บทที่ 966 ปฐมจักรพรรดิดินแดนต้องประสงค์
………………..
หอกสังหารเทพ ปัจจุบันมีผู้รู้จักในดินแดนต้องประสงค์น้อยคนนัก
แม้แต่ในตำราโบราณบางเล่มยังหาได้ยากยิ่ง
มีเพียงเศษเสี้ยวที่ตกทอดมาจนถึงทุกวันนี้ หรือคนโบราณเท่านั้นที่จะพอรู้เรื่องราวของอักษรทั้งสามคำนี้บ้าง
นั่นคือศาสตราวุธที่สร้างขึ้นโดยเซียนคิมหันต์ที่มาถึงพสุธาแดนดินเมื่อครั้งอดีต เพื่อใช้ต่อต้านเทพเจ้าโดยเฉพาะ ในสงครามกับเผ่าเทพดินแดนนภาเจิดจรัสที่เคยเป็นเจ้าผู้ครองดินแดนต้องประสงค์
มันไม่มีอานุภาพอันน่าสะพรึงกลัวต่อผู้บำเพ็ญ แต่สำหรับเทพเจ้า…มันสามารถดับพลังต้นกำเนิดเทพได้!
แต่ด้วยความลึกลับและหายากของวัสดุ ทำให้ในเวลานั้นสร้างขึ้นมาได้เพียงสี่สิบสองเล่ม
ในแต่ละเล่ม ล้วนเปรอะเปื้อนด้วยโลหิตเทวะจากเผ่าเทพดินแดนนภาเจิดจรัส เรียกได้ว่าเพียงเทพเจ้าได้ยินชื่อยังหวาดกลัว
และในท้ายที่สุด ในศึกตัดสินชี้ขาด จักรพรรดิเทพนภาเจิดจรัสเสด็จลงมา หอกสังหารเทพทั้งสี่สิบสองเล่มนี้ ถูกทำลายไปกว่าครึ่ง ที่เหลือถูกซัดเข้าร่างของจักรพรรดิเทพนภาเจิดจรัส
กลายเป็นผนึก อยู่กับเขาในหุบเหวใต้ดินแดนต้องประสงค์ในอดีต
มีคนเรียกที่นั่นว่าหุบเหวเทพ
หลังจากนั้น โลกก็ไม่มีหอกสังหารเทพอีก ยิ่งไปกว่านั้นเนื่องจากการจากไปของเซียนคิมหันต์ วิธีการหลอมก็สูญหายไปด้วย
จนกระทั่งวันนี้ พลาานุภาพของหอกสังหารเทพกลับปรากฏออกมาจากร่างบรรพจารย์แห่งสำนักวัชระในชั่วพริบตา
นี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้สีหน้าของจื่อชิงเคร่งเครียด
“น่าเสียดาย ที่มีอานุภาพเพียงบางส่วน”
องค์รัชทายาทม่วงครามเอ่ยปากแผ่วเบา มองไปยังทิศทางของทวีปปักษาสวรรค์ทักษิณ
“สมกับเป็นนายท่านเจ็ดจริงๆ!”
“น้องชายดับชีพด้วยวิญญาณ อยู่นอกเหนือจากกาลเวลาของข้า เพื่อหมายตัดขาดเคราะห์กรรม เจ้าใช้ตนเองเป็นไม้บรรทัด อัญเชิญลมหายใจสุดท้ายก่อนตายของข้า สั่นคลอนกาลเวลา เพื่อตัดเคราะห์กรรม”
ระหว่างที่พูด องค์รัชทายาทม่วงครามยกมือซ้ายขึ้น กดลงไปยังกลุ่มหมอกสีดำที่เกิดจากการระเบิดตนเองของสวี่ชิง
ฝ่ามือนี้ส่งผลให้กลุ่มหมอกส่งเสียงครืนครัน พลังแห่งกาลเวลาปรากฏขึ้นจากกลุ่มหมกนั้น คล้ายกับจะดึงมันเข้าไปในห้วงเวลา
ในเวลาเดียวกัน ภายในเผ่านภาคิมหันต์ เมื่อแรงระเบิดวิญญาณสวี่ชิงแผ่กระจายออกไป การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อผู้บำเพ็ญเผ่านภาคิมหันต์จำนวนมากก็ปรากฏขึ้น
จุดกำเนิดของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้มาจาก…เหยียนเสวียนจื่อที่กำลังเทศนาให้กับผู้คนในเผ่า
ร่างกายของเขาระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ในชั่วพริบตา เลือดสดๆ นับไม่ถ้วนปะทุออกมา เหยียนเสวียนจื่อไม่อาจเอื้อนเอ่ยแม้แต่คำพูดสุดท้ายออกมา ร่างกายของเขาส่งเสียงคำรามและฉีกขาดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยทันที
เลือดเนื้อทลาย วิญญาณสลาย
ตัวตายตัวแทน
มีเพียงเศษเสี้ยววิญญาณอันน้อยนิดเท่านั้นที่ยังเหลือรอดจากการเป็นตัวตายตัวแทนนี้ เพราะก่อนหน้านี้เขาได้ส่งมันเข้าไปในตำหนักเทพ
หลงเหลือความเป็นไปได้ที่จะฟื้นคืนชีพในอนาคต
เหตุการณ์คล้ายกันนี้เกิดขึ้นในทวีปปักษาสวรรค์ทักษิณเช่นกัน
ภายในซากปรักหักพังของเมืองเป็นเอกในค่ายกลที่ประกอบด้วยผู้บำเพ็ญสำนักเจ็ดเนตรโลหิตหลายแสนคน มนุษย์สีเงินขนาดใหญ่ที่นายท่านเจ็ดใช้มือขวากดไว้ที่หว่างคิ้วตัวนั้น
ร่างของมันในขณะนี้สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงเช่นกัน
สายใยอันลึกลับระหว่างโชคชะตาและวัฎจักรเวียนว่ายตายเกิด ก่อให้เกิดคลื่นจากการระเบิดตนเองของสวี่ชิง ไม่เพียงแต่จะระเบิดร่างเหยียนเสวียนจื่อ ยังแทรกแซงเวลา พุ่งเข้าใส่มนุษย์สีเงินด้วย
รอยแตกมากมายปรากฏขึ้นบนร่างของมนุษย์สีเงินในทันที รอยแตกที่น่าตกตะลึงนั้นแผ่ขยายมากขึ้นและหยั่งลึกลงกว่าเดิม
ทั่วทั้งร่างของมนุษย์สีเงินส่งสัญญาณพังทลาย
ในช่วงเวลาวิกฤตนี้ เสียงเต๋าของผู้บำเพ็ญสำนักเจ็ดเนตรโลหิตหลายแสนคนรอบๆ ข้างก็เปลี่ยนไป
“ข้าแต่เทพสูงสุด โปรดปลอบประโลมร่างกายนี้ วิญญาณของศิษย์ ธาตุทั้งห้าลึกลับดำมืด มังกรเขียวแลพยัคฆ์ขาว โกลาหลคู่ขนาน หงส์แดงและเต่าดำ อารักขาสัจธรรม”
เมื่อเสียงสะท้อนก้อง ฟ้าดินก็พลันเปลี่ยนสี ลมพัดเมฆลอยวน วิหคเพลิงสวรรค์บนฟากฟ้าส่งเสียงคำราม แตกกระจายไปทั่วทุกสารทิศ สายฝนตกลงมาจากท้องฟ้า หล่อเลี้ยงโลก
นายท่านเจ็ดก็พึมพำอะไรบางอย่าง มือขวาที่สัมผัสหว่างคิ้วมนุษย์สีเงิน กดลงอีกครั้ง พร้อมกับกัดปลายลิ้นตน พ่นโลหิตเต๋าออกมา
ราดรดบนร่างมนุษย์สีเงิน ป้องกันเคราะห์ภายนอก
ท่ามกลางเสียงดังกึกก้อง รอยแตกร้าวบนร่างมนุษย์สีเงินในที่สุดก็หยุดเพิ่มจำนวน แม้จะดูมีรูพรุนและไม่อาจรักษาได้ แต่มันก็ไม่ได้พังทลายจริงๆ
ส่วนนายท่านเจ็ด เขาเงยหน้าขึ้นช้าๆ น้ำเสียงเสียงแหบพร่า เต็มไปด้วยความดุดัน เอ่ยออกมาอย่างเย็นชา
“ครานั้นข้าสัญญากับวังเซียนคิมหันต์”
“หลังจากนั้น ข้าก็ได้เดินทางข้ามกาลเวลา เฝ้ามองความเป็นความตาย ปล่อยให้ดวงชะตาดำเนินไป”
“ความตายของหกยอดปรมาจารย์ แม้นข้าจะเจ็บปวด ก็ทำได้เพียงทอดถอนใจ”
“ความผันผวนขึ้นลงของเผ่ามนุษย์ ข้ายังเมินเฉย”
“แม้แต่จักรพรรดินีสำเร็จเทพ และสิ้นชีพด้วยคมกระบี่ ก็เป็นเช่นนั้น เพราะข้ากับพวกเขาไม่มีเคราะห์กรรมต่อกัน”
“ส่วนเจ้า จื่อชิง เจ้าต้องการฟื้นฟูอาณาจักร อาศัยพิธีกรรมของจักรพรรดินีเพื่อหลบหลีกเคราะห์กรรม โดยไม่สนใจแม้แต่เสี้ยวหน้า ข้าก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว เพราะเคราะห์กรรมทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวข้องกับข้า”
“ดังนั้น ข้าจึงไม่เข้าไปแทรกแซงแม้แต่น้อย”
“แต่เจ้าไม่ควรคิดที่จะวางแผนร้ายกับศิษย์ของข้า!”
“ศิษย์ของข้า ล้วนเป็นเคราะห์กรรมของข้า พวกเขาเคยก้มหัวให้ข้า ข้าเคยรับชาและจดหมายสำนึกผิดของพวกเขา ข้าเคยรับปากที่จะปกป้องพวกเขา ดังนั้น…ตราบใดที่ข้ายังมีชีวิตอยู่ ใครหน้าไหนก็อย่าได้แตะต้องพวกเขา!”
“จื่อชิง ในเมื่อเจ้าคิดร้ายกับศิษย์ของข้า ซ้ำยังไม่ยอมตัดขาดเคราะห์กรรม เช่นนั้น…ข้าก็จะวางแผนทำลายอำนาจจักรพรรดิของเจ้า!”
“เคราะห์กรรม ไม่ตัดขาดก็ช่างปะไร! เรื่องนี้ข้าจะจัดการให้ถึงที่สุดเอง!”
สีหน้าของนายท่านเจ็ดเย็นชา เขายกมือซ้ายขึ้นประสานนิ้วเป็นปางมือ เปลี่ยนแปลงนับหมื่นครั้งในเวลาไม่กี่อึดใจ แล้วชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า
เสียงดังก้องกังวานราวกับฟ้าร้อง ราวกับเป็นราชโองการ
“ครึ่งยามเจี่ย มีชายนามสวีจื่อ ถือกำเนิดบนแผ่นดินนี้ สูดลมหายใจเทพ ลมหายใจแรกพรูออกมา ด้วยประกาศิตแห่งคิมหันต์ ใช้เซียนเหนี่ยวนำ เรียกลมหายใจนี้คืนมา!”
แดนใหญ่กลืนนภาส่งเสียงกรีดร้อง สรรพชีวิตกลายร่าง ไอพลังประหลาดท่วมท้นท้องนภา ลมหายใจเทพเป็นอนันต์ ท่ามกลางสายตาของเทพเจ้า
รูปปั้นเสี้ยวหน้า ตั้งตระหง่านอยู่บนจัตุรัส นอกพระราชวัง
นี่คือเพทเจ้าเพียงหนึ่งเดียวจากทั่วทั้งแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์!
เหนือร่างขององค์รัชทายาทม่วงครามขณะนี้ ปรากฏคลื่นความผันผวนของแท่นเทวะขึ้น
ปะทุอย่างรุนแรง!
ถึงระดับแท่นเทวะขั้นสูงสุด!
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ก่อนที่จื่อชิงจะหัวเราะแผ่วเบา อดีตไหลผ่านจิตใจเขา
“ต้องแบบนี้สิ อนาคตถึงจะน่าสนใจ”
ในเวลาเดียวกัน ณ ทวีปปักษาสวรรค์ทักษิณ ในค่ายกลที่เกิดจากผู้ฝึกสำนักเจ็ดเนตรโลหิตหลายแสนคน สายตาของนายท่านเจ็ดช่างผันผวน แผ่กลิ่นอายแก่งโบราณกาล สำแดงวิชาขั้นสุดท้าย
“หวนคืน!”
ถ้อยคำของเขาแฝงด้วยกลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์อันน่าประหลาด สั่นสะเทือนชีวิตและเกี่ยวพันถึงโชคชะตา
ในพริบตาเดียว เลือดเนื้อนับไม่ถ้วนที่อยู่รอบร่างของมนุษย์สีเงินก็ลอยขึ้นไปในอากาศ พุ่งตรงไปยังมนุษย์สีเงิน
เลือดเนื้อเหล่านี้แผ่กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัว เหนือกว่าโลกนี้ หลุดพ้นจากกาลเวลา
นั่นคือ…เลือดเนื้อซ่างฮวง
ในชั่วพริบตา เลือดเนื้อทั้งหมดที่อยู่รอบกายมนุษย์สีเงินก็รวมเข้ากับร่างของมนุษย์สีเงินนั้น ร่างกายของมนุษย์สีเงินส่งเสียงเลื่อนลั่นขึ้นมาฉับพลัน และค่อยๆ หดเล็กลงเรื่อยๆ แสงสีเงินค่อยๆ กลายเป็นผิวหนัง จนกระทั่งในที่สุด…
กลายเป็นร่างเนื้อ
รูปร่างเหมือนกับสวี่ชิงไม่มีผิด!
แต่มันสมบูรณ์กว่า โปร่งใสกว่า!
“ศิษย์รัก เหตุใดยังไม่ตื่นอีก!”
เสียงของนายท่านเจ็ดแหบแห้งแฝงด้วยความเหนื่อยล้า แผ่ซ่านไปทุกทิศทาง และเข้าสู่โสตประสาทของสวี่ชิง
หลังจากนั้นไม่กี่อึดใจสวี่ชิงก็ลืมตาขึ้น
……
“เต๋าคือความว่างเปล่า หากไร้ซึ่งคัมภีร์ก็ไม่อาจเข้าใจเต๋า เต๋าในคัมภีร์ หากไร้ซึ่งอาจารย์ก็ไม่อาจเข้าใจหลักการ”
“จักรพรรดิโบราณเสวียนโยว สร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่ เผ่ามนุษย์ของเราจึงต้องสักการะ”
“ฟ้าดินสีเหลืองดำ รองรับสรรพสิ่ง เผ่ามนุษย์ของเราจึงต้องคารวะสามจบ”
“ทว่าจักรพรรดิโบราณอยู่สูงบนสวรรค์ ไม่เคยให้ความเมตตาแก่เจ้า สรรพสัตว์ในทะเลแห่งทุกข์ ไม่เคยช่วยเจ้า”
“มีเพียงอาจารย์เท่านั้นที่จะไปถึงสวรรค์ ดำดิ่งลงพสุธา มอบความเมตตาแก่เจ้าในชาตินี้ นำทางเจ้าในชาติหน้า ทุ่มเทสรรพกำลังนำพาเจ้าไปสู่มหามรรคา ดังนั้นเจ้าจึงควรคารวะเก้าจบ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผู้กล้าเหนือกาลเวลา