เข้าสู่ระบบผ่าน

ผู้กล้าเหนือกาลเวลา นิยาย บท 967

บทที่ 967 หลังฟื้นตื่น (1)

………………..

ห้าเดือนต่อมา

ทางเหนือของทวีปปักษาสวรรค์ทักษิณ

ดวงอาทิตย์ร้อนระอุแขวนอยู่บนอากาศ เส้นแสงสีทองราวกับกระบี่แหลมคมนับไม่ถ้วน ทิ่มแทงไปยังทะเลต้องห้ามเบื้องล่างอย่างไร้ปรานี

ผ่านบริเวณใดทะเลต้องห้ามราวถูกจุดไฟเผา เกิดเป็นคลื่นโทสะม้วนกลิ้งขึ้นมา ทำให้คนหายใจไม่ออก พร้อมกันนั้นก็สัมผัสได้ถึงความพยศของทะเลกว้างผืนนี้

โดยเฉพาะลมทะเลกำลังแรงที่ม้วนเข้ามา คล้ายจะพัดทุกสิ่งบนผิวทะเลไปยังขอบฟ้าไร้สิ้นสุด

เสียงสะเทือนเลื่อนลั่นของคลื่นทะเลที่ดังกึกก้องพร้อมกันคล้ายเสียงคำรามของอสูรทะเลนับไม่ถ้วน เกิดเป็นพลังมหาศาลสะท้านสะเทือนทุกชีวิต

ราวกับจะฝังกลบทุกอย่างไปยังก้นทะเลลึกกว้างใหญ่

ไอพลังประหลาดที่กระจายอยู่ทั่วก็ลอยขึ้นมาตามคลื่น ด้วยผลกระทบจากมัน เส้นแสงก็บิดเบี้ยว โลกหล้าพร่ามัวไปทั้งผืน

เมื่อเทียบกับทะเลต้องห้าม คล้ายว่าการมีอยู่ทั้งหลายเป็นดั่งฝุ่นละอองที่ไม่ควรค่าให้เอ่ยถึง

อย่างเช่นเรือเดี่ยวไม่สะดุดตาบนทะเลต้องห้ามไร้สิ้นสุดที่เหมือนเชื่อมกับปลายฟ้าดินในตอนนี้

ในเรือเดี่ยว หวงเหยียนนอนอยู่ในนั้นท่ามกลางฟ้าดินพร่ามัว ท่ามกลางไอพลังประหลาดทั่วทิศ บนคลื่นทะเลรุนแรง เขาตีพุงพ่นลมหายใจยาวเหยียด กวาดมองก้นทะเลผาดหนึ่ง

“ม้วนตัวเก่งจริงนะ”

เสียงหวงเหยียนเจือแววทอดถอนใจ ขณะถูกเสียงคลื่นดังกลบ เถาวัลย์ยักษ์ที่หนากว่าหนึ่งจั้งพุ่งขึ้นมาจากผิวทะเล กวาดทั่วทิศแล้วส่งคลื่นความรู้สึกตื่นเต้นออกมา

จากนั้นจมลงในทะเลอีกครั้ง ม้วนคลื่นใต้น้ำมุ่งตรงไปก้นทะเล

ในส่วนลึกของทะเลต้องห้ามโลกเหมือนถูกทาทาบด้วยเชื้อเพลิงสีดำ บดบังแสงทั้งปวง ปิดกั้นความร้อนทั้งหมด ทำให้ที่นั่นมืดมิดและเย็นเยียบทั้งผืน

มีเพียงแสงดาวที่แผ่จากตัวเถาวัลย์ กลายเป็นเส้นแสงหนึ่งเดียวในก้นทะเล

น้ำทะเลคล้ายถูกแยกพร้อมความเร็วที่เข้ามาของมัน ไอพลังประหลาดในนั้นราวกับเป็นสารอาหารของเถาวัลย์

มันกลืนและคายอย่างสุขใจ ความเร็วก็ว่องไวขึ้นทุกที อสูรทะเลธรรมดาบางชนิดสัมผัสได้จากไกลๆ ต่างพากันตัวสั่นรีบหลีกเร้น

เถาวัลย์จึงผ่านไปโดยไร้อุปสรรคตลอดทาง เมื่อเข้าใกล้ก้นทะเล แสงดาวบนตัวมันก็ส่องสะท้อนพื้นที่ก้นทะเลบางส่วนให้มัวซัวขึ้นมา

อาศัยแสงดาวเหล่านี้ จะเห็นได้ว่าท่ามกลางกรวดทรายสีดำบนก้นทะเลบริเวณนี้ถึงกับมีหลุมทะเลลึก

ในนั้นพิศวง กระทั่งแสงดาวก็ไม่อาจส่องเข้าไป ยังมีกลิ่นอายประหลาดที่เต็มไปด้วยความกดดันแผ่ออกมา

และบนหลุมทะเลนี้ ถึงกับมีคนนั่งขัดสมาธิอยู่คนหนึ่ง

คนผู้นี้สวมชุดยาวสีม่วงปักดอกซ่อนลาย ผมสีม่วงปกคลุมหัวไหล่ คล้ายน้ำทะเลต้องห้ามไม่อาจกล้ำกรายแม้เพียงนิด ขณะลอยล่องเป็นธรรมชาติ สีม่วงทั้งกายนี้ก็ทำให้ความงามของเขาเด่นชัดขึ้น

ผิวเขาขาวผ่องดั่งหยก แสงดาวส่องไปคล้ายปรากฏเป็นแสงเรืองรองจางๆ

นัยน์ตาดุจทะเลสาบลึกล้ำ สว่างไสวและลึกซึ้ง ราวกับสามารถเห็นทะลุจิตใจ ทำให้คนไม่กล้าสบตากับเขา

โดยเฉพาะความองอาจหลักแหลมที่เผยอยู่ตรงหว่างคิ้ว เรียกได้ว่าคิ้วคมดุจกระบี่ตาสุกใสดุจดวงดาว ทำให้คนเคารพยำเกรงสามส่วน

คนทั้งคนราวกับดวงดาวสว่างไสว!

เป็นสวี่ชิงนั่นเอง!

เขาสีหน้าเรียบนิ่ง นัยน์ตาไม่สั่นไหวสักน้อยนิด นั่งขัดสมาธิอยู่เหนือหลุมทะเล มือขวายกขึ้นจับเถาวัลย์

เถาวัลย์ด้านหนึ่งอยู่ข้างนอก แหวกว่ายอยู่ในทะเลต้องห้าม บัดนี้กลับมาโอบล้อมรอบด้าน ให้ความรู้รู้สึกสนิทสนม

ส่วนอีกด้าน…กลับอยู่ลึกลงไปในหลุมทะเล กำลังดิ้นรนอย่างรุนแรง

ผ่านไปครู่หนึ่ง หลังสวี่ชิงยกมือดึง ฉับพลันเถาวัลย์ด้านที่จมอยู่ในหลุมทะเลถอนกลับมาลอยอยู่ตรงหน้าสวี่ชิงพร้อมเสียงร้องโอดครวญน่าสังเวช

บนนั้นถึงกับมัดการมีอยู่น่าสะพรึงกลัวไว้อย่างหนึ่ง!

นั่นคือหญิงชราในชุดยาวที่ถักจากก้างปลานับไม่ถ้วน ภายนอกยังมีหนวดปลาหมึกจำนวนมาก

นางมีรอยย่นเต็มหน้า ทั้งยังเน่าเปื่อยไปกว่าครึ่ง มีเพียงนัยน์ตาสีทองเผยความหวาดกลัว ลมหายใจยิ่งมีไอพลังประหลาดเข้มข้น แฝงความเป็นเทพไว้อย่างชัดเจน

ข้างหลังหญิงชรายังมีลิ้นแดงฉานใหญ่ยักษ์แลบออกมาจากชุดยาวก้างปลาที่ลอยพลิ้วอยู่นั้น บนลิ้นมีวิญญาณคนตายนับไม่ถ้วน

ต่างกำลังร้องโหยหวน

ส่วนหนวดปลาหมึกบนตัวเหล่านั้น ทุกเส้นล้วนมีดวงตางอกอยู่ เป็นสีทองเช่นเดียวกัน ยามนี้ทั้งหมดลืมตามองสวี่ชิงด้วยความหวาดกลัว

เพียงแต่ตอนนี้ขาดไปกว่าครึ่ง กระทั่งกายเนื้อของนางก็เสียไปบางส่วน ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์

พลังที่เคยกดดันมาอยู่ต่อหน้าสวี่ชิงในตอนนี้กลับไม่มีความน่าเกรงขามอย่างเคย ได้เพียงตัวสั่นเทา

นางคือจวีอิง!

หนึ่งในเทพเจ้าที่ถูกบูชาบนเกาะเงือกตอนแรก

บอกว่าเป็นเทพเจ้า ความจริงก็เป็นแค่สิ่งมีชีวิตประเภทเทพที่แข็งแกร่งเท่านั้น ไม่มีเพลิงเทวะ ทั้งไม่มีอำนาจเทพเจ้ามากนัก

และตอนนี้ นางคือเหยื่อของสวี่ชิง

สวี่ชิงถึงกับมัดนางไว้ด้วยเถาวัลย์เทพศักดิ์สิทธิ์ ใช้นางเป็นเหยื่ออยู่ตรงนี้…เพื่อตกปลา

“ความเป็นเทพของเจ้ายังส่งออกมาไม่พอ”

สวี่ชิงกล่าวคำราบเรียบ สะบัดครั้งหนึ่ง แสงดาวบนเถาวัลย์ส่องสว่างเป็นพลังผูกมัด ทำให้จวีอิงร้องโหยหวนกว่าเดิมแล้วโยนนางลงไปในหลุมทะเลเบื้องล่าง

ครั้งนี้ คลื่นของจวีอิงชัดว่ารุนแรงกว่าก่อนหน้า ความเป็นเทพที่แผ่ออกมาก็เข้มข้นหาใดเปรียบ

ผลลัพธ์เหนือกว่าเมื่อครู่

ดังนั้นผ่านไปหนึ่งก้านธูป มีเสียงหายใจหนักหน่วงทอดมาจากหลุมทะเลมืดมิด เสียงนี้ราวสายฟ้าระเบิดทั่วทิศ ยิ่งเกิดคลื่นใต้น้ำออกมาข้างนอก ม้วนน้ำทะเลรอบด้านเป็นคลื่นแผ่ขยาย

พริบตาต่อมา ชั่วขณะที่เสียงโอดครวญดังขึ้น สวี่ชิงดึงมือขวาขึ้นมาฉับพลัน

เถาวัลย์ตั้งตรงทันใด รัดไว้แน่นหนาคล้ายเหยื่อกินเบ็ดแล้ว บัดนี้กำลังต้านกำลังกับสวี่ชิง

นัยน์ตาสวี่ชิงฉายประกายเย็น แขนขวาเส้นเลือดปูดโปนฉับพลัน เห็นได้ว่าทั้งแขนขวาให้ความรู้สึกเหมือนปรอท พร้อมกันนั้นก็มีพลังกายเนื้อน่าสะพรึงกลัวระเบิดตามมา

พริบตาต่อมา เขาออกแรงดึงเถาวัลย์ม้วนกลับมาฉับพลัน ยังลากสิ่งมีชีวิตตัวเปื่อยเหมือนกิ่งก้าออกมาจากหลุมทะเลนั้นด้วย

พริบตาต่อมา ฉากเหลือเชื่อได้ปรากฏขึ้น

สวี่ชิงยังยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ที่เดิม

แต่หางเทพอสูรแม่น้ำบรรพกาลที่หวดเข้ามากลับสั่นเทา ราวกับฟาดบนยอดเขาที่ไม่อาจสั่นสะเทือน หางมันแหลกไปครึ่งหนึ่งทันที

หนามแหลมบนนั้นยิ่งหักออกมา

ความเจ็บปวดรุนแรง รวมถึงกายเนื้อน่าสะพรึงกลัวของสวี่ชิงทำให้เทพอสูรแม่น้ำบรรพกาลตัวนี้แผ่ความกลัวออกมาถึงขีดสุด มันพลันเคลื่อนตัวหมายจะหนีไป

แต่ตะขอเถาวัลย์เทพในปากแทงเข้าเนื้อนานแล้ว แถมยังถูกสวี่ชิงดึงไว้ตลอด มันจึงไม่มีที่ให้หนีโดยสิ้นเชิง

ยามนี้สวี่ชิงก้าวเดียวก็เหยียบถึงหัวเทพอสูรแม่น้ำบรรพกาล ยืนอยู่ตรงนั้นพลางยกมือขวาจับเถาวัลย์ดึงอย่างแรง

เสียงโอดครวญดังกึกก้อง

กะโหลกเทพอสูรแม่น้ำบรรพกาลขนาดหมื่นจั้งนี้เงยขึ้นโดยไม่อาจควบคุม พุ่งขึ้นบนอย่างรวดเร็ว

มันคลั่งตลอดทาง ห้อจากก้นทะเลถึงผิวทะเลและพุ่งออกมาทันใด

ทะเลใหญ่ยุบเป็นหลุม นภาถูกบดบัง ท่ามกลางเสียงสนั่นหวั่นไหวและน้ำทะเลสาดกระเซ็นนับไม่ถ้วน เกิดเงามหึมาใต้แสงอาทิตย์ปกคลุมเรือเดี่ยวของหวงเหยียนที่เบื้องล่าง

น้ำทะเลสาดใส่หวงเหยียนทั้งตัว

เขาไม่ชอบใจ

บนท้องฟ้า สวี่ชิงยืนอยู่บนหัวเทพอสูรแม่น้ำบรรพกาล ขณะทอดมองฟ้าดินยังยกมือซ้ายคว้าไปยังดวงอาทิตย์

ด้วยการคว้านี้ ตาเนื้อมองไป ดวงอาทิตย์ถึงกับบิดเบี้ยว

กายเนื้อสวี่ชิงคล้ายแย่งความเจิดจ้าของดวงอาทิตย์ไปในพริบตานั้น กลายเป็นดวงอาทิตย์และส่องแสงสะท้านฟ้าสะเทือนดินเสียเอง

มองไกลๆ เหมือนเขาเป็นดวงตะวัน

แสงกับความร้อนที่แผ่ไม่สิ้นสุดนั้นปลดปล่อยออกมาข้างนอกอย่างรวดเร็ว ถูกสวี่ชิงคว้ามาอัดบนหัวเทพอสูรแม่น้ำบรรพกาล

ขณะเกิดเสียงสนั่นหวั่นไหว ภายในรัศมีเทพอสูรแม่น้ำบรรพกาลตัวนั้นสั่นรุนแรง เสียงโอดครวญหยุดลงฉับพลัน

พริบตาต่อมา ศพของมันตกลงบนผิวทะเลดังตูม ลอยนิ่งไม่ไหวติงอยู่ตรงนั้น

คลื่นใหญ่ที่ซัดขึ้นม้วนรอบด้าน เกิดเป็นพายุคลื่นทะเล

มีเพียงสวี่ชิงยืนอยู่บนซากเทพอสูรแม่น้ำบรรพกาล จุดแสงความเป็นเทพลอยเรืองรองออกจากตัวมัน มุ่งไปทางสวี่ชิงและไหลเข้าตัวเขาทั้งหมด

ดูแล้วเหมือนเขาถูกล้อมด้วยสีรุ้ง ถูกทำให้สว่างไสวราวกับหมู่ดาวโอบดวงจันทร์

ราวเทพเจ้ามาเยือนกระนั้น

“วิชาแสงเซียนตะวันดับนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ”

สวี่ชิงพึมพำ เดินก้าวหนึ่งมาตกบนเรือเดี่ยวของหวงเหยียน

……………………………………

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผู้กล้าเหนือกาลเวลา