“โอะ ไม่ต้องขอบคุณหานจงหรอกขอรับ มันเป็นหน้าที่ของหานจงพระสนมพูดไม่ได้ ก็เป็นปัญหาใหญ่” ต้าเหนิงยิ้มกว้าง หมอนี่น่าคบกว่าคนหล่อนั่นเป็นกองอย่างน้อยก็ไม่หยิ่งละวะ
“หานจงออกมานี่” หานจงประสานมือแล้วรีบออกไปในทันทีเพราะเสียงคนเรียกเริ่มขุ่นเคือง
“หานจงเจ้าไม่ต้องแสดงว่าเป็นคนดีเพียงนั้นก็ได้กับนางที่เรามีหน้าที่แค่คอยปกป้อง” หานจงถอนหายใจ
“ขอรับท่านอ๋อง”
ขอรับเพราะตัดรำคาญความจริงแล้วอดสงสารต้าเหนิงไม่ได้ก่อนหน้านั้นอ๋องฉินก็มีทีท่าว่าสนิทสนมกับเอ่อต้าเหนิงมากกว่าใคร แต่มาตอนนี้ทำตัวเหินห่างหานจงอดสงสัยไม่ได้ว่าต้าเหนิงที่ฟื้นขึ้นมานี่จะรู้สึกเหมือนเดิมกับท่านอ๋องของเขาไหมจากที่มองสีหน้าท่าทางแล้วเอ่อต้าเหนิงคนนี้ทำราวกับว่าไม่คุ้นเคยกับท่านอ๋องกระนั้นแม้แต่หานจงนางยังแสดงท่าทีเหมือนพึ่งเคยพบกัน เอาเป็นว่าทั้งสองคนต่างแสดงละครว่าไม่เคยมีใจให้กันกระนั้น
“ไปได้แล้วไปหาทางติดต่อกับ หมอเทวดาเหยียนฉือเสียนางพูดไม่ได้ข้าเริ่มอึดอัดกับท่าทีของนางที่เอาแต่จ้องตาแล้วยิ้มให้เสียเต็มทนแล้ว” หานจงยิ้มประสานมือแล้วจากไป
“ไม่ต้องน้อยใจเจ้าค่ะปกติแล้วท่านอ๋องก็เป็นแบบนี้ไม่ค่อยพูด ตั้งแต่เกิดเรื่องที่ทำให้เสี้ยนตี้สวรรคตตอนนั้นท่านอ๋องเป็นไท่จือกลับพูดน้อยลงจนกระทั่งกัวกั๋วฮ่องเต้รับตำแหน่งฮ่องเต้ และให้ท่านอ๋องเป็นจวิ้นหวัง ท่านอ๋องก็พูดน้อยลงแต่ตอนที่พระสนมมาที่นี่และนอนไม่ได้สติมีแต่ท่านอ๋องที่แวะเวียนมาดูแล”
ต้าเหนิงยิ้มบางๆ รับรู้ได้ถึงสิ่งที่สาวใช้พูด
“พักผ่อนเถอะเจ้าค่ะที่นี่ปลอดภัย พระสนมไม่ต้องกังวลนะเจ้าค่ะ ที่นี่มีท่านอ๋อง องครักษ์หานจงและ องครักษ์ที่คอยคุ้มกันไทฮองไทเฮารับรองว่าปลอดภัยเจ้าคะ” สาวใช้ปลอบใจเมื่อเห็นว่าต้าเหนิงมีสีหน้าเศร้าๆ
ต้าเหนิงพยักหน้าขึ้นลง เฮ้ออยากพูดอยากถามมากกว่านี้ก็ทำไม่ได้จะให้เป็นใบ้แบบนี้ไม่ตลอดไม่เอานะ
บ้านเฉิน
“ไม่น่าไม่น่าเลยจริงๆ ท่านอ๋องมาถึงก็ชิงตัวสนมเอ่อต้าเหนิง ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้” เฉินตงลี่โมโหสุดขีด
“ปกติแล้วท่านอ๋องไม่เคยสนใจหญิงงามคนไหน คุณหนูเฉินบุตรีของท่านที่บอกว่าเป็นเหมยเขียวม้าไม้ไผ่ก็ไม่เห็นว่าท่านอ๋องจะให้ความสำคัญเพียงนี้” ใต้เท้าลี่ฟานฟานตั้งใจยุยง
“ฮึๆ เพราะแบบนี้ข้าจึงกำลังชั่งใจว่าจะยังยืนเคียงข้างจวิ้นหวังเหมือนเดิมหรือไม่” ใต้เท้าเฉินตั้งใจโยนหินถามทางว่าจะมีใครคิดแบบเดียวกันหรือไม่หากว่ามีจะได้หาแนวทางใหม่
“ข้าก็ยังไม่เห็นว่าจะมีใครเหมาะสมไปกว่าหวางซื่อ” ลู่ซือห่าวพูดขึ้นดังๆ
“ข้าเห็นด้วย” จางเหมียนกับลู่ซือห่าวยังคงภักดีไม่เปลี่ยน
“ในใจพวกเราต่างรู้ดีว่าจวิ้นหวังเป็นเพียงคนเดียวที่เสี้ยนตี้อยากให้นั่งบังลังก์ต่อจากพระองค์ทว่ากัวกั๋วฮ่องเต้กลับอาศัย ทำการรวดเร็วจนมีวันนี้ บางทีข้าก็กลับมาคิดว่าจวิ้นหวังควรนั่งอยู่ในตำแหน่งจวิ้นหวังหรือว่าควรนั่งบัลลังก์มังกรกันแน่”
“อย่าเพิ่งพูดไปอย่างไรด็ยังภักดีต่อฉินเกอหลงอ๋องมาตลอดจะเปลี่ยนใจง่ายดายหรือ” ใต้เท้าเฉินพูดขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนสิ่งที่ ลี่ฟานฟานพูดไป
ทั้งสี่ตระกูลใหญ่ต่างพยักหน้าขึ้นลง
“น้องไม่อาจคิดว่าต้องขาดฉินอ๋องได้ พี่ใหญ่ท่านรู้ไหมมันเจ็บปวดแค่ไหนแค่คิดว่าจะต้องแต่งกับคนอื่นหรือแค่คิดว่า ท่านอ๋องมีคนอื่นในใจ ลืมเลือนคำสัญญาในวัยเยาว์ เพราะสำหรับข้าแล้วบุรุษเดียวในดวงใจคือฉินอ๋อง”
เฉินซือกวานถอนหายใจ
“เจ้า น่าจะรู้แล้วนี่หลายครั้งเจ้าก็เห็นว่าก่อนหน้านั้นท่านอ๋อง ก็ไม่เคยเอ่ยปากว่าจะแต่งเจ้าในฐานะไท่จือเฟยอีกเลย กลับกันข้าเคยได้ยินหานจงพูดว่าไท่จือในตอนนั้นตั้งใจอ้อนพระมารดาสนมฉีให้ขอคุณหนูเอ่อในตอนนั้นมารั้งตำแหน่งไท่จือเฟย แต่เกิดเรื่องขึ้นเสียก่อน”
อี้เหมยทำหน้าเง้า
“แต่ท่านอ๋องเคยสัญญาไว้กับข้านะพี่ใหญ่เข้าจะลืมสัญญาได้อย่างไร”
“เอาแบบนี้ดีไหม เจ้าพบท่านอ๋องอีกครั้งลองถามท่านอ๋องดูว่ายังจำคำมั่นที่เคยให้เจ้าไว้ตอนที่อายุ5ขวบได้ไหม หากสิ่งที่เจ้าเรียกมันว่าสัญญาไม่ใช่แค่คำพูดของเด็กที่คือความเพ้อฝันไปตามวัย เจ้าจึงค่อยยึดมั่นคำสัญญานั้น”
ค่ำคืนที่แสงจันทร์ส่องสว่างที่ระเบียงชมวิวของวิหารเทียมฟ้าที่สูงเทียมฟ้าจริงๆ
“พระสนมเจ้าขาดึกแล้วนอนเถิดเจ้าค่ะ”
สาวใช้เอ่ยปากขึ้นเมื่อเห็นว่าต้าเหนิงที่ร่างกายซูบผอมอ่อนแอกลับมายืนตากลมมองลงไปด้านล่างที่ฉินเกอหลงนั่งนับประคำอยู่บนระเบียงชั้นล่าง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พวกเจ้าระวังให้ดีเกิดใหม่ครั้งนี้เพื่อแก้แค้นแทนไต้ซือ