เมื่อได้ยินฉินเทียนอีพูดเช่นนี้ เจียงหลีมองไปที่เจ้าเปี๊ยกบนต้นไม้ที่กำลังทำท่าเหมือนคิดอะไรอยู่
สัตว์เดรัจฉานในบรรพกาล ดวงตาของเจียงหลีเป็นประกาย
ข้อสงสัยก่อนหน้านี้ นางนึกถึงสัตว์เลี้ยงผู้น่ารักของตนเป็นตัวแรกหลังจากตัดสำนักหลีหุนจงออกไปแล้ว อย่างไรก็ตา าม นางนึกแรงจูงใจในการกระทำเช่นนั้นไม่ออก
หรือว่าไม่ชอบหน้าฉินเทียนอีเพียงอย่างเดียวเลย เจียงหลีคาดเดาในใจ
“เจียงหลี!” เสียงเคร่งขรึมของฉินเทียนอีดึงความคิดของเจียงหลีกลับมา
“พวกมันไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว” ฉินเทียนอีพูดอย่างจริงจัง
ด้วยคำเตือนของเขา เจียงหลีก็สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของวิญญาณชั่วร้ายที่อยู่รายล้อม ชั่วครู่ วิญญาณชั่วร้ายเห หล่านี้เฉื่อยชาเล็กน้อย การเคลื่อนไหวค่อนข้างเชื่องช้า และทักษะการต่อสู้ที่พวกเขาปลดปล่อยออกมาเหมือนข้างนอกดูดี แต่ใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้
แต่ขณะนี้วิญญาณชั่วร้ายทั้งหลายที่ยืนอยู่กับที่เริ่มบิดคอเสียงดัง กรอบแกรบ ข้อต่อทั่วทั้งร่างกายดูเหมือนจะเป ปิดออก พลังอำนาจที่ดุร้ายบนร่างของพวกเขาแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม บริเวณโดยรอบหนาวเย็นฉับพลันและแฝงไปด้วยลมปราณ ที่บ้าคลั่ง
“ดูเหมือนพวกมันจะตื่นแล้วจริงๆ” เจียงหลีหรี่ตาลงเล็กน้อย
เจ้าเปี๊ยกบนต้นไม้ค่อยๆ ลืมตา ดวงตาสีเขียวครามจ้องมองเหตุการณ์ต่อหน้าอย่างเย็นชา
ฉินเทียนอีค่อยๆ ส่ายศีรษะ “พวกมันมีมากเกินไป หนีกันก่อนเถอะ เรื่องอื่นค่อยว่ากัน”
“อืม” เจียงหลีพยักหน้า
ทันใดนั้น วิญญาณชั่วร้ายได้พุ่งเข้าหาเจียงหลีและฉินเทียนอีแล้ว
วิญญาณชั่วร้ายทั้งหลายเร็วดั่งสายฟ้า ทำให้ยากแก่การหลบหลีก
เมื่อเสียโอกาสหลบหนี จึงทำได้เพียงเผชิญหน้าสู้ต่อ
เจียงหลีเงยหน้ามองวิญญาณชั่วร้ายที่วิ่งกรูเข้ามา มันเร็วมากและมีใบหน้าที่ดุร้าย แต่หมัดที่ปล่อยออกมากลับ บค่อนข้างอ่อนแอ
แรงเขาไม่พอ! เจียงหลีตัดสินอย่างรวดเร็วในใจ
ขณะเดียวกัน ได้รวบรวมพลังวานรกลืนเวหาไว้ในมือ
ตู้มมม!
ขณะที่วิญญาณชั่วร้ายเข้ามาประชิด เจียงหลีเตรียมหมัดพร้อมระเบิดอย่างรุนแรง ทันทีที่หมัดทั้งสองปะทะกัน พลังอั นบ้าคลั่งของวานรกลืนเวหาพุ่งเข้าใส่ร่างของวิญญาณชั่วร้าย
วิญญาณชั่วร้ายที่เข้ามาประชิดตัวเจียงหลีได้ระเบิดกลายเป็นความว่างเปล่า
เจียงหลีตกตะลึง เกิดความแปลกประหลาดขึ้นในใจของนาง
อย่างไรก็ตาม นางไม่มีแม้แต่เวลาที่จะคิดเรื่องนี้ วิญญาณชั่วร้ายอีกตัวได้เข้าโจมตีนาง
ปัง!
เจียงหลีเปลี่ยนจากหมัดเป็นฝ่ามือแทนและดันไปข้างหน้า แรงสั่นสะเทือนอันแรงกล้ามาพร้อมกับลมบนฝ่ามือของนาง ใน ชั่วพริบตา วิญญาณชั่วร้ายจำนวนมากถูกโจมตี ร่างกายของพวกมันแตกสลายและหายวับไปในทันที
เจียงหลีหรี่ตา เม้มริมฝีปาก แต่ดวงตากลับดูเคร่งขรึมมากขึ้น
วิญญาณชั่วร้ายกระโจนเข้ามาอีกครั้ง เจียงหลีทำได้เพียงสู้ต่อไป
คราวนี้วิญญาณชั่วร้ายไม่ได้เลือกคนแล้ว นางและฉินเทียนอีล้วนได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกันวิญญาณชั่วร้ายที่ปรา ากฏรอบกายของพวกเขาหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ร่างของเจียงหลีเป็นประกายอย่างต่อเนื่องท่ามกลางวิญญาณชั่วร้ายเหล่านั้น และเมื่อวิญญาณชั่วร้ายกระโจนเข้าใส่ นา างก็สามารถฆ่าพวกมันได้ในกระบวนท่าเดียว
นางทำได้ ฉินเทียนอีก็ทำได้เช่นกัน
เพียงแต่เมื่อผลออกมาเช่นนี้ ความรู้สึกผิดปกติยิ่งผุดขึ้นในใจของเจียงหลี และไม่สามารถสลัดมันออกไปได้
ตามคำแนะนำของศิษย์พี่สาม วิญญาณชั่วร้ายในดินแดนผนึกมารไม่ได้อ่อนแอเช่นนี้! เจียงหลีงงงวยในใจ
“ทำไมพวกมันถึงได้อ่อนแอเช่นนี้” เสียงสงสัยของฉินเทียนอีดังขึ้นจากอีกฝั่งหนึ่ง
ดูเหมือนว่าระหว่างการต่อสู้ เขาจะค้นพบข้อสงสัยนี้
นางรีบฟื้นความทรงจำอย่างรวดเร็ว
โชคดีที่ร่างหลักมีความสามารถในการจดจำสิ่งที่เคยมองเห็นได้อย่างแม่นยำ และในที่สุดก็จำได้ว่าวิญญาณชั่วร้ายต ตรงหน้าคือวิญญาณที่ถูกนางโจมตีและฆ่าด้วยหมัดแรก
ทำไมถึง… เจียงหลีตกใจเล็กน้อย
แต่กลับไม่ได้แสดงสีหน้าออกมาให้เห็น
เพราะในเวลานี้นางยังไม่แน่ใจและไม่รู้ว่าที่นี่จะมีกิเลสเสมือนฝาแฝดหรือไม่
อีกฝั่งหนึ่ง ฉินเทียนอียังคงต่อสู้ มองเห็นเท้าก้าวออกไปและแขนที่เขาเหวี่ยงออกมาเปลี่ยนเป็นสีแดงทันที ราวกั บเหล็กหลอมที่เผาไหม้ด้วยเปลวไฟ
อุณหภูมิโดยรอบเพิ่มขึ้นกะทันหัน ความร้อนอันน่าหวาดกลัวที่ลุกโชนอย่างรวดเร็วทำลายวิญญาณชั่วร้ายทั้งหมดที่เข้าใก กล้ฉินเทียนอีด้วยทักษะการต่อสู้ที่น่าสะพรึงกลัวนี้
ความร้อนนี้ทำให้เจียงหลีหันกลับมามองเขา และเมื่อมองเห็นสีแดงราวกับเปลวไฟบนแขนของเขา ดวงตาที่สดใสของเจีย ยงหลีหดตัวลงและชื่นชม กลุ่มอำนาจทั้งหลายของซีฮวงย่อมมีลักษณะเฉพาะตนจริงๆ ด้วย
บัดนี้ ทุกกลุ่มอำนาจที่นางรู้จักล้วนมีวิธีการอันเฉียบขาดเฉพาะตนทั้งหมด
ตัวอย่างเช่น การสังเกตแผนที่ดาราเทพสงครามของวังเทียนอู่กง การดำรงอยู่ของมันแทบจะเป็นสัญลักษณ์ของการกำเนิด ทักษะการต่อสู้นับไม่ถ้วนในวังเทียนอู่กง หรือวิชาเสกหุ่นเชิดของสำนักหลีหุนจง วิชามารยาของวังเวิ่นฉิง ศาสตร ร์ลับในบรรพกาลของฮวงเสิน และตอนนี้…ตำหนักหลีหั่ว…
พรึบ!
ไฟอันน่ากลัวทะลุผ่านอากาศและปรากฏหมัดเปลวไฟขึ้นท่ามกลางความว่างเปล่าแล้วกวาดผ่านไป ซึ่งเต็มไปด้วยเจตนาอันบ้า าคลั่งที่น่าสะพรึงกลัวและรวดเร็วมาก
หมัดไฟเหล่านี้ตกลงสู่วิญญาณชั่วร้ายโดยตรงจนบริเวณโดยรอบของฉินเทียนอีว่างเปล่าทันที
หลิงจงขั้นเก้า! แข็งแกร่งนัก! เจียงหลีประเมินในใจ
ขณะนี้ สายตาของนางเบนออกจากฉินเทียนอี และมองไปยังวิญญาณชั่วร้ายที่กำลังวิ่งกรูเข้ามาหานางอีกครั้ง เมื่อ ชั่วครู่นางเพิ่งฆ่าพวกมันไปแล้วรอบหนึ่ง
“ทำไมถึงมีมากเพียงนี้ ฆ่ายังไงก็ไม่หมด!” เสียงของฉินเทียนอีดังมาจากด้านข้าง
แน่นอนว่าหลังจากได้ยินคำพูดของเขา ดวงตาของเจียงหลีหรี่ลงอย่างรวดเร็ว ความคิดอันน่าสะพรึงกลัวผุดขึ้นในก้นบ บึ้งของหัวใจ…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ราชินีพลิกสวรรค์