เข้าสู่ระบบผ่าน

ผู้กล้าเหนือกาลเวลา นิยาย บท 871

บทที่ 871 รวมพลังอีกครั้ง

………………..

ยามนี้ในพื้นที่ของรถผีที่กระจายออกไปมีผู้บำเพ็ญอยู่กว่าร้อยคน ทุกคนในนั้นต่างมีวิธีของตน บางคนใช้วิชา บางคนพึ่งพาของนอกกาย

ทั้งตัวเองยังเป็นผู้มีความสามารถเหนือกว่าคนรุ่นเดียวกัน ถึงได้แสดงฝีมือโดดเด่นจากกลุ่มคนและซ่อนตัวอยู่ที่นี่จนถึงตอนนี้ รอโอกาสได้ลูกรถผี

หากสวี่ชิงไม่ปรากฏตัว แม้ในพวกเขาจะมีคนบาดเจ็บล้มตาย แต่ก็ต้องมีคนเอารถผีมาได้สำเร็จ

แต่ตอนนี้…การมาเยือนของสวี่ชิง ประโยคเดียวก็ทำให้รถผีที่พวกเขาปรารถนาบินออกไปหมดแล้ว

เพียงโบกมือก็เหมือนดึงม่านในห้องมืดออกทันที เปิดโปงการซ่อนตัวของทุกคนทั้งหมด

คำบรรยายนี้ก็ยังไม่เหมาะนัก พูดให้ถูกคือเมื่อสวี่ชิงโบกมือ ไม่เพียงดึงม่านออก แต่ห้องนั้นถึงกับรื้อตัวเองทิ้งในพริบตา ทั้งมีเท้างอกพากันเดินไกลออกไป

ความตื่นตะลึงกับฉากนี้ทำให้ผู้บำเพ็ญนภาคิมหันต์ทั้งหมดที่นี่ต่างมีฟ้าร้องครืนครั่นในใจ สั่นสะเทือนหาใดเปรียบ

ความโปร่งโล่งที่เกิดขึ้นฉับพลันเปลี่ยนจากมืดเป็นสว่างในพริบตา ทำให้พวกเขาล้วนหายใจถี่เร็ว

แต่การสั่นสะเทือนของจี้ตงจื่อรุนแรงที่สุด ก่อนหน้านี้หลังเขาสังเกตเห็นว่าต้นตอความเปลี่ยนแปลงในแผ่นดินใหญ่ผืนคีรีคือจิ่วหลี ในใจก็คาดเดาเกี่ยวกับสวี่ชิงไว้นานแล้ว

เขาก็เคยคิดว่าสวี่ชิงอาจยังไม่ตาย และเคยคิดว่าอาจได้เจอกันอีกในภายหน้า แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็คาดไม่ถึงว่าการพบกันอีกครั้งของทั้งสองจะถึงกับเกิดขึ้นด้วยวิธีเหนือจินตนาการเช่นนี้

มองทอดไปยังรถผีกว่าร้อยตัวที่หมอบคลานราวกับเจอผู้เป็นนาย มองเงาร่างรถผีโตเต็มวัยที่เก่าแก่และน่าหวาดกลัวทั้งสามในม่านฟ้า ร่างกายของจี้ตงจื่อพลันสั่นสะท้านอย่างหาได้ยาก

ความรู้สึกอันตรายร้ายแรงปะทุสนั่นในจิตใจเขา

ฝานซื่อซวงที่อยู่ห่างจากเขาพันจั้งก็เป็นเช่นนั้น เดิมเขากำลังคุมเชิงกับจี้ตงจื่อ แต่ตอนนี้ หลังเห็นทุกสิ่งกับตา จิตใจเขาเกิดคลื่นยักษ์สะเทือนฟ้า

ชั่วขณะหนึ่ง ทุกคนล้วนสะท้านกลัวเพราะฉากนี้ ไม่กล้าผลีผลามบุ่มบ่าม

มีเพียงสวี่ชิงยืนอยู่นอกป่าเร้นลับที่กระจายออกไปผืนนี้ สายตาไม่ได้วางที่กายจี้ตงจื่อซึ่งอยู่ไกลออกไปในทันที หากเงยหน้ามองไปยังรถผีเตรียมสู่เทวะสามตัวนั้นบนท้องฟ้า

สามตัวนี้ล้วนต่างกับอสูรทั้งหมดที่เขาเจอมาตลอดทาง

พวกมันไม่ร้องโอดครวญ ทั้งไม่ทำท่าหมอบคลาน กลับจ้องมองตนอยู่บนฟ้า ในนั้นยังเจือแววสงสัยพินิจพิเคราะห์

‘หลังจากอสูรบนแผ่นดินใหญ่ผืนคีรีบรรลุขั้นเตรียมสู่เทวะ บางที…อาจปลุกความทรงจำบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในสายโลหิต’

สวี่ชิงคล้ายครุ่นคิดบางสิ่ง มีเพียงคำตอบนี้ที่จะอธิบายสายตาของรถผีเตรียมสู่เทวะสามตัวนี้ได้

สายตานี้ก็ทำให้สวี่ชิงรู้ว่ากลิ่นอายจิ่วหลีของตนมีขีดจำกัดอยู่ตรงไหน

‘มีแต่เผยสภาวะบรรพจารย์ผู้ใช้เวทออกมาได้อย่างแท้จริง ไม่อย่างนั้นถ้าคิดจะขี่อสูรเตรียมสู่เทวะ ข้ายังทำไม่ได้’

สวี่ชิงตรองในใจ สายตาก็ถอนกลับตามมา กวาดมองผ่านผู้บำเพ็ญที่ถูกเปิดเผยเงาร่างในป่าเร้นลับ สุดท้ายมองทอดไปทางจี้ตงจื่อ

พวกเขาอยู่ไกลกันมาก โดยปกติจะไม่เห็นอีกฝ่าย

แต่เป็นถึงผู้บำเพ็ญ และกำลังรบกับพลังบำเพ็ญก็บรรลุถึงขั้นนี้แล้ว เช่นนั้นขอเพียงระยะห่างไม่ไกลเกินไป ด้วยการเสริมพลังจากประสาทสัมผัสเทพผสานกับสัญชาตญาณ ย่อมจ้องมองและสัมผัสถึงกันได้

ระหว่างจ้องมอง ความรู้สึกอันตรายในใจจี้ตงจื่อปะทุขึ้นอีกครั้ง สวี่ชิงยกเท้าเดินไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง

เมื่อก้าวลงไป กายเขาส่งเสียงฟ้าร้องครืนครั่น ไหมวิญญาณสีแดงจำนวนมากระเบิดออกจากร่างเขา โอบล้อมรอบด้านเป็นพายุสีโลหิต แล้วผสานกันเป็นสภาวะเทพเจ้าอย่างรวดเร็ว

ออกมาก็เป็นขั้นที่สี่ สภาวะชื่อหมู่ หรืออีกชื่อคือนายแห่งจันทร์สีม่วง!

สูงร้อยจั้ง ทั่วทั้งกายเป็นขนนกเลือดเนื้อสีม่วง ด้านหลังยังมีปีกมหึมาสองข้าง เสียงกระซิบแผ่ออกจากร่างนั้นเป็นระยะ ก้องสะท้อนทั่วทิศ

เบื้องหลังเขาคือจันทร์สีม่วงที่ลอยขึ้นอย่างช้าๆ เงาร่างนับไม่ถ้วนบนนั้นกำลังหมอบกราบ

เบื้องหน้าเขาคือนาฬิกาแดดใหญ่ยักษ์ เข็มกำลังหมุนวน เกิดเป็นพลังแห่งเวลาบิดเบี้ยวความว่างเปล่า ทำให้ทุกสิ่งพร่าเลือน

เบื้องล่างเขาคือแท่นดอกบัวมหึมา ใบบัวทุกใบล้วนแสดงถึงความสามารถอย่างหนึ่งของสวี่ชิง

พวกมันกลายเป็นหนวดสีม่วงขยายออกทั่วทิศ ประหนึ่งดอกพลับพลึงแมงมุมสีม่วง ผู้ใดพบเห็นเป็นต้องตื่นกลัว

เจตจำนงเทพเจ้ามาเยือนฟ้าดิน สั่นคลอนจิตวิญญาณผู้บำเพ็ญมากมาย แม้แต่อสูรรถผีเหล่านั้นยังกระสับกระส่าย สามตัวบนฟ้ายิ่งแผ่พลังกดดันออกมาทั่วร่าง

แต่สวี่ชิงไม่ได้สนใจ เดินก้าวที่สองด้วยสภาวะเทพเจ้าน่าสะพรึงกลัวนี้

ขณะก้าวลง โคมไฟเลือดเนื้อทั้งเก้าพลันลอยออกจากกายเขามาล้อมรอบด้าน บนนั้นปรากฏเป็นจิ่วหลีเก้าเศียร อานุภาพสะเทือนฟ้า ขณะแผดเสียงคำรามยังเคลื่อนมาหาสวี่ชิงอย่างรวดเร็ว

ชั่วลมปราณก็ผสานเข้ากับสภาวะเทพเจ้าของเขา กลายเป็นเกราะเวทเปี่ยมด้วยความเก่าแก่คร่ำโลก

จิ่วหลีเก้าเศียรปรากฏพร้อมกัน เสริมกำลังรบของสวี่ชิงให้สะท้านฟ้าสะเทือนดินในทุกจุด

เมื่อหน้ากากที่แปลงจากหยาจื้อสวมบนหน้าสวี่ชิง ฟ้าดินเปลี่ยนสี ลมพัดเมฆแผ่คลุม!

สิ่งที่สำแดงอยู่บนโลกนี้ เป็นการมีอยู่ที่ไม่เคยปรากฏขึ้นในประวัติศาสตร์

เทพเจ้ากับผู้ใช้เวทปรากฏขึ้นพร้อมกันในร่างคนคนเดียว กลิ่นอายทรงอานุภาพยากอธิบายสะท้านฟ้าบนกายสวี่ชิง

รถผีบนพื้นดินหมอบคลานตัวสั่น รถผีบนฟ้าถึงกับก้มมองอย่างเงียบเชียบ

ต้นไม้ใบหญ้าในป่าฝนรอบด้านโน้มลงพร้อมเพรียง ฟ้าแลบสีแดงบนท้องฟ้าก็ระเบิดลั่นเรียงกัน ทำให้ม่านฟ้าถูกอาบย้อม

ผู้บำเพ็ญนภาคิมหันต์เหล่านั้นยิ่งมีหลายคนทานรับไม่ไหวจนกระอักเลือดสดออกมา จำต้องถอยหลบ ในใจถูกถมด้วยความตื่นตกใจและความหวาดกลัว

กระทั่งฝานซื่อซวงกับจี้ตงจื่อยังเกิดอสนีบาตเลื่อนลั่นในหัว

ไม่ต้องไปลงมือพวกเขาก็สัมผัสถึงความกล้าแข็งของสวี่ชิงในยามนี้ได้อย่างชัดเจน

แผ่นดินสะเทือนรุนแรง ฝ่ามือมหึมาถูกตะปูที่เกิดจากหมอกเทาตอกลงพื้นเต็มๆ

ไม่ว่าจี้ตงจื่อใช้วิชาอย่างไรก็ยากจะทำให้ฝ่ามือนั้นหลุดพ้น

สวี่ชิงถอนสายตากลับมา มองจี้ตงจื่อที่สีหน้าเปลี่ยน เดินออกไปเป็นก้าวที่ห้าโดยไม่เอ่ยคำใด

เมื่อปรากฏตัวก็มาอยู่ร้อยจั้งข้างหน้าจี้ตงจื่อแล้ว

จี้ตงจื่อหายใจถี่รัว ทั้งกายเป็นสีแดงในฉับพลัน เงาโลหิตเป็นสายลอยออกมาจากกายเขา โอบล้อมรอบด้านเป็นทะเลสาบโลหิต และเงาโลหิตในนั้นยังแตกกระจายต่อเนื่อง ทำให้ทะเลสาบโลหิตขยายขอบเขตพุ่งพรวด หวีดคำรามมาทางสวี่ชิง

ตัวเขากลับลอยขึ้นกลางอากาศเร็วรี่ สีหน้าบิดเบี้ยวอยู่กลางฟ้าดิน จิตสังหารในตาเด่นชัด สองมือยกขึ้นแผ่ออกโดยพลัน ทันใดนั้นเลือดสดและเงาโลหิตระเบิดออกจากกายเขามากกว่าเดิม

พริบตาเดียวก็ปรากฏทะเลโลหิตกว้างใหญ่อยู่รอบตัวเขา ขอบเขตชวนตื่นตะลึง มองไม่เห็นจุดสิ้นสุด ปกคลุมท้องนภาทำให้ฟ้าดินกลายเป็นสีเลือด

“สะกด!”

ใจกลางทะเลโลหิต จี้ตงจื่อที่แทบมองไม่เห็นเงาร่างคำรามเสียงต่ำ สองมือลดลง ฉับพลันทะเลโลหิตน่าหวาดกลัวรอบตัวเขาก็เคลื่อนตามลงไปกดทับพื้นดิน

ตอนนั้นสวี่ชิงก็พ่ายแพ้ให้กระบวนท่านี้เพราะเกินขีดจำกัดพลังโลหิตของเขา แม้สุดท้ายหนีมาได้ แต่ก็บาดเจ็บสาหัส

บัดนี้เห็นมันอีกครั้ง สวี่ชิงเงยหน้าจ้องทะเลแดงฉานที่เคลื่อนลงมาจากม่านฟ้า เขายกมือขวาคว้าทะเลแดงฉานผ่านอากาศ

พลังบำเพ็ญปรากฏทั่วกายในยามนี้ พริบตานั้นพลังต้นกำเนิดเทพแผ่ซ่านทั่วทิศ จิ่วหลีเก้าเศียรออกมาจากร่าง แผดเสียงคำรามสนั่นฟ้าดิน

อานุภาพสาดซัดเทียมฟ้า

ด้วยการปลุกพลังถึงขีดสุด พลังโลหิตของสวี่ชิงก็ทะลวงขีดจำกัดในตอนแรกและถูกดันไปอีกขั้นทันที

ทะเลโลหิตที่ปกคลุมฟ้าบดบังตะวันพลันพลิกม้วน ถึงกับเกิดเป็นเกลียวคลื่นใหญ่ยักษ์ ต้นตอของเกลียวคลื่นนี้คือฝ่ามือที่สวี่ชิงยกขึ้นนั่นเอง!

ทะเลโลหิตพลิกม้วนหมุนวนต่อเนื่อง เข้ามารวมตัวที่ฝ่ามือสวี่ชิงไม่ขาดสาย มันย่อส่วนลงทุกที

มองจากไกลๆ ฉากนี้เป็นที่น่าตกใจ ทำเอาผู้บำเพ็ญที่ดูอยู่ทั้งหมดจิตใจสั่นสะเทือนอีกครั้ง

จนสุดท้าย ทะเลที่เคยกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาบนท้องฟ้าที่ทุกคนเห็น ถึงกับกลายเป็นก้อนโลหิตหมุนวนในฝ่ามือสวี่ชิง

ในนั้นเปล่งรัศมีสีแดงสะดุดตาอาบย้อมฟ้าดิน มองมันแล้วมีความรู้สึกเหมือนจิตวิญญาณถูกทิ่มแทง คล้ายได้ยินเสียงร้องโหยหวนเหลือคณานับ

ยังมีกลิ่นอายที่ทำให้คนหวาดผวาเคลื่อนวนอยู่ในนั้น เผยให้เห็นความโกลาหล ราวกับจะระเบิดออกมาเป็นมหันตภัยได้ทุกเมื่อ!

ฉากนี้ทำให้ในหัวจี้ตงจื่อเกิดอสนีบาต กายใจสั่นเทา เมื่อความกลัวในใจเผยออกทางสายตาด้วยไม่อาจเก็บซ่อนอีกต่อไป นิ้วชี้ของสวี่ชิงดีดบนก้อนโลหิตน่าสะพรึงกลัวนี้

ชั่วพริบตา ก้อนโลหิตนี้พลันพุ่งออกมาพร้อมพลังทำลายล้างสรรพสิ่ง ผ่านบริเวณใดล้วนลากรอยเลือดกัดกินความว่างเปล่าราวบาดแผลบนท้องฟ้า พุ่งตรงไปหาจี้ตงจื่อ!

……………………………………

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผู้กล้าเหนือกาลเวลา