บทที่ 987 ความกดดันของฝูเสีย
………………..
“สวี่ชิงหายตัวไป!”
“เผ่ามนุษย์มีโองการ ผู้ที่หาสวี่ชิงเจอจะได้วาสนาเพลิงเทวะ!”
“เผ่านภาคิมหันต์ก็มีโองการเช่นกัน ประกาศต่อเทพทั้งหลายในโลกตะวันออก!”
โองการของเผ่ามนุษย์และเผ่านภาคิมหันต์ ตลอดจนรางวัลของพวกเขา ในเสี้ยวขณะนี้จุดความแตกตื่นฮือฮาให้กับคนทั้งหลาย เกิดเป็นลมพายุแห่งแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
ลมนี้พัดจาดทะเลต้องห้ามแผ่ระลอกไปยังทวีปปักษาสวรรค์ทักษิณและทวีปต้อนรับเสด็จราชัน แปรเปลี่ยนเป็นพายุพัดพาไปทั่วเขตปกครองผนึกสมุทรและแผ่นดินใหญ่คลื่นศักดิ์สิทธิ์ สุดท้ายกลายเป็นลมกรดพัดกวาดไปทั่วแดนตะวันออกแผ่นดินใหญ่ต้องประสลค์
ในแดนตะวันออกแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ แผ่นดินใหญ่ทุกแห่ง เขตปกครองทุกเขต มณฑลทุกมณฑล เผ่าพันธุ์ทุกเผ่า ขั้วอำนาจสำนักทุกขั้ว ไม่ว่าจะธรรมะหรืออธรรม…ล้วนในใจเกิดคลื่นหมื่นจั้ง
ประกาศภารกิจตามหาสวี่ชิงทันที
เพียงพริบตา เงาร่างแต่ละร่างๆ ก็ทะยานขึ้นจากขั้วอำนาจเผ่าพันธุ์ทุกเผ่า พุ่งตรงไปทั่วสารทิศอย่างรวดเร็วเพื่อสืบหา
ทั้งยังมีผู้ที่พลังบำเพ็ญแข็งแกร่งบางคนพกอาวุธวิเศษล้ำค่าของสำนักที่สังกัด ขยายพื้นที่ค้นหาให้หว้างยิ่งขึ้น
บางสำนักและบางเผ่ายิ่งแทบจะออกเคลื่อนไหวทั้งเผ่า เข้าร่วมกับการค้นหา
โลกแดนตะวันออกแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์เดือดพล่านขึ้นมา
ทุกชั่วขณะล้วนมีผู้บำเพ็ญจำนวนนับไม่ถ้วนตามหาสวี่ชิง
กระทั่งว่าต้นไม้ใบหญ้า ขุนเขาสายธาร ฟ้าดิน ตลอดจนสิ่งมีชีวิตคุณสมบัติเทพจำนวนนับไม่ถ้วน ในเสี้ยวขณะนี้ล้วนบ้าคลั่ง
โอกาสสำเร็จเพลิงเทวะ เรื่องนี้เดิมก็เป็นวาสนาท่วมท้นอยู่แล้ว
ต้องรู้ว่าจุดเพลิงเทวะขั้นตอนนี้ลำบากยากเข็ญนัก พิธีกรรมยิ่งซับซ้อน ความไม่แน่นอนระหว่างนั้นตลอดจนเวลา วัตถุดิบที่ต้องเตรียมยิ่งมีความแปรผันและเนิ่นนาน อีกทั้งล้ำค่าเป็นอย่างมาก
อย่างบุตรเทวะชื่อหมู่ในตอนนั้น อย่างอุปราชไอศวรรย์เผ่านภาคิมหันต์ ล้วนเป็นเช่นนี้ แต่ก็ยังคงล้มเหลวอยู่ดี
จะเห็นได้ถึงความยากเข็ญของมัน
แต่ตอนนี้ จักรพรรดินีเผ่ามนุษย์ เทพเจ้าหนึ่งก้าวสู่แท่นเทวะผู้นั้นที่เปลี่ยนจากบำเพ็ญเซียนเป็นบำเพ็ญเทพ คำพูดขององค์ท่านอยู่เหนือกฎเกณฑ์และกฎระเบียบ
เรื่องราวขององค์ท่านแพร่ไปทั่วแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ตั้งนานแล้ว ดังนั้น องค์ท่านบอกว่าจะมอบวาสนาเพลิงเทวะ เช่นนั้นก็เป็นที่แน่ชัดว่าความเป็นไปได้ที่จะสำเร็จมากมายไร้ขอบเขต
และโองการของเผ่านภาคิมหันต์ยิ่งทำให้วาสนานี้เปลี่ยนมาเย้ายวนยิ่งขึ้น ทำให้ตัวตนนับไม่ถ้วนต่างบ้าคลั่งเพื่อมันขึ้นมา
เทพเจ้าระดับแท่นเทวะองค์หนึ่ง ระดับสมบูรณ์แบบไร้ที่ติสามองค์ วาสนาเพลิงเทวะร่วมกันของเหล่าองค์ท่าน…โดยพื้นฐานสามารถยืนยันว่า โอกาสที่จะสำเร็จแทบจะเป็นสิบส่วน!
ดังนั้น สิ่งมีชีวิตคุณสมบัติเทพเหล่านั้น ในเสี้ยวขณะนี้ หลายตนต่างอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงคำรามสะท้านสะเทือนออกมา บินออกมาจากที่ที่อยู่อาศัยในทันที เริ่มออกตามหา
ยิ่งมีเทพเจ้าที่อยู่ในขั้นเพลิงเทวะมากมาย ล้วนเป็นเช่นนี้ทั้งนั้น ตื่นขึ้นจากที่พำนักพักอาศัย แผ่กลิ่นอายเทพออกไป ต่างกวาดไปในแดนตะวันออกแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
เหล่าองค์ท่านไม่แบ่งแยกดีชั่ว ไม่มีขอบเขตธรรมะ อธรรม สิ่งที่ไล่คว้ามีเพียงความรอบรู้เท่านั้น!
และความรอบรู้จำเป็นต้องอาศัยการยกระดับคุณสมบัติสายเลือดของเทพเจ้า
หาสวี่ชิงเจอก็เท่ากับว่าเส้นทางความรอบรู้ ก้าวไปข้างหน้าแล้วก้าวหนึ่ง
ดังนั้นจึงพูดอย่างไม่เกินเหตุได้เลยว่า แดนตะวันออกของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ในวันนี้ปะทุขึ้นเพื่อสวี่ชิง!
ไม่มีใครไม่รู้ ไม่มีใครไม่ได้ยิน
รากฐานพลังเช่นนี้ ทำให้ชื่อสวี่ชิงชิงเปลี่ยนจากเดิมที่ดึงดูดสายตาอยู่แล้วมายิ่งพร่างพรายเจิดจ้าเป็นอย่างยิ่ง ประดุจดวงดาวที่สว่างที่สุด กะพริบวูบวาบในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
และลมพายุน่าตื่นตะลึงครั่นคร้ามที่เกิดขึ้นทางด้านตะวันออกแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ลูกนี้ ก็ทำให้พื้นที่เก่าแก่ของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์หลายๆ แห่งรู้เรื่องด้วยเช่นกัน นี่ทำให้ในขณะเดียวกับที่ชื่อของสวี่ชิงยิ่งแพร่กระจายออกไปมากขึ้น ก็ทำให้ขั้วอำนาจทั่วแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ สัมผัสได้ถึงความหมายที่แท้จริงของ…อำนาจสูงสุดแห่งแดนบูรพา
อำนาจนี้ย่อมมาจากเผ่ามนุษย์และเผ่านภาคิมหันต์
ในสายตาของเผ่าแข็งแกร่งอย่างเผ่าเอกภพแดนสีชาด เผ่าราชันประกาศิตอุดร และเผ่ากระดูกต้นกำเนิดแห่งยมโลกเช่นนี้ การตามหาสวี่ชิงเป็นเพียงปรากฏการณ์ที่แสดงออกมาเท่านั้น
ความหมายที่แท้จริงของเหตุการณ์นี้คือการแสดงอำนาจและเจตจำนงของ…พันธมิตรระหว่างเผ่ามนุษย์และเผ่านภาคิมหันต์เป็นครั้งแรก!
ใช้เรื่องนี้ประกาศให้ทั่วทั้งแปดทิศรับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของผู้ครองอำนาจแห่งแดนตะวันออกในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์!
ความน่าเกรงขามนี้ก็สะท้านไปทั่วทุกฝ่ายจริงๆ
เผ่าเอกภพแดนสีชาดและเผ่าแข็งแกร่งอื่นๆ สัมผัสได้ถึงจุดนี้อย่างรุนแรง
ผู้ที่สัมผัสได้ถึงจุดนี้เช่นกันยังมีแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับเหลืองที่ลงมาเยือนยังด้านตะวันออกเหมือนกับแดนศักดิ์สิทธิ์บ่อกำเนิดกาลกิณีอีกจำนวนหนึ่ง
พวกเขาสั่งการทันทีให้สมาชิกในเผ่าเดินทางกลับ พร้อมทั้งสงบเสงี่ยม ไม่กล้าก่อเรื่องใด ๆ ที่จะนำพาความหายนะในช่วงเวลาสำคัญนี้
ดังนั้น ภายใต้การสำแดงอำนาจและเจตจำนงของเผ่ามนุษย์และเผ่านภาคิมหันต์ ลมพายุครั่นคร้ามที่ออกตามหาสวี่ชิงก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เข้าแทนเจตจำนงสวรรค์ แทนที่ซึ่งทุกสิ่ง
คำวิพากษ์วิจารณ์ต่อเรื่องนี้จากขั้วอำนาจฝ่ายต่างๆ ก็เป็นส่วนหนึ่งของลมพายุลูกนี้เช่นกัน
ดังเช่นในเวลานี้ บนทะเลต้องห้าม เกาะเผ่าช้างสมุทรที่ตั้งอยู่ใกล้กับมณฑลรับเสด็จราชัน เผ่าช้างสมุทรที่กำลังพูดถึงพายุครั้งนี้ในตลาดบนเกาะก็เป็นภาพสะท้อนของกระแสการสนทนาที่เกิดขึ้นในแดนตะวันออกของแผ่นดินต้องประสงค์
เผ่าช้างสมุทร แม้มีรูปร่างอย่างมนุษย์ แต่หน้าตาต่างกับเผ่ามนุษย์เป็นอย่างมาก
ส่วนสูงโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณหนึ่งจั้ง ทั่วทั้งร่างขณะที่เป็นสีเขียวครามก็เต็มไปด้วยเกล็ดแน่นละเอียด เอกลักษณ์ที่เป็นจุดเด่นที่สุดคือจมูกของพวกเขายาวมาก ห้อยย้อยอยู่ที่หน้าอกราวงวงช้าง
นอกจากนี้ บนใบหน้าบังมีรยางค์มากมาย ดูแล้วแปลกประหลาดเหี้ยมเกรียมนัก
แต่นิสัยของเผ่านี้ เทียบกับเผ่าที่โหดร้ายบางเผ่าแล้วอ่อนโยนกว่ามาก รวมกับเผ่านี้ห่างกับมณฑลต้อนรับราชันก็ไม่ได้ไกลมากนัก จึงเป็นจุดเติมเสบียงได้
ดังนั้น ในตลาดของเกาะเผ่าพันธุ์นี้มีผู้บำเพ็ญเผ่าอื่นๆ ไม่น้อย
ตอนนี้ ในตลาดคึกคักมาก เอะอะโหวกเหวก เสียงดังไม่ขาดสาย เพียงแต่เสียงที่ดังออกมาจากในนั้นที่ดังออกมามากที่สุดไม่ใช่เสียงค้าขาาย แต่เป็นข่าวที่เกี่ยวกับพายุลูกนี้และชื่อสวี่ชิง
“สวี่ชิงคนนี้ตอนนั้นพูดได้ว่าชื่อเสียงเลื่องลือไปในทะเลต้องห้ามเชียวนะ!”
“เขามาจากทวีปปักษาสวรรค์ทักษิณ เป็นลูกศิษย์ของยอดเขาเจ็ด สำนักเจ็ดเนตรโลหิต หลายสิบปีมานี้เดินมาทีละก้าวๆ กลายเป็นตำนาน!”
“แต่ก็ยังคงทำให้คนจินตนาการไม่ถึงว่า การหายตัวไปของเขาจะทำให้เกิดพายุเช่นนี้!”
“สามารถซัดค่ายกลแดนศักดิ์สิทธิ์แหลกละเอียดในฝ่ามือเดียว จักรพรรดินีองค์นี้คงจะมีพลังบำเพ็ญระดับมหาจักรพรรดิ…แล้วก็ยังมีเทพสามองค์เผ่านภาคิมหันต์ ไม่รู้ว่าเป็นเทพระดับขั้นไหน”
“ไม่ว่าจะอย่างไร สามารถออกคำสั่งแดนตะวันออกแห่งแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ได้ เรื่องนี้ จัดการยากยิ่งกว่า…”
ฝูเสียในใจยิ่งหนักอึ้ง ยืนอยู่บนเกาะนี้ เขาเกิดความรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาเล็กๆ อย่างน่าประหลาด หันหลังกำลังจะจากไป
แต่ในตอนนี้เอง คิ้วของเขาขมวดขึ้น ทอดสายตามองไปยังที่ไกล
เสี้ยวขณะต่อมา ทั่วทั้งเกาะก็พลันสั่นสะเทือนขึ้น
การสั่นสะเทือนนี้แผ่ไปทั่วทั้งเกาะ แผ่นดินสั่นไหวขุนเขาสั่นคลอน ในยามที่ผู้บำเพ็ญนับไม่ถ้วนหวาดกลัว จากเสียงระเบิดกึกก้องเลื่อนลั่นมากมายที่ดังขึ้น ศีรษะมหึมาศีรษะหนึ่งก็ทะยานขึ้นมาจากในทะเลนอกเกาะ
ศีรษะนี้มองดูแล้วเหมือนหัวของจระเข้ ขนาดเท่ากับครึ่งเกาะ เต็มไปด้วยเกล็ดสีดำ แผ่คุณสมบัติเทพน่าหวาดกลัวออกมา แปรเปลี่ยนเป็นพลังกดดันน่ากลัวปะทะหน้ามา
คลื่นรอบๆ หอบม้วน พลังน่าครั่นคร้ามนัก
เผ่าช้างสมุทรเหล่านั้นเห็นตัวตนน่าหวาดกลัวนี้ต่างเหม่อลอย จากนั้นก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ แต่ละคนต่างสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมหาศาล ต่างคุกเข่าลงทันที ปากร้องขานเทพเจ้า
นักบวชในเผ่านี้ยิ่งบินออกมาอย่างตื่นเต้น โค้งคารวะอย่างเลื่อมใสศรัทธา
สิ่งมีชีวิตคุณสมบัติเทพตนนี้คือเทพเจ้าที่เผ่าพวกเขานับถือศรัทธามาเนิ่นนาน
เพียงแต่ในเวลาเนิ่นนานนี้ ในบันทึกของเผ่า สิ่งมีชีวิตคุณสมบัติเทพตนนี้เหมือนเป็นตำนานเล่าขาน ไม่ว่าพวกเขาจะอัญเชิญอย่างไร ก็ไม่เคยขานตอบแม้แต่น้อย
ต่อให้เผ่านี้ในประวัติศาสตร์เผชิญกับวิกฤตหลายครั้งจนจำต้องย้ายเกาะก็ไม่เคยปรากฏตัวออกมา
ทำให้แม้แต่นักบวชคนนั้นก็คิดว่าสิ่งมีชีวิตคุณสมบัติเทพที่เผ่านับถือเป็นเพียงแค่ตำนานจริงๆ เป็นบรรพชนแต่งเรื่องขึ้นมา
แต่วันนี้ ท่านนี้…ปรากฏตัวขึ้นแล้ว
ในเสี้ยวขณะที่ปรากฏตัวขึ้น จิตเทพแข็งแกร่งแผ่ซ่านไปทั่วทิศ ดังสะท้อนมาราวคำราม
“ตามหา…สวี่ชิง…ให้ข้า!”
จิตเทพนี้เพียงส่งออกมา เผ่าช้างสมุทรทั้งเผ่า นับจากระดับบนจนถึงระดับล่าง ในศีรษะต่างมีสายฟ้าฟาดผ่า ขณะที่คุกเข่าอยู่ก็ตอบรับออกไปตามสัญชาตญาณ
ส่วนสิ่งมีชีวิตคุณสมบัติเทพตนนี้จิตเทพเข้มข้นยิ่งขึ้น กวาดหาไปบนเกาะนี้ สุดท้ายก็กลับลงไปใต้มหาสมุทรอีกครั้ง จิตเทพแผ่ออกไปอีกครั้ง เริ่มตามหา
ส่วนฝูเสีย เงาร่างของเขาในพริบตาที่สิ่งมีชีวิตคุณสมบัติเทพตนนี้ปรากฏตัวขึ้น ก็รางเลือนหายลับไปแล้ว
ในยามที่ปรากฏตัว เขาก็มาอยู่ส่วนลึกของมหาสมุทรแล้ว สีหน้าอึมครึมเป็นอย่างยิ่ง
ข้อมูลก่อนหน้านี้ทำให้เขารู้สึกว่าจัดการยาก แต่เห็นการค้นหาจากสิ่งมีชีวิตคุณสมบัติเทพกับตาทำให้เขารู้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
ดังนั้น ประโยคที่ได้ยินจากเผ่าช้างสมุทรทางนั้น ดังขึ้นมาในสมองของเขา
“ผืนนภา ผืนปฐพี แม่น้ำสายธาร ต้นไม้ใบหญ้า สิ่งมีชีวิตทั้งหลาย สรรพสิ่งทั้งปวง วิถีสวรรค์ เทพเจ้าจงฟังคำบัญชา…”
ฝูเสียเงียบนิ่ง แต่เสี้ยวขณะต่อมา ในสายตาของเขาก็ฉายประกายเย็นเยือกและความเด็ดเดี่ยว
“เช่นนั้นก็มาดูกันว่าพลังในการตามหาสวี่ชิงของพวกเจ้าจะยิ่งใหญ่แค่ไหน จะบัญชาสรรพสิ่งทั้งปวง สรรพชีวิตทั้งหลายได้จริงหรือไม่!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผู้กล้าเหนือกาลเวลา