เข้าสู่ระบบผ่าน

ผู้กล้าเหนือกาลเวลา นิยาย บท 716

บทที่ 716 ไปเขตปกครองผนึกสมุทรกับเจ้า

ตอนที่เดินเข้าไปในร้านยา นายกองก็โยนชายชราถนนทองผุดที่สลบไสลลงบนพื้น จากนั้นก็มาอยู่ตรงหน้าสวี่ชิง กอดคอสวี่ชิงไว้ ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ

“อาชิงน้อย เจ้าเดาสิว่าครั้งนี้ข้าไปเจอกับภรรยาเก่าแล้วเกิดอะไรขึ้น”

สวี่ชิงไม่สนใจนายกอง มองไปทางชายชราถนนทองผุดที่อยู่ไม่ไกล ส่วนหลิงเอ๋อร์หลังจากที่อุทานตกใจก็วิ่งไปทันที ประคองเขาขึ้นมา สีหน้าไม่อยากเชื่อรวมถึงกังวล ส่งเสียงร้องเรียกพลางหยิบยาลูกกลอนป้อนเข้าไปในปากของชายชราถนนทองผุดไม่น้อย

“ท่านพ่อ!”

ประสิทธิภาพยาลูกกลอนเหล่านี้ไม่ธรรมดา ด้านในยังมีลูกกลอนบรรเทาทุกข์อยู่ด้วย ดังนั้นไม่นานลมหายใจของชายชราถนนทองผุดก็มั่นคงขึ้น

สวี่ชิงก็ถอนสายตากลับมา เขามองอีกฝ่ายที่เนื้อตัวถลอกปอกเปิก ไม่เหมือนถูกทำร้าย แต่เหมือนจะล้มมากกว่า ส่วนสาเหตุที่สลบน่าจะเพราะเคยถูกคำสาปพระจันทร์สีชาดรุกราน ต่อมาแม้คำสาปจะสลายไป แต่มีไอพลังประหลาดปะปนอยู่ด้วย ที่สำคัญสุดคือร่างกายของเขามีคุณสมบัติพิเศษ

‘คุณสมบัติร่างกายเขา คล้ายจะดึงดูดไอพลังประหลาดผสานเข้าไปได้มากกว่า’

จุดนี้เป็นสิ่งที่สวี่ชิงมองออกด้วยพลังบำเพ็ญปัจจุบัน

ขณะเดียวกันก็ทำให้เขานึกถึงตอนที่สู้กับอีกฝ่ายที่เจ็ดเนตรโลหิตด้วย ตอนนั้นชายชราคนนี้ผ่าแยกผิวหนังที่หน้า เผยให้เห็นว่าเป็นต่างเผ่า

นอกจากนี้โรงเตี๊ยมของอีกฝ่ายก็เป็นสิ่งประหลาด ต่อมาสวี่ชิงเข้าใจว่าชายชราคนนี้มีความสามารถหนึ่ง ที่ทำให้สิ่งประหลาดหลับใหลได้ แล้วเข้าไปปิดผนึก

โรงเตี๊ยมก็คือสิ่งที่เขาย้ายไปยังเจ็ดเนตรโลหิตแล้วขายให้กับยอดเขาลำดับหนึ่งในตอนนั้น

และผนึกของนายกองตอนนั้น ก็มีชายชราโรงเตี๊ยมคนนี้สนับสนุนด้วย

สวี่ชิงคล้ายครุ่นคิด แต่ว่าร่างกายชายชราไม่ได้เป็นอะไร เขาจึงไม่ได้ใส่ใจมากนัก ทว่าสายตาไปหยุดอยู่ที่ร่างนายกอง มองนายกองที่ใบหน้าเปี่ยมความคาดหวัง ทำท่าอยากให้ตนไปซักถามอะไรแบบนั้น สวี่ชิงจึงเอ่ยถามไป

“มาขอท่านคืนดีหรือขอรับ”

“ศิษย์น้องเล็กฉลาดจริงๆ ถูกต้อง เป็นเช่นนั้น แม้องค์ท่านจะเป็นเทพเจ้า แม้องค์ท่านจะรับปากว่าขอแค่ข้าเห็นด้วย ข้าก็ต่อสู้น้อยลงได้หนึ่งหมื่นปี แต่สุดท้ายข้าก็เลือกปฏิเสธ

“เรื่องในชาติที่แล้วก็ให้มันผ่านไปตามสายลม ในชาตินี้ข้าไม่ต้องการความมั่งคั่ง ไม่ต้องการอำนาจ จะรักเพียงเถาเถาของข้าเท่านั้น!”

นายกองทำท่าทอดถอนใจ แต่สีหน้าโอ้อวดชัดเจนอย่างยิ่ง

สวี่ชิงย่อมเข้าใจคำพูดของนายกองว่าต้องทำเข้าใจในทางตรงกันข้าม แต่ความจริงเป็นอย่างไรไม่สำคัญ ศิษย์พี่ใหญ่มีความสุขก็พอ จึงทำหน้าตกใจ

นายกองยิ่งดีใจ กำลังจะโม้ต่อ ชายชราถนนทองผุดที่นอนอยู่ตรงนั้น ก็กระอักปราณขุ่นออกมาคำหนึ่ง ลืมตาขึ้นมา

“ท่านพ่อ!”

หลิงเอ๋อร์ตื่นตระหนกระคนดีใจ ใบหน้าเล็กก็อดตึงเครียดขึ้นมาเล็กน้อยไม่ได้ ตอนนั้นนางแอบหนีออกมาเสียด้วย

พวกสวี่ชิงก็มองไปทางชายชราถนนทองผุด

ในดวงตาชายชราสับสนก่อน ไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ จากนั้นเมื่อเห็นหลิงเอ๋อร์ชัดๆ เขาก็ตื่นตัวขึ้นมาเล็กน้อย

“หลิงเอ๋อร์!

“ในที่สุดข้าก็หาเจ้าเจอแล้ว”

ชายชราถนนทองผุดตื่นเต้น กอดหลิงเอ๋อร์ไว้แน่น เมื่อสังเกตเห็นว่าลูกสาวตนยังสบายดี ในที่สุดเขาก็โล่งใจได้ จากนั้นก็กวาดสายตาไปในเรือนรับรองแห่งนี้ เห็นนายกอง เห็นหนิงเหยียน เห็นอู๋เจี้ยนอูแล้วก็โยวจิง

หลายคนก่อนหน้าไม่เท่าไร แต่โยวจิงทางนั้นทำให้เขาตกใจ

เมื่อเห็นสวี่ชิง เขาก็ถลึงตาโต กำลังจะพูดหยาบคายออกมา แต่หางตาก็เหลือบไปเห็นรัฐทายาทที่กำลังจิบชา

ดวงตาชายชราเบิกกว้างทันที จากนั้นม่านตาก็หดเล็กลง เก็บความโกรธไป หันไปถามหลิงเอ๋อร์ตามสัญชาตญาณ

“หลิงเอ๋อร์ ที่นี่ที่ไหน”

“ที่นี่คือเทือกเขาทนทุกข์เจ้าค่ะ ท่านพ่อ นี่คือท่านปู่รัฐทายาท”

หลิงเอ๋อร์สังเกตเห็นสายตาของบิดานาง จึงรีบแนะนำ

ชายชราถนนทองผุดตอนนี้ไม่ได้เหมือนตอนที่เพิ่งมาถึงแผ่นดินใหญ่เซ่นจันทราก่อนหน้านี้ ขณะที่เขาตามหาหลิงเอ๋อร์ ย่อมรู้เรื่องสงครามเทพเจ้า แม้ชื่อของสวี่ชิงกับนายกองจะไม่มีการเอ่ยถึง คนที่ไม่ใช่ตำหนักขบถจันทร์ไม่มีทางรู้ แต่เขาเคยได้ยินตำนานของรัฐทายาทเจ้าเหนือหัวรวมถึงเหล่าพี่น้อง

เทือกเขาทนทุกข์ เขาก็รู้จัก ทราบว่าที่นั่นกลายเป็นศูนย์กลางที่สำคัญที่สุดของแผ่นดินใหญ่แห่งนี้

ดังนั้นคำพูดของหลิงเอ๋อร์ จึงทำให้ชายชราหนังตากระตุก

ส่วนหลิงเอ๋อร์เพื่อจะอำพรางเรื่องที่แอบหนีมาหาสวี่ชิงตอนนั้น ก็พูดเจื้อยแจ้วไม่หยุด

“ท่านพอ ก่อนหน้านี้ที่นี่คึกคักมากเลยเจ้าค่ะ ยังมีท่านย่าสามท่านย่าห้า แล้วก็มีท่านปู่แปดด้วย ทุกคนดีกับข้ามาก

“จริงสิ ที่เรือนหลังยังมีพวกลูกเจี๊ยบด้วยนะเจ้าคะ

“ข้าอยู่ที่นี่มีความสุขดีเจ้าค่ะท่านพ่อ ร้านยาแห่งนี้เป็นร้านที่ข้าเปิดกับพี่สวี่ชิง”

ในใจชายชราเหมือนสายฟ้าฟาด นอกจากเขาจะได้ยินเรื่องเทือกเขาทนทุกข์ ก็ได้ยินเรื่องร้านยาที่ราวกับเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ในเทือกเขาทนทุกข์

ตอนนี้เมื่อรู้ว่าต้นกำเนิดของร้านยาเป็นเช่นนี้ ร่างกายเขาก็สั่นเทิ้ม หายใจไม่ทั่วท้อง

“แล้วก็ ที่นี่ปลอดภัยมากเลยเจ้าค่ะ ข้าไม่เป็นอะไร พี่สวี่ชิงยังให้ของกำนัลข้าเล็กๆ น้อยๆ ด้วย”

พูดพลาง หลิงเอ๋อร์ก็ยกมือ แผ่ปราณจักรพรรดิวิญญาณบรรพกาลที่ผสานเข้าไปในร่างกายส่วนหนึ่งออกมา

“แล้วก็ๆ พี่สวี่ชิงเก่งกาจยิ่งนักเจ้าค่ะ ก่อนที่ชื่อหมู่จะมาเยือน มีการล้อมโจมตีที่นี่ ก็เป็นพี่สวี่ชิงที่ตะเพิดพวกเขาไป ต่อมาพี่สวี่ชิงกับพวกท่านปู่ท่านย่าก็ขึ้นไปบนดวงจันทร์ และจัดการชื่อหมู่ไปเจ้าค่ะ”

หลิงเอ๋อร์กล่าวอย่างภาคภูมิใจ

เพียงแต่นางที่พูดยาวเป็นพรืด สำหรับบิดาของนาง กลับเป็นสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงกลางใจครั้งแล้วครั้งเล่า สุดท้ายก็เหมือนทัณฑ์สวรรค์ฟาดผ่าลงมาหมื่นทาง สั่นสะเทือนจิตวิญญาณ

และชายชราก็ได้สติกลับมาตอนที่ที่หลิงเอ๋อร์กล่าวถึงตัวตยเหล่าท่านปู่ท่านย่าคนอื่นๆ อย่างรวดเร็ว นี่ยิ่งทำให้เขาสูดลมหายใจ ไม่กล้าฟังต่อ รีบคุกเข่า คารวะไปทางรัฐทายาท

“คารวะผู้อาวุโสขอรับ!”

คนผู้นี้เป็นหนึ่งในเสาหลักของฝ่ายพระมารดาองค์ชายเจ็ด และเป็นน้าแท้ๆ ขององค์ชายเจ็ด ยิ่งเป็นอ๋องเทียนหลันหนึ่งในสามสิบสามอ๋องสวรรค์เผ่ามนุษย์

พลังบำเพ็ญเตรียมสู่เทวะ สถานะในเผ่ามนุษย์สูงส่ง

หลังจากเขายกทัพมาที่แผ่นดินใหญ่คลื่นศักดิ์สิทธิ์ กุมอำนาจ ทำท่าจะควบคุมแผ่นดินใหญ่คลื่นศักดิ์สิทธิ์อย่างเบ็ดเสร็จ ยิ่งก่อสงครามกับเผ่าฟ้าทมิฬ

นี่คือคำสัญญาของเขากับจักรพรรดิมนุษย์ และเป็นพันธสัญญาของจักรพรรดิมนุษย์กับตระกูลของพวกเขา

เขาเปิดประตูเผ่าฟ้าทมิฬเพื่อจักรพรรดิมนุษย์ กวาดล้างเผ่าฟ้าทมิฬในขณะที่อ่อนแอที่สุด เพื่อบุกเบิกแผ่นดินใหม่แก่จักรพรรดิเผ่ามนุษย์

เผชิญหน้ากับอ๋องเทียนหลันที่รัศมีเจิดจรัสพร่างพรายถึงขีดสุด ต้ากงคลื่นศักดิ์สิทธิ์ก็ต้องเลี่ยงประกายคมแล้วเลือกศิโรราบ

ส่วนเขตปกครองผนึกสมุทร…แม้จะมีอำนาจปกครองตนเอง แต่เผชิญหน้ากับอ๋องเทียนหลันก็ไม่ควรค่าให้เอ่ยถึง

การปรากฏตัวของเขา ขอแค่มีโองการสั่งลงมา ก็ทำให้เขตปกครองผนึกสมุทรสั่นคลอนประหนึ่งใบไม้กลางทะเลพิโรธ

ในเขตปกครองยิ่งมีผู้ที่หวาดกลัว ชนเผ่าและขั้วอำนาจสำนักไม่น้อย ล้วนเลือกศิโรราบให้ทันที

ในบรรดานี้ผู้นำพันธมิตรของพันธมิตรแปดสำนัก เขาละทิ้งสถานะและตำแหน่งของพันธมิตรแปดสำนักอย่างเด็ดขาด พาเหล่าใต้บังคับบัญชาบางส่วนสวามิภักดิ์กับอ๋องเทียนหลัน

ต่อมา อ๋องเทียนหลันออกคำสั่งเกณฑ์ผู้บำเพ็ญเผ่าต่างๆ ทั้งแผ่นดินใหญ่ ให้เข้าร่วมรบกับเผ่าฟ้าทมิฬเป็นกลุ่มๆ โรมรันฆ่าฟันในสงครามเพื่อเขา

ในบรรดานี้ยังรวมถึงเขตปกครองผนึกสมุทร อีกทั้งยังยากจะปฏิเสธ

“ส่วนข้าตั้งแต่ออกเดินทางมาถึงนี่ เขตปกครองผนึกสมุทรส่งผู้บำเพ็ญออกไปแล้วสามกลุ่ม ทุกคนสู้จนตัวตาย สงครามกับเผ่าฟ้าทมิฬครั้งนี้ อ๋องเทียนหลันนำชีวิตของมนุษย์เติมเต็มช่องว่าง เพื่อตัดกำลังเผ่าฟ้าทมิฬ”

คำกล่าวของชายชราถนนทองผุดสะท้อนก้องในเรือนรับรอง สีหน้าสวี่ชิงเย็นชา นายกองหรี่ตา คนอื่นๆ พากันเงียบนิ่ง โดยเฉพาะหนิงเหยียน อ้าปากคล้ายจะพูดอะไร แต่สุดท้ายก็เงียบ

“และเพราะเหตุนี้ โหวเหยาจึงให้ข้ามาบอกเจ้าว่าอย่าเพิ่งกลับ หากเจ้ากลับไป…องค์ชายเจ็ดทางนั้นจะต้องถือโอกาสนี้เรียกเกณฑ์เจ้าไปแน่ ถึงตอนนั้น…”

ชายชราถนนทองผุดกำลังถอนหายใจกับสถานการณ์อันหนักหน่วง แต่เมื่อมองรัฐทายาทที่กำลังจิบชา ในสมองก็มีเรื่องเหล่านั้นที่ตนได้ยินรวมถึงคำพูดที่หลิงเอ๋อร์เพิ่งเอ่ยถึงผุดขึ้นมา จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าอันที่จริงตนไม่จำเป็นต้องถอนใจ

“เอ่อ…เรื่องราวก็เป็นเช่นนี้”

ชายชราถนนทองผุดกะพริบตาปริบๆ เอ่ยเสียงต่ำ

สวี่ชิงเงยหน้า มองไปทางเขตปกครองผนึกสมุทร จากนั้นก็หันไปคารวะรัฐทายาท

รัฐทายาทวางจอกชาลงด้วยรอยยิ้ม กำลังจะเอ่ยปาก ตอนนี้เอง เสียงเย็นชาเสียงหนึ่งก็ดังก้องมาจากเทือกเขาทนทุกข์

“ข้าจะไปเขตปกครองสมุทรกับเจ้า”

เสียงนี้ราวกับปราณกระบี่ มาพร้อมกับจิตสังหาร ฟ้าดินสั่นสะเทือนพร้อมกัน ลมเมฆโหมทะลัก ครืนครันไปทั่วสารทิศ

เมื่อรัฐทายาทได้ยินก็ถอนหายใจ หยิบจอกชาขึ้นมาอีกครั้ง

เสียงนี้ มาจากผู้อาวุโสเก้า!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผู้กล้าเหนือกาลเวลา