บทที่ 976 ข้าเปลี่ยนใจแล้ว
ลมมาจากมหาสมุทรนอก
คลื่นใต้น้ำก็เช่นกัน จากคลื่นที่เกิดขึ้นจากคลื่นยักษ์มหาสมุทรนอกซัดโหมเข้ามาในมหาสมุทรใน
ใต้ทะเล ยักษ์ตัวเน่าเปื่อยตนหนึ่ง สีหน้านิ่งเฉย แต่ละก้าวๆ เหยียบย่างลงมา เกิดเป็นคลื่นลูกใหญ่ยิ่งขึ้น ส่วนภูเขาทั้งหมดข้างหน้า เมื่ออยู่ข้างหน้ามันก็เหมือนไม่มีอยู่
ทุกที่ที่ผ่านล้วนพังทลายไปทั้งสิ้น
ราชรถสัมฤทธิ์ที่อยู่ข้างหลังมัน แข็งแกร่งเกินต้านทาน
ห่างจากสวี่ชิงทางนั้น ใกล้เข้าไปเรื่อยๆ
พลังกดดันน่าหวาดกลัว กลิ่นอายน่ากริ่งเกรง ไม่ใช่สิ่งที่ใครก็สัมผัสได้ มีเพียงผู้ที่มีผลกรรมเวรเกี่ยวพันด้วยเท่านั้น ถึงจะสัมผัสได้บ้าง
ดังนั้นเจ้าเงากำลังสั่นสะท้าน เถาวัลย์เทพกลับไม่มีอะไรผิดปกติ
สวี่ชิงลืมตา หันไปมองที่ไกล สีหน้าเคร่งเครียด
เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของราชรถ
แม้ในใจจะมีแผนการมากมายว่าจะก้าวขึ้นไปบนราชรถสัมฤทธิ์อย่างไร จะนำมันสู่ผิวน้ำได้อย่างไร เดินเส้นทางที่วิหคทองบินสู่ท้องฟ้าในตอนนั้น
อีกทั้งแผนการทุกแผนล้วนทำการวิเคราะห์อยู่ตลอด ต่างปรับเปลี่ยนได้ตามใจ เพิ่มอัตราความสำเร็จในท้ายที่สุด
ทำให้ความมั่นใจมากกว่าเจ็ดส่วนขึ้นไป
แต่…จะอย่างไรนั่นก็เป็นราชรถวิหคทอง
โดยเฉพาะนั่นคือยักษ์ที่ลากรถตนนั้น สวี่ชิงตอนนั้นมีประสบการณ์โดยตรง รู้ถึงความน่ากลัวของมัน
แม้ตอนนี้การป้องกันกายเนื้อของเขาจะแข็งแกร่ง แต่สวี่ชิงก็ไม่มีทางประมาทเพราะเหตุนี้
ดังนั้น ในเวลาครึ่งเดือนกว่านี้ ที่ใต้ทะเลที่อยู่ก็มีการจัดเตรียมวางแผน
ตอนนี้รอเพียงแค่ราชรถและเงายักษ์ปรากฏ
“แต่ว่า จะอย่างไรก็ตามเพื่อป้องกันถูกรบกวน ก่อนที่ราชรถจะมา ปัญหายุ่งยากที่จ้องที่นี่ตาเป็นมันเหล่านั้น ต้องจัดการก่อน”
สวี่ชิงพึมพำ ดึงสายตาที่มองไปทางราชรถกลับมา มือขวายกขึ้นชี้ไปข้างหน้า
ทันใดนั้นน้ำทะเลที่อยู่ห่างจากเขาพันจั้ง พลันซัดโหมมา ก่อเป็นเสียงระเบิดดังทึบๆ อยู่ใต้ทะเล พลังสะท้อนรุนแรงกลุ่มหนึ่ง พลันระเบิดจากในนั้น
แปรเปลี่ยนเป็นพายุลูกหนึ่ง กวาดโหมไปทั่วสารทิศ ในขณะที่หอบม้วนคลื่นที่ผิวน้ำ พายุใต้ทะเลลูกนี้มาพร้อมด้วยพลังแข็งแกร่ง มาพร้อมด้วยความไร้เทียมทาน กวาดโหมมาทางสวี่ชิงทางนี้อย่างรวดเร็ว
น้ำทะเลมหาศาลถูกมันหอบม้วนมา เสียงกึกก้องเลื่อนลั่นดังออกมาอย่างต่อเนื่อง ลมพายุนี้พลันก่อเป็นมังกรทะเลตัวหนึ่ง คำรามประชิดใกล้เข้ามา
เห็นว่าจะปะทะสวี่ชิงแล้วเต็มที
สวี่ชิงสีหน้าเป็นปกติ ไม่แม้แต่จะมองมังกรทะเลที่ประชิดเข้ามา แต่มือเดียวประสานปางมือ แล้ววกดไปข้างหน้า
ปากเอ่ยออกมาเบาๆ
“ไสหัวไป!”
ภายใต้คำพูดนี้ที่ดังออกมา พลังมหาศาลกลุ่มหนึ่ง พลันปะทุมาในรัศมีพันจั้งรอบตัวสวี่ชิง ก่อเป็นพลังถล่มภูเขาล่มมหาสมุทร ยิ่งมีเงาผีร้ายนับไม่ถ้วนก่อร่างขึ้น ส่งเสียงครวญครางโหยหวนแสบแก้วหู
ก่อเป็นระเบิดเสียง กวาดโหมไปอย่างเลื่อนลั่น
ทุกที่ที่ผ่าน หัวมังกรทะเลตัวนั้นโดนก่อน แตกสลายทันที เผยให้เห็นเงาร่างสี่ร่างในนั้น
ยิ่งกว่านั้นข้างหลังสวี่ชิงห่างไปหลายร้อยจั้ง น้ำทะเลตรงนั้นพลันพวยพุ่งขึ้น เงาร่างสามทางถูกบีบให้ปรากฏออกมา
เยื้องไปทางด้านซ้ายของเขา ห่างออกไปห้าร้อยจั้ง ในยามที่น้ำทะเลระเบิด ก็มีเงาร่างสองทางจำต้องปรากฏตัวออกมาเช่นกัน
รวมทั้งหมดเก้าคน หลังจากที่ปรากฏตัวขึ้น พวกเขาก็ต่างมองไปทางสวี่ชิง ต่างปะทุพลังบำเพ็ญขึ้นมา เป็นผู้บำเพ็ญระดับเตรียมสู่เทวะ
แต่ละคนในดวงตาฉายประกายเย็นเยือก หลังจากจับเป้าหมายสวี่ชิง แต่ละคนสีหน้าก็พลันแปลกประหลาดขึ้นมา ต่างมองหน้ากัน คล้ายว่าจำตัวตนของสวี่ชิงได้
ยิ่งมีเสียงตบมือดังมาจากที่ไกลออกไปอีก
“อีกทั้งดูจากการจัดการวางแผนที่นี่ของเจ้า ทั้งยังมีท่อนแขนขาดที่อยู่ข้างๆ เจ้าข้างนั้น น่าสนใจ หรือเจ้ากำลังล่อเหยื่อ”
“ส่วนหน้าตาของเจ้า ทำไมข้าถึงรู้สึกว่าค่อนข้างคุ้นตานะ เหมือนว่าจะเคยเห็นในแผ่นหยกในเผ่า”
ห่างออกไปหลายพันจั้ง ในทะเลมีคนเดินมาคนหนึ่ง
คนคนนี้เป็นชายหนุ่ม เป็นบุตรแห่งฝูเสียคนนั้นนั่นเอง
ก่อนหน้านี้เข้าไม่ได้เข้ามาใกล้ เพียงแค่ส่งผู้คุ้มครองข้างกายให้เข้าไปใกล้ ตอนนี้หลังจากเดินออกมา เขามองสวี่ชิง หลังจากประเมินอย่างละเอียด ในดวงตาของเขาก็พลันฉายประกายแปลกประหลาดกลุ่มหนึ่งออกมา
สำหรับเรื่องพวกนี้ สวี่ชิงสีหน้าเป็นปกติ ในใจไม่เกิดระลอกคลื่นอารมณ์แม้แต่น้อย
“ทว่าในร่างกลับมาร่องรอยของผู้บำเพ็ญ แต่ก็มีกลิ่นอายของเทพเจ้าด้วย!”
ในใจของชายหนึ่งตอนนี้ซัดโหมขึ้นมารุนแรงอย่างควบคุมไม่ได้ พวกเขาเผ่าบ่อกำเนิดกาลกิณีนับแต่เกิดก็ต้องช่วงชิงอวัยวะ กายเนื้อของเผ่าอื่นอยู่ตลอด ทำการเปลี่ยนร่างของตัวเอง
นี่เกี่ยวกับแก่นแท้พลังชีวิตของพวกเขา และเกี่ยวกับพลังบำเพ็ญด้วยเช่นกัน
พูดได้ว่าความพิเศษของเผ่าพวกเขาก็คือจุดกำเนิดทุกอย่างของพวกเขา
และตอนนี้ ร่างนี้ของสวี่ชิง เป็นสิ่งที่ในชีวิตนี้เขาไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน
ไม่ว่าจะเป็นเผ่าอื่นๆ ในแดนศักดิ์สิทธิ์ หรือการสำรวจแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ของพวกเขา ล้วนไม่มีกายเนื้อประเภทนี้
กระทั่งว่าในบันทึกของเผ่าก็ไม่มี
นี่อยู่เหนือจินตนาการของเขา ขณะเดียวกันความกระหายที่มาจากสัญชาตญาณโดยกำเนิด ก็ปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรงสุดขีดในเสี้ยวขณะนี้
ความกระหายเข้มข้นขึ้นทันที ก่อเป็นความหิวโหยที่ไม่อาจบรรยายได้เข้ากลืนกินจิตใจของเขา และส่งสัญชาตญาณมาให้อยู่ทุกชั่วขณะ
ร่างของเขาต้องการร่างนี้อย่างไร้ขีดจำกัด!
ผู้คุ้มครองทั้งเก้าก็มีระลอกคลื่นอารมณ์ประเภทนี้เช่นกัน แต่ละคนลมหายใจหอบถี่อย่างไม่อาจควบคุมได้ สายตาที่มองไปทางสวี่ชิงเหมือนจะกลืนกินเขาทั้งเป็น
แต่บุตรแห่งฝูเสียคนนั้นตอนนี้หรี่ตาลง ฝืนสะกดความละโมบในใจ ยิ้มออกมา
“ในเมื่อเจ้าแดนสวี่อยู่ที่นี่ พวกข้ารบกวนแล้ว จะจากไปเดี๋ยวนี้”
เขาเลียริมฝีปาก มองไปทางผู้คุ้มครองของตัวเองผาดหนึ่ง ร่างถอยไปข้างหลัง
พวกเขาเตรียมสำรวจข้างนอกสักหน่อย ยืนยันว่าที่นี่มีเพียงแค่สวี่ชิงคนเดียวจริงหรือไม่ ค่อยไปรายงานเผ่าพันธุ์เพื่อจัดการเรื่องต่อจากนี้
เพียงแต่ความคิดเหล่านี้ ในสายตาสวี่ชิง เห็นชัดกระจ่างเป็นอย่างยิ่ง
เขารู้ วันนี้ต้องฆ่าฟันแน่แล้ว
ดังนั้นสายตาจึงเปลี่ยนมาเย็นเยือกยิ่งกว่าเดิม เอ่ยราบเรียบ
“ข้าเปลี่ยนใจแล้ว”
ตัวอักษรทั้งห้านี้ ทันทีที่ดังออกมา พลังอำนาจแห่งเสียงปะทุขึ้นทันใด!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผู้กล้าเหนือกาลเวลา