกบิดถุงน้ำดีออกไปก็เจ็บปวดดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง แผดร้องเสียงแหลม ร่างกายออกแรงฟาดพื้นจนฝุ่นตลบราวกับจะร้องประกาศความเจ็บปวด

หัวของมันกระแทกไปทางสวี่ชิงอย่างรุนแรง ดวงตาแดงก่ำเผยให้เห็นความบ้าคลั่ง อ้าปากใหญ่ออกจนสุด ราวกับจะกลืนกินสวี่ชิงลงไปทั้งตัว

สวี่ชิงมองไปอย่างเย็นชา พริบตาตอนที่อีกฝ่ายเข้าใกล้มา ร่างกายก็กระโจนขึ้นฉับพลัน หลังจากเลี่ยงส่วนหัวที่กระแทกเข้ามานั้นได้อีกครั้ง เขาที่ร่างลอยอยู่กลางอากาศ เหล็กแหลมสีดำปรากฎขึ้นฉับพลันทันทีที่โบกมือขวา

เมื่อก้มหน้า จิตสังหารในดวงตาเขาวาบขึ้น ร่างกายทิ้งน้ำหนักลงมา หยิบยืมกำลังและความเร็วของตนเองรวมถึงน้ำหนัก ทำให้พลังปะทะของเหล็กแหลมพุ่งถึงขีดสุด แทงเข้าไปที่ตำแหน่งหัวใจของงูตัวนี้อย่างรุนแรง

ฉีกเปิดเกล็ดงู แทงทะลุเข้าไปอย่างเด็ดขาดในทีเดียว

เสียงตูมดังขึ้น งูเหลือมเขายักษ์ตัวนี้สั่นสะท้านอย่างรุนแรงไปทั้งร่าง ราวกับไม่มีกำลังจะค้ำยันร่างอีกต่อไป หัวและหางร่วงหล่นกระแทกพื้นอย่างแรง เสียงร้องกรีดแหลมตอนนี้ก็หยุดลงในพริบตา มีเพียงเสียงจากหางที่ฟาดลงพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรงเท่านั้นที่ยังดังก้องไปทั่วทุกทิศ

ครู่ต่อมา…พอฝุ่นฟุ้งสลายไป คนเก็บกวาดที่กำลังชมอยู่รอบๆ ก็ต่างตกตะลึง

มีคนไม่น้อยลุกขึ้นยืน แต่ละคนจ้องเขม็งไปยังเด็กหนุ่มที่ตอนนี้กำลังดึงเหล็กแหลมออกจากศพงูด้านในลานประลองสัตว์

ถ้าหากเป็นผู้ใหญ่สังหารงูเหลือมยักษ์ลง ก็คงไม่ทำให้พวกเขาตกตะลึงได้ขนาดนี้

แต่เด็กน้อยตัวผอมแห้งคนหนึ่งสามารถเด็ดดีงูออกมากลืนลงไปอย่างเด็ดขาดหมดจดเช่นนี้ แล้วยังสังหารทิ้งในคราวเดียวโดยที่สีหน้ายังเย็นชาไม่เปลี่ยนไปเลยตั้งแต่ต้นจนจบ

ในฐานที่มั่นแห่งนี้ หาได้ยากยิ่ง

แพนด้าแดงรวมไปถึงหมาป่าตัวน้อยที่อยู่ในกรงข้างๆ ก็ตกใจลนลานอย่างเห็นได้ชัด เวลานี้ก็ตัวสั่นพังพาบอยู่ตรงนั้น

ราวกับไม่ใช่การทดสอบ แต่เป็นการล่า

เด็กหนุ่มเก็บเหล็กแหลมท่ามกลางสายตาที่จับจ้องของผู้คนรอบๆ มือข้างหนึ่งก็จับปากแผลของงูเหลือมเขายักษ์ไว้ แล้วเดินไปยังประตูใหญ่ของลานประลองสัตว์

เลือดสดที่มาจากงูเหลือมเขายักษ์ ถูกลากจนกลายเป็นเส้นสีแดงฉานอยู่ด้านหลังของเขา ดูน่าสยดสยองพองเกล้า

ที่ด้านข้างประตู ขณะที่ประตูยักษ์ยังไม่เปิดออก สวี่ชิงหันหน้ากลับไปมองแท่นสูง

เพียงไม่นาน หนวดปรกรากไทรที่อยู่บนแท่นสูงก็ได้สติกลับมา ส่งสัญญาณมือทั้งที่ยังหวาดผวาอยู่ ชั่วครู่…ประตูใหญ่ก็เปิดออกท่ามกลางเสียงครืนครัน

สิ่งที่อยู่นอกประตู คือหัวหน้าเหลยที่มือกอดอกยืนพิงกำแพงรออยู่นานแล้ว

เขายิ้มให้กับสวี่ชิง

“ข้าพักที่นั่นได้แล้วใช่หรือไม่” สวี่ชิงลากศพงู เงยหน้าขึ้นมองหัวหน้าเหลย

“ได้” หัวหน้าเหลยยิ้มตอบ

สวี่ชิงพยักหน้า โยนศพงูในมือไป

“ท่านชอบกินงู เช่นนั้นก็เอาไปกินเถิด”

หัวหน้าเหลยตกตะลึง จากนั้นจึงหัวเราะร่า รับเอาศพงูเขายักษ์มาท่ามกลางเสียงหัวเราะ ก็พาสวี่ชิงค่อยๆ เดินจากไป

จนกระทั่งพวกเขาห่างไปแล้ว ในลานประลองสัตว์ถึงเกิดเสียงฮือฮาดังลอดออกมา

และในเสียงฮือฮานั้น มุมหนึ่งในกลุ่มคน มีชายชราชุดคลุมยาวสีม่วงคนหนึ่ง ข้างกายมีชายกลางคนสีหน้าไร้อารมณ์ที่เหมือนจะเป็นคนรับใช้ติดตามอยู่อีกคนหนึ่ง หว่างคิ้วของชายกลางคนนี้มีภาพสักการะดาวห้าแฉกอยู่

พวกเขานั่งอยู่ตรงนั้น ไม่ว่าจะเสื้อผ้าหรือบุคลิกก็ล้วนไม่เข้ากับสภาพแวดล้อมโดยรอบเลย แต่เหมือนจะไม่มีใครสังเกตเห็นตัวตนพวกเขา

ต่อให้เป็นหัวหน้าฐาน ก็ยังไม่มีแม้แต่เงาของพวกเขาในสายตา

ชายชราคนนั้นทั่วทั้งร่างไม่ธรรมดาใบหน้าแดงระเรื่อ สายตาเหมือนเก็บงำประกายอัสนีไว้ ราวกับหากแผ่ออกมาก็จะบดขยี้สรรพสิ่ง เขานั่งอยู่ตรงนั้นเวลานี้ มองไปยังร่างของสวี่ชิงที่ห่างออกไป อดยิ้มขึ้นมาไม่ได้

“เด็กคนนี้ น่าสนใจ”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผู้กล้าเหนือกาลเวลา