เข้าสู่ระบบผ่าน

ผู้กล้าเหนือกาลเวลา นิยาย บท 898

บทที่ 898 เพลิงแท้ เพลิงกรรม เพลิงเคราะห์ สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ

ห้าอำนาจแผ่นดินเทวะ ตอนนี้มีเจ้าของไปแล้วสี่

ดังนั้น สายตาของเทพทั้งสาม ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และ ดวงดาว จึงดึงกลับมาจากคลื่นวน มองผ่านความเวิ้งว้างไปยังแผ่นดินผืนคีรี

จากนั้น อำนาจส่วนสุดท้ายในแผ่นดินเทวะ ก็จะตัดสินจากสายตาของเหล่าองค์ท่าน

เหมือนกับศึกศพจักรพรรดิที่เกิดขึ้นในส่วนลึกของคลื่นวน เหล่าองค์ท่านไปแทรกแซงไม่ได้ สวี่ชิงกับเอ้อร์หนิวจะรอดก็ดีจะตายก็ช่าง จะสำเร็จก็ดี จะล้มเหลวก็ช่าง ล้วนแต่เป็นชะตาทั้งสิ้น

ในเมื่อเลือกที่จะมาเดิมพันเสี่ยงชะตาที่นี่ ทุกอย่างก็ต้องแล้วแต่โชคชะตา

สำหรับเทพทั้งสาม ศึกศพจักรพรรดิเป็นโอกาสที่เหล่าองค์ท่านรอคอย เป็นกุญแจที่เปิดม่านผืนใหญ่ออก

ส่วนศึกในแผ่นดินใหญ่ผืนคีรีทะลุผ่านซึ่งเวลา เชื่อมต่อกับผลกรรมเวรของโลกจักรพรรดิเซียนเหนือกับแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์

เกิดเป็นรูปร่างและเชื่อมต่อกันแล้ว

ดังนั้น ความสำเร็จล้มเหลวของแผ่นดินใหญ่ผืนคีรีตอนนี้ เหล่าองค์ท่านก็จะไม่ยื่นมือเข้าช่วยเช่นกัน

กรรมเวรก็ดีจะเป็นชะตาก็ดี ในห้วงเวลาแม้จะมีคำสัญญา แต่ก็ต้องดูว่าชะตาของคนที่ได้รับคำสัญญาแบกรับได้หรือไม่

หากชะตาของแผ่นดินใหญ่ผืนคีรีแบกรับได้ ย่อมมีชะตาอันล้ำลึกมหาศาล เหล่าองค์ท่านก็ยินดีที่จะทำตามสัญญา หนุนนำส่งเสริม มอบวาสนาสำเร็จเทพให้

หากแบกรับไม่ได้ ก็เป็นกรรมเวร ห้าอำนาจหวนกลับคืน เพิ่มพลังเทพทั้งสาม ใช้คำสัญญาเป็นฟืน ทะลุผ่านห้วงเวลาหลายหมื่น เผาไหม้ชีวิตของเขา สร้างเป็นวิถีเทพเจ้าของตัวเอง

ก็เป็นผลกรรมแห่งเทวะเช่นกัน

ถึงตอนนั้นแผ่นดินใหญ่ผืนคีรีไม่อาจพูดอะไรได้ โทษใครไม่ได้ ก็ต้องสุดแท้แต่ชะตา

ดังนั้น ไม่มีคำว่าชะตากำหนดแน่นอนอะไรทั้งนั้น แต่มีเพียง…เทพแมงมุมเท่านั้นที่ต้องแตกดับอย่างแน่นอน

ไม่ได้แตกดับในแผ่นดินใหญ่ผืนคีรี ก็ต้องแตกดับด้วยมือของเทพทั้งสาม

เวลาไหลไป

แผ่นดินใหญ่ผืนคีรียังคงกำลังเลือก ส่วนพลังชะตาของแผ่นดินเทวะพุ่งมาในชะตาของผู้ครองอำนาจทั้งหมดแล้ว ดังนั้น กลิ่นอายของเทพดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาวทั้งสาม ภายใต้การเพิ่มพลังก็ยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล มาปรากฏที่คลื่นวนศาลเจ้า ยิ่งดูรุ่งโรจน์

คุณสมบัติสายเลือดของเหล่าองค์ท่านก็ต่างขานตอบต่อระลอกคลื่นพลัง เพลิงเทวะสีทองของแต่ละองค์ต่างลุกโชนขึ้น ในยามที่ลุกโหมจนถึงขีดสูงสุด ก็มีเปลวไฟสีดำที่ถูกซ่อนเอาไว้รางๆ ปลดผนึกจากในสีทอง

ในนั้นเทพดวงอาทิตย์เข้มข้นที่สุด รองลงมาเป็นเทพดวงจันทร์ แล้วจึงเป็นเทพดวงดาว

“ในที่สุดก็แก้เคราะห์เปลวเพลิง ”

เทพดวงอาทิตย์หลับตา เทพดวงจันทร์เงียบนิ่ง เทพดวงดาวเฝ้ารอ

……

ผู้มีอำนาจยังรวมถึงศพจักรพรรดิร่างนั้นที่อยู่ในส่วนลึกของคลื่นวนอีกด้วย

ดังนั้นพลังชะตาท่ามกลางสภาพไร้รูปร่างก็พุ่งมาในแม่น้ำชะตาศพจักรพรรดิด้วย

เนื่องจากกายเนื้อองค์ท่านถูกเอ้อร์หนิวบังคับ วิญญาณถูกสวี่ชิงควบคุม ทั้งสองเหมือนครอบครองสุดปลายสายแม่น้ำ ตัดสินทิศทางและทุกอย่างของชะตาศพจักรพรรดิ

ดังนั้น ชะตาที่พุ่งลงมานี้ ย่อมเป็นของทั้งสองคน

การตัดสินใจของนายกองคือแปรเปลี่ยนพลังชะตาแผ่นดินเทวะนี้ให้กลายเป็นเตาหลอม ในขณะที่หลอมไร้อักษร ก็เอาขนนกออกมาสองอัน ใช้พลังชะตาเผามัน

เหมือนทำการหลอม

และการหลอมเช่นนี้หายากเป็นอย่างยิ่ง พูดได้กระทั่งว่ามากพอจะสั่นสะท้านตื่นตะลึงไปทั่วทั้งแผ่นดินใกญ่ต้องประสงค์

ในเมื่อผู้บำเพ็ญแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์มีไม่กี่คนที่สามารถทำการหลอมประเภทนี้ได้ ใช้เลือดลมศพจักรพรรดิเป็นไฟ ใช้พลังชะตาแผ่นดินเทวะเป็นฟืน ทำการหลอมอย่างฟุ่มเฟือย

โดยเฉพาะสิ่งที่ถูกเอามาหลอมก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน

หนึ่งคือไร้อักษรอันลึกลับ หนึ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ตัวเลขอันยิ่งใหญ่ของสวรรค์ สามารถสนับสนุนสองคนให้เดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้ได้ เห็นได้ชัดว่ายอดเยี่ยมเป็นพิเศษ

อีกหนึ่งคือชีวิตที่เกิดขึ้นหลังจากค่ายกลส่งข้ามโบราณถูกกระตุ้น ด้วยความมหัศจรรย์แห่งการรังสรรค์ ด้วยการเปลี่ยนแปลงแห่งต้องประสงค์ เดิมก็รวมไว้ซึ่งความลึกลับและความมหัศจรรย์ไว้ด้วยกัน

ขนนกของมันย่อมน่าตื่นตะลึง

วัตถุทั่วไปผ่านการหลอมนี้ก็จะกลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงวัตถุที่ไม่ธรรมดาทั้งสองสิ่งนี้แล้ว

หลอมไปด้วย ความบ้าคลั่งในใจเอ้อร์หนิวก็ยิ่งพลุ่งพล่าน ในจิตเทพยิ่งมีคำพูดพร่ำพรรณา

“รีบไหม้เร็วเข้า เร็วอีก!”

“จะสำเร็จแล้ว เทวดาฟ้าดินเจ้าข้าเอ๊ย เซียนคิมหันต์คุ้มครอง จักรพรรดิโบราณเสวียนโยวคุ้มครอง อาจารย์คุ้มครอง ตัวข้าคุ้มครอง ศิษย์น้องเล็กคุ้มครอง…ต้องสำเร็จนะ!”

จิตเทพของนายกองดังมาในสัมผัสรับรู้ของสวี่ชิง ตอนนี้ทั้งสองคนผสานรวมร่างเป็นหนึ่งเดียว การกระทำและคำพูดของนายกอง สวี่ชิงต่อให้ไม่อยากเห็นไม่อยากได้ยินก็ไร้ประโยชน์

อีกทั้ง จากความเข้าใจในตัวนายกองของเขา หลังจากหลอมเศษเสี้ยววิญญาณของศพจักรพรรดิแล้ว ในใจก็มีการวิเคราะห์ออกมา

ความทะเยอทะยานของนายกองไม่ใช่แค่นี้อย่างแน่นอน

แม้จะได้โครงกระดูกโครงนี้มา มีอำนาจของแผ่นดินเทวะ แต่…นี่เทียบกับสิ่งที่นายกองพูดว่าจะทำเรื่องใหญ่สุดๆ เห็นได้ชัดว่าระดับความบ้าคลั่ง ยังไม่ค่อยถึงระดับนั้นสักเท่าไร

ในเมื่อ สิ่งที่พวกเขาได้ไม่ใช่พลังชะตาที่สมบูรณ์ของแดนเวทะ

สวี่ชิงตอนนี้ผ่านจากพลังชะตาก็สัมผัสได้ว่า อำนาจแผ่นดินเทวะแบ่งเป็นห้าส่วน

เขากับนายกองรวมด้วยกัน ส่วนที่ได้มาก็แค่หนึ่งส่วนเท่านั้น

ผลเก็บเกี่ยวเพียงเท่านี้สำหรับคนอื่นแล้วอาจจะเป็นวาสนาชะตาสุดยอด แต่จากความเข้าใจของสวี่ชิง ศิษย์พี่ใหญ่ที่บ้าระห่ำของตนคนนั้นน่าจะไม่มีทางพอใจ

และตอนนี้พลังชะตาผสานมา อีกฝ่ายกลับใช้มันหลอมอาวุธ…สวี่ชิงรู้ การวิเคราะห์ของตัวเองไม่ผิดพลาด

แต่ก็ไปสนใจไม่ได้

เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดที่อยู่ต่อหน้าสวี่ชิงไม่ใช่ความบ้าระห่ำของศิษย์พี่ใหญ่ แต่เป็นโอกาสการทะลวงขั้นพลังบำเพ็ญของตัวเอง

ประตูคลังสมบัติแก่นวิญญาณของเขาเปิดออกตั้งนานแล้ว ในนั้นอสูรสมุทรบรรพกาลเป็นวิถีสวรรค์ กำลังว่ายไปในสมบัติเทพ เสียงคำรามดังก้องฟ้า

ในประตูคลังสมบัติพิษต้องห้ามก็เช่นกัน ในนั้นหมิงเฟยปรากฏขึ้นแล้ว ดวงตาเดียวลึกลับ ตราประทับสิ่งแปดเปื้อนทั้งหก

ประตูคลังสมบัติจันทร์สีม่วงหลังจากผ่านการดูดซับพลังหยินสูงสุดแล้ว วิถีสวรรค์โยวอิ๋งเข้าปกครองอย่างแท้จริงแล้ว ประตูคลังสมบัติก็เปิดออก

ส่วนสมบัติจักรพรรดิก็สมบูรณ์แล้ว

วิญญาณในนั้นภายใต้ความสำเร็จจากกระบี่จักรพรรดิกลายเป็นวิถีสวรรค์ แปรเปลี่ยนเป็นวิญญาณศัสตรากระบี่จักรพรรดิที่เป็นของสวี่ชิงเท่านั้น ตอนนี้ก็เปิดออกโดยสมบูรณ์

ประตูทั้งห้าเปิดออกแล้วสี่บาน เหลือเพียงบานสุดท้ายที่อยู่ในสภาวะเปิดครึ่งหนึ่ง

นั่นคือ…ประตูผู้ใช้วิญญาณ

คลังสมบัตินี่ไม่ต้องการวิถีสวรรค์เพิ่มเติม ร่างเผ่าผู้ใช้วิญญาณในนั้นก็คือวิถีสวรรค์

สิ่งที่ต้องการคือพลังหลอมรวมเผ่าผู้ใช้วิญญาณ คือพลังผลักประตูบานนี้ให้เปิดออก

พลังนี้ สวี่ชิงสามารถใช้พลังชะตาแผ่นดินเทวะมาแทนที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ!

เพราะการใช้ประเภทนี้ ไม่ใช่การใช้เพียงแค่ครั้งเดียว อำนาจแห่งแผ่นดินเทวะจะคงอยู่ตลอดไป ตอนนี้ก็แค่ชักนำเพิ่มพลังเท่านั้น

เสี้ยวขณะต่อมา พลังชะตาไร้รูปร่างส่วนนั้นที่พุ่งมาในชะตาของเขา ภายใต้จิตเทพของสวี่ชิงก็ทะลักไปยังสมบัติผู้ใช้วิญญาณ!

สมบัติผู้ใช้วิญญาณระเบิดลั่น ร่างบรรพจารย์ผู้ใช้วิญญาณเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว สูงขึ้นเรื่อยๆ ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

จิ่วหลีเก้าเศียรต่างส่งเสียงคำราม ต่างผสานเข้าไปข้างใน สุดท้ายก็ก่อเป็นเงาร่างยิ่งใหญ่ค้ำฟ้าดิน แผ่ประกายห้วงเวลาที่ผันผ่านแปรผันเก่าแก่โบราณ

“ตกลง” ไม่ทันที่นายกองจะพูดจบ สวี่ชิงก็พยักหน้า

“เอ๋ ข้ายังไม่ทันได้บอกว่าให้เจ้ารับปากอะไรกับข้า…”

“ศิษย์พี่ใหญ่ สำหรับข้า ขอเพียงข้าทำได้ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็รับปากท่านทั้งนั้น”

ทั้งสองคนตอนนี้ร่วมผสานร่างจักรพรรดิ จิตเทพสื่อถึงกัน ความเด็ดเดี่ยวในคำพูดของสวี่ชิง เอ้อร์หนิวสัมผัสได้อย่างชัดเจน เพียงพริบตา ในใจของเขาก็เกิดความอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนอย่างอดไม่ได้

ในความอบอุ่นนี้ เขารู้สึกว่าความคิดที่จะขูดรีดผลประโยชน์ก่อนหน้านี้ ค่อนข้างจิตใจคับแคบไปแล้ว

หน้าที่และความรับผิดชอบในฐานะที่เป็นศิษย์พี่ใหญ่พวยพุ่งขึ้นมาอย่างร้อนแรงอย่างอดไม่ได้ ดังนั้นจึงเอ่ยอย่างหยิ่งทะนงว่า

“ช่วยศิษย์น้องของตัวเอง มาพูดเงื่อนไขอะไรกัน ศิษย์พี่ใหญ่ล้อเจ้าเล่น ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว”

“ข้าจะบอกเจ้าถึงแผนการของข้า…”

“ศิษย์น้องเล็ก เจ้าตอนนี้ก็น่าจะรู้ว่า สัญลักษณ์ของเทพเจ้าก็คือเพลิงเทวะ เพลิงเทวะก่อนหน้านี้ล้วนเป็นแค่สิ่งมีชีวิตคุณสมบัติเทพเท่านั้น มีเพียงจุดเพลิงเทพวะติด ถึงจะเรียกว่าเป็นเทพเจ้า”

“และระดับเพลิงเทวะ ความจริงแล้วแบ่งเป็นสามขั้น”

“แบ่งเป็นเพลิงแท้ เพลิงกรรม เพลิงเคราะห์”

สวี่ชิงในใจกระตุกวูบ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินเรื่องระดับขั้นหลังจากที่เทพเจ้าจุดไฟเทวะ

“เหมือนอย่างปลาตัวนั้นที่เราเจอในวังเซียนเขตปกครองผนึกสมุทร นั่นเป็นขั้นเพลิงแท้ สามารถเรียกได้ว่าเป็นเทพชั้นล่าง จนกระทั่งเปลี่ยนเพลิงแท้ให้กลายเป็นเพลิงกรรมก็จะเป็นเทพชั้นสูง”

“ขอบเขตของเทพชั้นสูงกว้างมาก เพลิงกรรมก็เช่นกัน เพลิงเคราะห์ที่เหนือขึ้นไปก็เช่นกัน”

หากสามารถทำให้เพลิงเคราะห์บริบูรณ์ ผลสำเร็จสมบูรณ์แบบงดงาม ก็จะมีโอกาสเกิดแท่นเทวะลอยปรากฏขึ้นมา และแท่นเทวะก็คือขอบเขตของหลี่จื้อฮว่าในตอนนี้

สวี่ชิงฟังอย่างตั้งใจ และสัมผัสได้ว่าในตอนที่นายกองพูดเรื่องพวกนี้ก็มีความเก่าแก่ผ่านห้วงกาลเวลาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

“เพลิงเคราะห์ระดับขั้นนี้สำหรับเทพเจ้าแล้ว ในขณะที่ทำให้ตัวเองแข็งแกร่งอย่างไร้จุดสิ้นสุดรอบรู้ทุกเรื่อง ก็อันตรายเป็นอย่างยิ่ง จะเกิดเคราะห์ของตัวเองขึ้นมา

เคราะห์นี้ อยู่นอกเหนือความรอบรู้ของเทพเจ้า หากผจญไม่ผ่านก็จะเพลิงเทวะมอดดับ เส้นทางเทวะว่างเปล่า ทุกอย่างแปรเปลี่ยนเป็นฝุ่น มีเพียงผจญเคราะห์ได้อย่างยอดเยี่ยมสมบูรณ์ ถึงจะไม่มีเคราะห์ลงมาเยือน ไปเตรียมตัวทะลวงระดับแท่นเทวะได้

“และระดับของเทพแมงมุมก็คือขั้นที่สามของระดับเพลิงเทวะ อีกทั้งยังเดินมาจนสุดปลายทางแล้ว แต่ก็ยังไม่สมบูรณ์แบบ ดังนั้นเคราะห์จึงมาเยือน”

เทพทั้งสาม เจ้าและข้า ก็คือเคราะห์ขององค์ท่าน”

“ชื่อหมู่ในตอนนั้นก็เป็นเช่นนี้ ระดับขั้นขององค์ท่านคือเทพชั้นสูง เป็นเพลิงเคราะห์บริบูรณ์ ตำแหน่งเทียบเท่ากับเทพแมงมุม แต่ก็ห่างจากความสมบูรณ์แบบไร้ที่ติอีกเล็กน้อย

ดังนั้นหลี่จื้อฮว่า เจ้าและข้า ก็คือเคราะห์ขององค์ท่าน”

“ก็เหมือนกับหลี่จื้อฮว่าในตอนนั้น ชื่อหมู่ในอดีตก็คือเคราะห์ของเขา”

สวี่ชิงจิตใจเกิดระลอกคลื่น พลันเอ่ยขึ้น

“เทพทั้งสามเล่า”

“เทพทั้งสามจากชาติที่แล้วที่ข้ารู้ เหล่าองค์ท่านในตอนที่ก้าวสู่เพลิงเคราะห์ขั้นต้นก็ล้มเลิกการยกระดับ ผนึกเพลิงเคราะห์ ดังนั้นแม้จะเป็นเทพชั้นสูงแต่กลับอ่อนแอกว่าชื่อหมู่มาก”

“ส่วนครั้งนี้ ข้าว่า…เป้าหมายสุดท้ายของเทพทั้งสามน่าจะวางแผนก้าวข้ามระดับเพลิงเคราะห์ที่เสี่ยงอันตรายนี้ในก้าวเดียว ก้าวไปสู่ความสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ เปิดเส้นทางแท่นเทวะ ทำให้แท่นเทวะมีความหวัง!”

นายกองกำลังพูดถึงตรงนี้จู่ๆ เสียงก็หยุดชะงักไป สวี่ชิงก็สัมผัสได้ทันทีเช่นกัน ศพพจักรพรรดิที่เขาทั้งสองทำการหลอมผสานอยู่ในคลื่นวน ท่ามกลางความคิดของพวกเขาก็พลันเงยหน้าไป

แสงในดวงตาฉายวาบ ทะลุผ่านคลื่นวน มองเห็น…โลกภายนอก

ที่นั่นกำลังจะมีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้น!

“ลมพัดแล้ว!”

นายกองน้ำเสียงบ้าคลั่ง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผู้กล้าเหนือกาลเวลา