บทที่ 855 คล้ายเป็นเทพเจ้าองค์ที่สี่
ท้องนภาทะเลโลหิตแผ่ซ่านปกคลุมม่านฟ้า ทำให้ท้องฟ้าทั้งผืนเป็นสีเลือด
มองจากไกลๆ เหมือนอาทิตย์อัสดงมาเยือน ฟ้าดินเปลี่ยนสี
และขณะทะเลโลหิตพลิกม้วน เงาร่างชุดดำในนั้นแผ่พลังกลืนขุนเขาธาราอานุภาพเลิศล้ำเหนือใครอยู่เบื้องบน
เทียบกับอีกฝ่าย สวี่ชิงในป่าฝนพลังสู้ไม่ได้อย่างชัดเจน พร้อมกันนั้นแรงกดดันมหาศาลก็ผุดขึ้นในใจเขา
เลือดเนื้อทุกชุ่นบนกายเขากำลังสั่นเทา วิกฤตเป็นตายร้ายแรงทอดมาจากวิถีสวรรค์อย่างรวดเร็ว
แข็งแกร่ง แข็งแกร่งยิ่งนัก!
นื่คือยอดอัจฉริยะฟ้าประทานผู้แข็งแกร่งที่สุดที่สวี่ชิงเจอมาจนถึงบัดนี้
ไม่ว่าทั่วสือซานหรือฝานซื่อซวงล้วนไม่เคยทำให้เขามีความรู้สึกชัดเจนปานนี้ คนแรกเขาชนะได้ คนหลังเขาฝีมือพอฟัดพอเหวี่ยง แต่เผชิญหน้ากับจี้ตงจื่อ สวี่ชิงรู้ดี…ตนไม่ใช่คู่ต่อสู้
ดังนั้นกายเขาถอยหลังทันใด พลังบำเพ็ญทั้งกายหมุนเวียน ไหมวิญญาณนับไม่ถ้วนระเบิดจากภายใน กลายเป็นสภาวะเทพเจ้าขั้นที่สี่ในพริบตา
เมื่อสำเร็จแล้วถอยหลังอีกครั้ง
“ถึงจะฉลาด แต่เห็นข้าแล้วเท่ากับเจ้าหมดโอกาสมีชีวิตรอด”
บนท้องฟ้า จี้ตงจื่อกล่าวคำราบเรียบ ยกมือขวากดไปทางสวี่ชิงผ่านอากาศ
ด้วยการกดนี้ ทะเลโลหิตที่ปกคลุมม่านฟ้ารอบตัวเขาพลันเกิดคลื่นรุนแรง พลิกม้วนทั้งผืน ขยายขอบเขตพันลี้ กวาดซัดมาทางสวี่ชิงประหนึ่งมหาสมุทรของจริง
บริเวณที่มันผ่าน ความว่างเปล่าแหลกสลาย ฟ้าดินสะเทือนเลื่อนลั่น ป่าฝนพันลี้รอบด้านล้วนสั่นสะเทือนโดยมีสวี่ชิงเป็นจุดศูนย์กลาง พืชพรรณทั้งหลายสะท้อนเป็นสีโลหิต ดินเลนทั้งหมดกลายเป็นโคลนสีเลือด
สิ่งมีชีวิตทั้งมวลในระยะพันลี้ต่างร้องโหยหวนขึ้นมาฉับพลัน ไม่ว่ารูปร่างลักษณะใด อสูรก็ดี สิ่งประหลาดก็ดี ล้วนกลายเป็นโลหิตในชั่วพริบตา ลอยขึ้นฟ้าเป็นกลุ่มแล้วรวมเข้ากับทะเลโลหิตที่เคลื่อนเข้ามา
มองไกลๆ มีโลหิตนับไม่ถ้วนลอยขึ้นฟ้า ราวกับแปลงที่นี่เป็นกรงขังทำจากเลือดสดแล้วกระนั้น
ยิ่งกว่านั้นในทะเลโลหิตยังซ่อนเงาโลหิตไว้มากมาย พวกมันมองสวี่ชิงด้วยความโลภ ส่งเสียงหวีดแหลม โถมมาจากทั่วทิศ
เมื่อออกมือ พละกำลังสะท้านฟ้าสะเทือนดินปิดล้อมพื้นที่ทั้งหมด
ยามนี้ความรู้สึกเสี่ยงตายยิ่งปะทุขึ้นในกายสวี่ชิงอย่างรุนแรง เขาสีหน้าอึมครึม รับรู้ว่าทางหนีตนถูกปิดกั้นจึงหยุดถอยหลัง ชั่วขณะที่หมุนกาย พลังต้นกำเนิดเทพสภาวะเทพเจ้าขั้นที่สี่ของสวี่ชิงแผ่ขยาย ไอพลังประหลาดพุ่งพรวดรวดเร็ว ปกคลุมรอบด้านจนเลือนราง
ขณะเดียวกัน เสียงดุจเทพเจ้ากระซิบทอดจากปากสวี่ชิง
“โลหิต!”
ชั่วลมปราณที่คำนี้ก้องฟ้าดิน ท้องนภาทะเลโลหิตที่จู่โจมเข้ามาพลันสั่นสะเทือน โลหิตที่ลอยขึ้นฟ้าในป่าฝนก็หยุดนิ่งและเริ่มบิดเบี้ยว
แรงดึงมหาศาลปรากฏหลังเลือดของสวี่ชิงสำแดงเดช หมายจะดึงทะเลโลหิตให้กลายเป็นคลื่นของเขา
เมื่อก่อรูปร่าง ทะเลโลหิตผืนนี้จะถูกสวี่ชิงควบคุม
“พลังไม่เลว แล้วขีดจำกัดของเจ้าอยู่ตรงไหนกันล่ะ”
กลางอากาศจี้ตงจื่อสีหน้าปกติ หลังเอ่ยคำเรียบนิ่ง มือขวายกโบกซ้ำ ฉับพลันทะเลโลหิตปะทุอีกครั้ง เงาโลหิตทั้งหมดในนั้นคำรามพร้อมเพรียง ต่างฝ่ายละลายลงมา
ฉากน่าหวาดกลัวสะท้อนเข้านัยน์ตาสวี่ชิง ทำให้เขาเกิดคลื่นในใจ
เงาสีเลือดในทะเลโลหิตมีมากถึงหลายพันเงา และเมื่อเงาสีเลือดทุกสายละลายล้วนกลายเป็นโลหิตจำนวนมากผสานเข้าทะเลโลหิต ทำให้ทะเลผืนนี้น่าสะพรึงกลัวกว่าเดิม
ชั่วพริบตา หลังผสานเงาโลหิตหลายร้อยสาย ขอบเขตของทะเลโลหิตขยายพรวดพุ่งถึงหกพันลี้ และยังขยายต่อเนื่อง
เจ็ดพัน แปดพัน เก้าพัน…กระทั่งหมื่นลี้
ทะเลโลหิตหมื่นลี้หมายจะยกคลื่นเทียมฟ้า แค่กลิ่นอายที่แผ่ซ่านก็ก่อเป็นพลังทำลายล้าง แม้ด้านสวี่ชิงมีพลังโลหิต แต่ทะเลโลหิตที่ขยายตัวรวดเร็วเช่นนี้ยังคงทำให้เขารู้สึกถึงแรงกดดัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หมื่นลี้ไม่ใช่จุดสิ้นสุด
สุดท้าย หลังผสานเงาโลหิตหลายพันสาย ทะเลโลหิตขยายถึงหนึ่งแสนลี้ น่าหวาดกลัวหาใดเปรียบ
ป่าฝนที่ถูกผลกระทบก็เป็นเช่นนั้น
และหนึ่งแสนลี้กว้างใหญ่เหลือเกิน ไกลสุดลูกหูลูกตา ซัดสาดสะเทือนเลื่อนลั่นมาทางสวี่ชิงราวกับแทนที่ท้องฟ้าอย่างแท้จริง ยังถึงกับขยายใหญ่ขึ้นในระหว่างนั้น
ทั้งกายสวี่ชิงสั่นสะท้าน สัมผัสได้ถึงขีดจำกัดของตน ร่างกายเกิดการเสียสมดุล จิตวิญญาณก็เจ็บปวดจากการฉีกขาด
ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ สัญชาตญาณต่อสู้ในใจสวี่ชิงส่งผลถึงขีดสุด นัยน์ตาเขาฉายแววเฉียบขาด รวมพลังโลหิตในสภาพแตกฉานซ่านเซ็นให้เป็นกลุ่มรอบกาย ก่อรูปเป็นแสงโลหิตผืนหนึ่ง และหมุนวนกลายเป็นเกลียวคลื่นอย่างรวดเร็ว
เขาที่อยู่ในเกลียวคลื่น เปลี่ยนกายเป็นกระแสโลหิตในพื้นที่สีเลือดนี้ กลายร่างทั้งร่างเป็นส่วนเล็กส่วนน้อยและสาดกระจายออกมา
ในเมื่อไม่อาจต่อกร เช่นนั้นก็เลือกหลอมรวมเข้ากับมัน
ขณะเดียวกัน ทะเลโลหิตแสนลี้บนม่านฟ้าร่วงสู่ผืนดิน
เสียงสนั่นหวั่นไหวทอดไกลถึงระยะหลายล้านลี้ ผู้บำเพ็ญนภาคิมหันต์จำนวนมากที่อยู่ในเขตนี้ล้วนสังเกตเห็น พากันหันมองทอดไปด้วยจิตใจสั่นสะเทือน
ต่างคนตื่นกลัว
และป่าฝนหนึ่งแสนลี้ที่ทะเลโลหิตตกลงมาก็แหลกเป็นผุยผงในชั่วลมปราณ พืชพรรณทั้งหลาย รวมถึงอสูรและสิ่งประหลาดทั้งปวงล้วนดับสิ้นไปพร้อมกัน พื้นดินสั่นสะเทือน เกิดเป็นหลุมยุบที่ถูกเติมเต็มด้วยทะเลโลหิต
ทะเลโลหิตแสนลี้ยิ่งใหญ่ไร้สิ้นสุดเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นดิน ขณะพลิกม้วนไม่หยุดหย่อน เลือดสดเป็นหยดกระเซ็นขึ้นฟ้าเร็วรี่ และรวมตัวเข้าด้วยกันเป็นร่างของสวี่ชิง
เพิ่งปรากฏเขาก็กระอักเลือดสดคำหนึ่ง สีหน้าซีดเผือด สภาวะเทพเจ้าก็แหลกลาญ ร่างกายถอยหลังอย่างรวดเร็ว
นั่นมิใช่ดวงจันทร์ลวงตา หากแต่เป็นของจริง แรกเริ่มยังเล็กนัก แต่พริบตาเดียวก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ บนนั้นจะเห็นแผ่นศิลา สามารถเห็นรายชื่อสาวกจำนวนมาก
และพริบตานั้น ในแผ่นดินใหญ่วิญญาณทมิฬ ศาลบูชานายแห่งจันทร์สีม่วงมากมายกำลังสั่นสะเทือน สาวกนับไม่ถ้วนล้วนกราบไหว้ พลังศรัทธารวมกันเป็นแสงสีม่วง สว่างไสวขึ้นมาเบื้องหน้าจี้ตงจื่อในแผ่นดินใหญ่ผืนคีรี
ฝ่ามือเขากลายเป็นสีม่วงทันใด พลังที่จู่โจมเข้ามาก็หยุดเพราะสิ่งนี้ หมายจะดึงออก แต่ช้าไปเสียแล้ว จันทร์สีม่วงที่ใหญ่ขึ้นรวดเร็วพุ่งอัดฝ่ามือด้วยพลังหมื่นจวินทันที
พริบตาเดียวก็ปะทะเข้าฝ่ามือ เกิดเสียงสนั่นหวั่นไหวพร้อมดันไปข้างหลังต่อเนื่อง
ระลอกคลื่นที่แผ่ออกขยายวงกว้าง ดึงเงาร่างจี้ตงจื่อที่ซ่อนอยู่ในความว่างเปล่าเบื้องหลังฝ่ามือออกมา
เงานี้รวมเป็นโครงร่างเร็วรี่ เผยให้เห็นใบหน้าที่มีความตื่นตกใจ เขากำลังจะออกมือต่อ แต่ครู่ต่อมาแสงจันทร์สีม่วงกระจายบาดตา อาบย้อมทั่วทั้งกายเขา
ขณะเดียวกัน ไหมวิญญาณจากสภาวะเทพเจ้าที่พังทลายของสวี่ชิงพุ่งมาจากทั่วทิศอย่างรวดเร็ว เป้าหมายไม่ใช่สวี่ชิง แต่เป็นจี้ตงจื่อ
ไหมวิญญาณหลายล้านเส้นโอบล้อม เกิดเป็นแรงผูกมัด
เหล่านี้พูดไปก็ยาว ความจริงเกิดขึ้นในชั่วพริบตา ขณะจี้ตงจื่อถูกจันทร์สีม่วงอัดโจมตีและถูกไหมวิญญาณพันรอบกาย จิตสังหารในตาสวี่ชิงเด่นชัด มือขวายกขึ้นคว้าไปทางจี้ตงจื่อทันใด
แปดทิศสั่นสะเทือน ฟ้าดินเกิดระลอกคลื่นในพริบตานั้น คล้ายกลายเป็นบ่อน้ำ
คลื่นบ่อน้ำสะท้อนวิชาทั้งหมดของจี้ตงจื่อ รวมถึงทุกช่วงทุกตอนในอดีตและอนาคตของเขา ยิ่งมีวิญญาณของจี้ตงจื่ออยู่ในนั้น!
ในนี้ยังแฝงความลับทั้งหมดของเขาที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้
อย่างเช่นวิญญาณ…สวี่ชิงเห็นแล้วสองนัยน์ตาพลันหด
วิญญาณของจี้ตงจื่อไม่ใช่หนึ่งดวง หากเป็นเก้าสิบเจ็ดดวงเต็ม!
ภายในทุกดวงล้วนบูชาป้ายสักการะเทพสีทองแผ่นหนึ่ง
บนป้ายสักการะเทพเก้าสิบเจ็ดแผ่นสลักเงาร่างไว้เก้าสิบเจ็ดรูป ลักษณะต่างกัน แต่ล้วนแผ่กลิ่นอายเทพเจ้า
ฉากนี้ทำให้สวี่ชิงจิตใจสั่นสะเทือน
เพราะสิ่งที่สลักบนป้ายสักการะเทพเหล่านั้น ถึงกับเป็นเทพเก้าสิบเจ็ดองค์!
หนึ่งในนั้น สวี่ชิงเคยเห็นซากเทวรูปในป่าฝนแผ่นดินใหญ่ผืนคีรีก่อนหน้านี้!
ที่สวี่ชิงรู้สึกคือจี้ตงจื่อผู้นี้เหมือนภาชนะรวบรวมป้ายสักการะเทพ!
สวี่ชิงไม่รู้นี่เป็นพิธีกรรมบางอย่างหรือไม่ แต่เขานึกถึงคำพูดที่องค์ชายห้ากล่าวในตำหนักใหญ่จักรพรรดิมนุษย์โดยสัญชาตญาณ!
‘หลายปีนี้ไอพลังประหลาดในเขตนภาคิมหันต์เพิ่มขึ้นมากถึงสามเท่าเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน อ๋องเจิ้นเหยียนสังเกตแล้วเคยบอกว่า…เหมือนนภาคิมหันต์กำลังเตรียมเทพเจ้าองค์ที่สี่!’
………………………………….

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผู้กล้าเหนือกาลเวลา