บทที่ 951 ข้า ขอรับไว้แต่เพียงผู้เดียว!
เรื่องนี้เกิดขึ้นเร็วมาก เฉียบพลันกะทันหันนัก
แม้ผู้บำเพ็ญทั้งหลายจะรู้ถึงการกระทำต่อจากนี้ของจักรพรรดินีจะต้องเกิดลมพายุขึ้นอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่ส่วนใหญ่ล้วนคิดว่าเกิดขึ้นที่ต่างเผ่า
คนทั้งหลายไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็คิดไม่ถึงว่า…ลมพายุนี้จะเป็นที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์
เพียงพริบตา เสียงเสียงอุทานตกตะลึงก็ปะทุดังก้อง
แดนศักดิ์สิทธิ์แม้จะไกลจากแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ แต่การควบคุมต่อแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์มานี้ล้วนมีอยู่มาโดยตลอด
โดยเฉพาะเผ่ามนุษย์
ในแดนศักดิ์สิทธิ์ บริเวณที่ใหญ่ที่สุด ขณะเดียวกันก็เป็นเจ้าแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์ด้วยเช่นกัน นั่นคือจักรพรรดิโบราณเสวียนโยว
ท่านผู้นี้แม้จะผ่านไปเนิ่นนานหลายปี แต่ชื่อของเขา ร่องรอยของเขา อำนาจความน่าเกรงขามของเขาก็ยังคงปกคลุมไปทั่วแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
เผ่ามนุษย์ยิ่งทุกข์ยากลำบากเท่าไร ก็ยิ่งแสวงหาไขว่คว้าความรุ่งโรจน์ในอดีตมากเท่านั้น ยิ่งขมขื่นตรอมตรมมากเท่าไร ก็ยิ่งเฝ้าปรารถนาใฝ่ฝันถึงการถูกดินแดนศักดิ์สิทธิ์มารับตัวไปมากเท่านั้น
ในเวลาอันเนิ่นนานนี้ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ได้กลายมาเป็นความหวังในใจของเผ่ามนุษย์นับไม่ถ้วน
แม้ตอนนั้นบรรพชนของพวกเขาจะถูกทอดทิ้ง แต่เหตุผลต่างๆ ก็ยังผุดขึ้นมาในใจ โดยเฉพาะนับจากจักรพรรดิมนุษย์ตงเซิ่ง จากการเซ่นบวงสรวงฟ้า แดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนโยวและเผ่ามนุษย์ก็ได้สร้างความสัมพันธ์กัน
ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือด้านทรัพยากร หรือการมอบความหวังให้ แม้คนนอกจะรู้ไม่มาก แต่ขุนนางเผ่ามนุษย์และผู้ที่พลังบำเพ็ญถึงขั้นในระดับหนึ่งต่างรู้กันทั้งนั้น
ดังนั้นการกระทำครั้งนี้ของจักรพรรดินี พวกเขาสั่นสะท้าน สับสนงุนงง ตื่นตะลึง คาดไม่ถึง ทำให้ยิ่งโกรธเคืองและตื่นตกใจกลัว อารมณ์ต่างๆ ในเสี้ยวพริบตานี้ปะทุขึ้นมาใจใจของเผ่ามนุษย์มากมาย
แต่กลับไร้ประโยชน์
บนท้องฟ้า นอกรอยแยก ดวงตะวันแห่งแสงอรุณทั้งสี่สิบเก้าดวงที่ซ่อนอยู่ในตราราชลัญจกร ตอนนี้แสงและความร้อนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนออกมา ล้วน…ปะทุออกมา
เพียงพริบตา ท้องฟ้าแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ก็เกิดแสงเจิดจ้าสุดขีดขึ้นในชั่งพริบตา
ต่อให้เป็นแผ่นดินใหญ่แห่งอื่น ก็ต่างเห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนภาพนี้อย่างชัดเจน
และในประกายแสงเจิดจ้าพร่างพรายแสบตานี้ ท่ามกลางคลื่นความร้อนมหาศาลที่เดือดพล่าน ดวงตะวันแห่งแสงอรุณทั้งสี่สิบเก้าที่ถูกจัดเตรียมอย่างเป็นการพิเศษกลับไม่แผ่พลังออกมาข้างนอกแม้แต่น้อย
พวกมันต่างจับกลุ่มกันเองเป็นค่ายกลใหญ่ค่ายกลหนึ่ง
ค่ายกลนี้ชื่อว่าค่ายกลแห่งแสงอรุณ
ประโยชนน์ของค่ายกลนี้มีสองอย่างคือ หนึ่งเพื่อรวบรวม สองเพื่อโจมตี!
ดังนั้น เสี้ยวพริบตาต่อมา พลังระเบิดของดวงตะวันแห่งแสงอรุณทั้งสี่สิบเก้าดวงก็รวมเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว ก่อเป็นลำแสงที่แฝงไว้ด้วยความสว่างและความร้อนสุดขีดกลุ่มหนึ่ง
ไปตามแสงสีเงินที่พุ่งมาจากแดนศักดิ์สิทธิ์ ตรงไปยังแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนโยวที่อยู่อีกฝั่ง ไปด้วยความเร็วที่น่าตื่นตะลึง โจมตีไป!
เส้นทางที่ก่อนขึ้นจากแสงสีเงินพังทลายลงทันที ต่างแหลกสลาย
และลำแสงที่ก่อขึ้นจากการปะทุของดวงตะวันแห่งแสงอรุณทั้งสี่สิบเก้าดวง ทุกที่ที่ผ่าน ท้องฟ้าผืนดวงดาวรอบๆ พังทลาย จักรวาลอันมืดมิดถูกรอยแสงจุดสว่างขึ้นมา
ประดุจทวนยาวเล่มหนึ่ง มาพร้อมด้วยพลังของจักรพรรดินี มาพร้อมด้วยความบ้าคลั่งของดวงตะวังแห่งแสงอรุณ พุ่งตรงไปยังแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนโยว
เสี้ยวขณะต่อมา ในจุดลึกของห้วงท้องฟ้าดารา มีเสียงระเบิดที่น่ากลัวสุดขีดเสียงหนึ่ง ประดจมีอสูรยักษ์แห่งห้วงอวกาศกำลังส่งเสียงคำราม
ขณะเดียวกัน เส้นทางสีเงินที่พังถล่มเส้นนั้น เศษชิ้นส่วนที่แตกสลายออกมาก็ร่วงลงพื้นอย่างไม่อาจช่วยได้ ไปตามรอยแยกบนท้องฟ้า ร่วงลงสู่แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ กลายเป็นแสง ส่องสว่างไปบนเมืองหลวงเผ่ามนุษย์
นั่นเป็นแสงที่ไม่เหมือนกับของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
และเสียงของจักรพรรดิมนุษย์ก็ดังก้องไปในพื้นฟ้าในเสี้ยวพริบตานี้ ดังขึ้นมาในใจของทุกคนที่ในใจเกิดความหวาดกลัว ไม่อาจยอมรับกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ได้
เสียงนี้แฝงด้วยอำนาจความน่าเกรงความ ยิ่งมีความแหบแห้ง
เหมือนว่าดังมาจากในห้วงแห่งกาลเวลา บรรยายเรื่องราวในห้วงกาลเวลาอยู่
“พวกเราขุนนาง ประชาชน สรรพชีวิตทั้งหลายเผ่ามนุษย์…”
“คำสั่งสอนของบรรพชนเผ่ามนุษย์ จักรพรรดิราชันผู้ปกครองรับบัญชาจากฟ้า และฟ้าคือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ทุกอย่างเกิดจากบรรพชนผู้ประเสริฐ”
“คำสั่งสอนของบรรพชนเผ่ามนุษย์ กล่าวไว้ว่า จักรพรรดิแห่งเผ่ามนุษย์ มิอาจลบหลู่ดูหมิ่นแดนศักดิ์สิทธิ์ ห้ามมิให้เดินเส้นทางเทพเจ้า ศัตรูตลอดกาลคือเทพเจ้า”
“คำสอนนี้ พวกเราเผ่ามนุษย์ในทุกรุ่นทุกชั่วสมัยยอมรับ รักษาปฏิบัติมาโดยตลอด ต่อให้ลำบากยากเข็ญเพียงใด ต้องตายสักเท่าไร ก็ล้วนไม้เสียใจ”
“เพียงแต่…เรื่องบางอย่าง พวกเจ้านั้นไม่รู้!”
ในดวงตาจักรพรรดินีฉายประกายคมปลาบ ในเสี้ยวขณะนี้รัศมีอำนาจมหาศาลพลันปะทุออกมาจากร่างของนาง เสียงสะท้อนก้อง ดังไปทั่วเมืองหลวง
มือยิ่งยกขึ้นคว้า ทันใดนั้นแสงแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ร่วงอยู่ในเมืองหลวงเหล่านั้นก็ถูกดึงมาจากทั่วทุกทิศ พุ่งตรงไปยังดาวจักรพรรดิโบราณ
แสงแดนศักดิ์สิทธิ์เหมือนเป็นจุดสำคัญของการสำเร็จเทพ จากการที่พุ่งลงมาก็เหมือนจุดโอกาสอะไรบางอย่างขึ้น!
เสี้ยวขณะต่อมา ดาวจักรพรรดิโบราณส่งเสียงกึกก้อง โดยมีนางเป็นศูนย์กลาง เกิดคลื่นวนขนาดมหึมาห้าลูก วนล้อมรอบดาวจักรพรรดิโบราณ
คลื่นวนทุกลูกพลันมีหอบูชาฟ้าหอหนึ่งลอยขึ้นมา
บนหอบูชาฟ้าทุกหอล้วนมีเงาร่างที่สวมชุดจักรพรรดินั่งขัดสมาธิอยู่ร่างหนึ่ง
นั่นคือโครงกระดูกของจักรพรรดิมนุษย์ทุกรุ่น ซึ่งรวมจักรพรรดิมนุษย์เสวียนจั้นอยู่ในนั้นด้วย
ก่อนหน้านี้ที่อยู่ในโลงเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของพวกเขาเท่านั้น โครงกระดูกที่แท้จริง ตอนนี้เพิ่งจะปรากฏขึ้นมาในโลก
ปราณจักรพรรดิท่วมฟ้า
ต่างมีเเพลิงเทวะทุกร่าง มีดาวจักรพรรดิโบราณเป็นศูนย์กลาง กำลังลุกไหม้
จักรพรรดินียกมือทั้งสองขึ้น คล้ายจะยกดาวจักรพรรดิโบราณ เสียงแฝงไว้ด้วยความทรงอำนาจ ประดุจสายฟ้าฟาดผ่า เพื่อพิสูจน์เจตจำนงค์
“วันนี้ตัวข้าไม่ได้สำเร็จเทพเท่านั้น แต่ยังจะนำจักรพรรดิมนุษย์ในอดีตสำเร็จเทพไปด้วยกัน”
“นับจากนี้ จักรพรรดิมนุษย์ทั้งห้าจะเป็นเทพอสุภ แม้ไร้สติสัมปชัญญะแต่มีพลังอำนาจเทพ มีจิตเจตจำนงค์ของเผ่ามนุษย์ ปฏิบัติตามการเหนี่ยวนำของพลังชะตาเผ่ามนุษย์ ปกป้องรากฐานเผ่ามนุษย์ ให้ต่างเผ่าต้องหวั่นเกรง”
“และข้าคือเทพมนุษย์ ปกปักษ์คุ้มครองเผ่ามนุษย์ให้สุขสงบชั่วนิรันดร์!”
“นับจากนี้ การกระทำที่เกิดจากข้า ผลกรรมทุกอย่าง เคราะห์แห่งแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ข้า…ขอแบกรับเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว!”
“แดนศักดิ์สิทธิ์ไร้คุณธรรม พวกข้ามีเพียงแต่จะต้อง…ช่วยเหลือตัวเอง!”
จักรพรรดินีพลันเงยหน้าขึ้น จ้องมองไปยังผืนฟ้าแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ เสียงผสานไปในวิถีสวรรค์ นี่คือคำสาบานจากวาจาวิถีของนาง!
ทันใดนั้น ฟ้าดินแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ส่งเสียงคำรามกึกก้อง เงาวิถีสวรรค์ต่างปรากฏออกมา
สายฟ้าฟาดสะเทือนเลื่อนลั่น

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผู้กล้าเหนือกาลเวลา