บทที่ 866 สมบัติลับที่ห้า : สมบัติเวท
พริบตาเดียวผ่านไปเจ็ดวัน
คลื่นบนแผ่นดินใหญ่ผืนคีรีสงบลงด้วยเขตต้องห้ามจิ่วหลีถูกผนึกอีกครั้ง
อสูรร้ายในนั้นไม่ร้องโอดครวญอีกต่อไป การดิ้นรนภายในโลหิตและจิตใจของพวกมันค่อยๆ หมดไป แทนที่ด้วยสัญชาตญาณสัตว์ทั้งหมด
แต่ผู้บำเพ็ญนภาคิมหันต์ที่เข้าร่วมมหกรรมออกล่า ในใจพวกเขากลับไม่อาจนิ่งสงบ การคาดเดาต่างๆ นานาทะลักเข้าจิตใจทุกคน
ส่วนใหญ่ในนั้นรู้แหล่งที่มาของคลื่นบนแผ่นดินใหญ่ผืนคีรีครั้งนี้ด้วยวิธีต่างกัน พวกเขาพากันหลบเลี่ยง ไม่อยากเข้าใกล้จิ่วหลี
ต่อให้เป็นเทือกเขาที่สวี่ชิงซ่อนตัว แม้อยู่ห่างเขตต้องห้ามจิ่วหลีประมาณหนึ่ง แต่ในเจ็ดวันนี้ก็ไม่ค่อยมีคนผ่านมา
บวกกับเขาซ่อนตัวได้ดีมาก หมอกเทาก็ถูกผลึกวารีสีม่วงดูดซับทั้งหมด จึงไม่เคยมีใครสังเกตเห็น
นี่ทำให้ทั้งกายใจสวี่ชิงจมจ่อมอยู่กับการหลอมสมบัติเวทจิ่วหลีในเจ็ดวันอันเงียบสงบ
อยากควบคุมจิ่วหลีให้กลายเป็นส่วนหนึ่งในร่างกายโดยสมบูรณ์ มีเพียงหลอมมันเป็นสมบัติเวท
แต่ก้าวนี้ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น
สิ่งที่ต้องทำอย่างแรกไม่ใช่การผสานเก้าโคมไฟที่ลอยอยู่รอบตัวเข้าร่างทีละอัน แต่ต้องสร้างฐานสมบัติลับเอาไว้ใส่โคมไฟในทะเลความรู้สึกเสียก่อน
ฐานสมบัติลับนี้สำคัญยิ่ง ด้านหนึ่งต้องสามารถรับการผสานของจิ่วหลี อีกด้านหนึ่งก็เกี่ยวเนื่องกับท้ายที่สุดสวี่ชิงจะหลอมรวมกับจิ่วหลีได้อย่างแท้จริงหรือไม่
ดังนั้นหลังจากตริตรอง สวี่ชิงทำการตัดสินใจ
เลือดเนื้อเป็นฐาน กระดูกเป็นภูเขา!
ในเจ็ดวันนี้เขาใช้เลือดเนื้อของตนอย่างต่อเนื่อง ให้มันรวมตัวในทะเลความรู้สึกและปูเป็นฐานสมบัติลับ
ขั้นตอนนี้ต้องใช้เลือดเนื้อปริมาณมาก ในสภาวะปกติ แม้สวี่ชิงฝังตัวเองลงไปก็ยังไม่พอ
ดังนั้น เขาจึงนึกถึงสายลมขาวบนทะเลทรายครามในแผ่นดินใหญ่เซ่นจันทรา
นั่นเป็นสายลมน่าหวาดผวาที่ทำให้เลือดเนื้อและกระดูกงอกขึ้นมาอย่างไร้กฎเกณฑ์ ตอนนั้นในทะเลทรายคราม ทุกคนที่ถูกสายลมขาวพัดผ่าน กายเนื้อจะบิดรูปพิสดารจนกลายเป็นภูเขาเนื้อหนัง ตายกันเละเทะเกลื่อนกลาด
ปรากฏการณ์นี้เขาเคยศึกษาค้นคว้า ทั้งเคยลองบนตัวคนอื่น เคยเป็นหนึ่งในตำรับทำลูกกลอนคลายคำสาป
ขณะเดียวกัน เขารู้ดีว่าเลือดเนื้อที่งอกออกมาก็เป็นส่วนหนึ่งในร่างกายอย่างแท้จริง
ดังนั้นหลังครุ่นคิด สวี่ชิงกัดฟัน กลืนลูกกลอนที่มีสายลมขาวที่เหลือในถุงเก็บของลงไป ร่างกายเขาก็เกิดการเติบโตไร้รูปแบบทันที
แขนเจ็ดแปดข้าง ขาหลายสิบข้าง กะโหลกหลายอัน ทั้งหมดงอกออกมาอย่างบ้าคลั่ง ร่างกายยิ่งพองจนใหญ่โต
ขณะสวี่ชิงพึ่งพาเลือดเนื้อที่งอกออกมาเหล่านี้ ฐานสมบัติลับในทะเลความรู้สึกเขาเริ่มปรากฏเป็นโครงร่าง
ระหว่างนั้นเขาก็กลืนลูกกลอนที่มีสายลมขาวไปไม่น้อย การเติบโตไร้รูปแบบของร่างกายก็ค่อยๆ มาถึงขั้นเกินความเป็นจริง กลายเป็นภูเขาเลือดเนื้อต่อเนื่อง
ความรู้สึกอ่อนแรงปรากฏขึ้นบ่อยครั้ง
ดีที่มีผลึกวารีสีม่วงคอยฟื้นฟู เลยทำให้เขาฝืนทำต่อไปได้
สุดท้าย กลายเป็นแผ่นดินเลือดเนื้อขนาดหมื่นจั้ง
นี่เป็นขีดจำกัดของเขาแล้ว
เลือดเนื้อหมื่นจั้งนี้เป็นของจากตัวเขาทั้งหมด ใช้มันเป็นฐานสมบัติลับย่อมเป็นหนึ่งเดียวกับเขา
อีกอย่าง บนแผ่นดินเลือดเนื้อหมื่นจั้งนี้ กระดูกของสวี่ชิงก็สุมรวมต่อเนื่อง ก่อรูปเป็นภูเขากระดูกเก้าลูก
หน้าตาของภูเขากระดูกเก้าลูกนี้ล้วนเป็นกะโหลก
สวี่ชิงสร้างมันออกมาตามรูปแบบและลักษณะของใจกลางเขตต้องห้ามจิ่วหลีที่อยู่ลึกลงไปพันจั้งในความทรงจำ
แผ่นดินคือเลือดเนื้อของเขา ภูเขากระดูกคือกระดูกของเขา
ชั่วขณะที่ก่อรูป สวี่ชิงลืมตาอยู่ใต้เทือกเขานี้
สีหน้าเขาซีดเผือด ร่างกายอ่อนแอ ความอิ่มเอิบในตาก็มืดหม่นไปมาก ใช้พลังงานมากเกินไปอย่างแท้จริง
แต่ดวงตาเขายังคงมีประกาย
“ฐานเลือดเนื้อกระดูกสร้างเสร็จแล้ว ต่อไปก็ผสาน!”
สวี่ชิงเงยหน้ามองโคมไฟทั้งเก้าที่ลอยอยู่รอบตัว มือขวายกขึ้นชี้อันหนึ่งในนั้น พริบตาที่เคลื่อนลงมา โคมไฟนี้สั่นสะเทือนมาทางสวี่ชิง
ชั่วขณะที่สัมผัสกับนิ้วมือ โคมไฟผสานเข้าเร็วรี่ หายไปจากตรงหน้าสวี่ชิงทันใด ตอนปรากฏ…ถึงกับอยู่ในทะเลความรู้สึกของเขาแล้ว จากนั้นพลันเคลื่อนลงภูเขากะโหลกที่เป็นของมันบนเลือดเนื้อหมื่นจั้ง
พริบตาเดียวโคมไฟก็ปะทะเข้ากับภูเขากระดูก หมอกเทาในนั้นปะทุเลื่อนลั่น ผสานเข้าภูเขากะโหลกพร้อมกับโคมไฟนี้
เมื่อผสานโดยสมบูรณ์ ภูเขากะโหลกลูกนี้สั่นสะเทือน หมอกเทาที่ปกคลุมกลายเป็นเลือดเนื้อ เบ้าตาที่เคยเป็นโพรงก็มีเปลวเพลิงสีดำผุดขึ้นมาสองดวง
จากนั้น เสียงคำรามดุจวัวร้องแผดมาจากในกะโหลก
ถัดมาอสูรที่มีหัวเป็นมังกร รูปร่างลักษณะเหมือนวัว ทว่ากายเป็นทองในชุดเกราะทองแปลงร่างออกจากในนั้น มันเงยหน้าคำรน ส่งเสียงทุ้มต่ำดั่งเทพเจ้ากระซิบ
“ผู้บัญชาเวทฉิวหนิว!”
มันปรากฏตัวพร้อมพลังมหาศาล ทะเลความรู้สึกสวี่ชิงเกิดคลื่นไร้สิ้นสุด
การเชื่อมโยงกับสวี่ชิงก็เป็นหนึ่งเดียวกันในยามนี้
นี่ทำให้เขาตระหนักได้ทันทีว่าอสูรที่ชื่อฉิวหนิวคือหนึ่งในสภาวะผู้ใช้เวทของจิ่วหลีในตอนนั้น
“เก้ากะโหลก เก้าสภาวะผู้ใช้เวท!”
เห็นว่าได้ผล ใจสวี่ชิงพลันฮึกเหิม ทำมุทราพลางผสานโคมไฟที่สอง ไม่นานอสูรตัวที่สองก็แปลงร่างออกมาบนภูเขากะโหลกอีกลูกในฐานเลือดเนื้อของเขา
นั่นเป็นอสูรหัวมังกรร่างหมาใน ทั่วกายแผ่ความดุร้ายโหดเหี้ยม กระหายเลือดชอบต่อสู้ ให้ความรู้สึกมองแล้วชะตาขาด
ตัวหนึ่งลักษณะคล้ายตัวเป็นเต่าหัวเป็นมังกร ทั่วกายแผ่กลิ่นอายโหดเหี้ยมสะท้านฟ้าสะเทือนดิน ร่างกายยิ่งน่าตื่นกลัว ยามปรากฏทะเลความรู้สึกของสวี่ชิงยังถูกแผ่ขยายไม่น้อย
“ผู้บัญชาเวทป้าซย่า!”
ตัวหนึ่งร่างเป็นเสือหัวมังกร เขี้ยวฟันใหญ่ยิ่ง ตอนปรากฏตัวมีพลังจากผนึกแผ่ซ่านบนตัวมัน เกิดคลื่นกระทบจิตใจสวี่ชิง กระจายทั่วกายเขาและขยายออกไปภายนอก
ทำให้พื้นที่เทือกเขาแห่งนี้เกิดความรู้สึกเลือนราง สี่ทิศรอบด้านล้วนอยู่ในสภาวะถูกผนึก
ในผนึกนี้มีเสียงพึมพำกึกก้อง
“ผู้บัญชาเวทปี้อั้น!”
อีกตัวหนึ่งก็ร่างคล้ายมังกร แต่กลับเพรียวบางและให้ความรู้สึกสง่างาม ขณะโบยบินแผ่รัศมีสีฟ้าออกมาเสริมกำลังให้ทะเลความรู้สึก ถึงกับทำให้จิตวิญญาณของสวี่ชิงเกิดความรู้สึกเย็นสบายไปด้วย ยังตามมาด้วยความรู้สึกเยือกเย็น ราวกับสวมเกราะเลิศล้ำในต่ำใต้ให้แก่จิตวิญญาณของเขา
นี่คือการปลุกพลังจิตวิญญาณ มันมาเยือนโดยไม่ให้สุ้มให้เสียง
นัยน์ตาสวี่ชิงฉายประกายประหลาด เขาสัมผัสการปลุกพลังเช่นนี้ได้อย่างชัดเจน ผลของมัน…น่าทึ่งอย่างยิ่ง
“ราวกับการอวยพรจากเทพเจ้า!”
ขณะสวี่ชิงตระหนักรู้ เสียงจากอสูรตัวนี้ก้องสะท้อนนุ่มนวล
“ผู้บัญชาเวทฟู่ซี่!”
ด้วยการผสานของสวี่ชิง โคมไฟนี้ปรากฏบนเขากะโหลกลูกที่เก้า ตามด้วยภูเขาสั่นสะเทือนและมีเพลิงทมิฬเปล่งแสงภายในกะโหลก ข้างบนนั้นถึงกับปรากฏอสูรหางปลาร่างสิงโตหัวมังกร
การปรากฏตัวของมันไม่ได้มีพลังสะท้านฟ้าสะเทือนดินอันใด ทั้งไม่มีการเปลี่ยนแปลงประหลาดชวนหวาดผวาเมื่อได้ยินแม้แต่น้อย แต่ชั่วขณะที่ปรากฏตัวและพริบตาที่สายตาสบกับจิตของสวี่ชิง กายเนื้อของเขาสั่นสะเทือนอย่างเห็นได้ชัด
เขาสัมผัสได้ว่าอาการบาดเจ็บที่ตนฟื้นฟูมาตลอดถึงกับสัมฤทธิ์ผลในพริบตา ไม่ใช่แค่กายเนื้อ กระทั่งไหมวิญญาณก็เป็นเช่นนั้น ราวกับถูกเสริมพลัง
ที่ทำให้เขารู้สึกแปลกใจที่สุด คือคลื่นทะเลความรู้สึกเขาที่เกิดขึ้นเพราะผสานจิ่วหลีก่อนหน้านี้ ถึงกับคืนสู่สภาวะปกติในพริบตานั้นเช่นกัน!
ราวกับสภาวะด้านลบทั้งหลายล้วนสลายไปเมื่ออสูรตัวนี้จ้องมอง!
“ผู้บัญชาเวทชือเหวิ่น!”
จิ่วหลีเก้าเศียรหลอมรวมกับเลือดเนื้อสวี่ชิง ด้วยมีกระดูกเขาเป็นตัวรองรับ สภาวะผู้บัญชาเวทปรากฏออกมาทั้งหมด!
พริบตาต่อมา ฐานเลือดเนื้อที่พวกมันอยู่พลันเกิดหลุมยุบ เสียงสนั่นหวั่นไหวรวมเข้ากับเสียงคำรามของเก้าเศียร ราวกับจุดเตาหลอมขนาดมหึมา
ตูม!
สมบัติลับที่ห้าก่อเกิด!
สมบัติเวทปรากฏ!
กลิ่นอายสมบัติวิญญาณขั้นบริบูรณ์ซัดสาดเทียมฟ้าจากในกายสวี่ชิงอย่างไม่อาจควบคุม!
……………………………………

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผู้กล้าเหนือกาลเวลา