ตอนที่ 389 ไม่เหมือนที่คิด (2)
ฟางผิงสีหน้าดำคล้ำ เอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ “ไม่ต้องมาไม้นี้เลย สะพานฟ้าดินของผมสามารถบีบอัดพลังฟ้าดินได้ ทุกคนรู้ดี เจ้าหัวเหล็ก นายว่าใช่หรือเปล่า?”
ฟางผิงมองไปทางหลี่หานซง คนพวกนี้ก็ถูกระเบิดดึงดูดความสนใจเช่นกัน
หลี่หานซงเพิ่งอยากจะพยักหน้า ฉินเฟิ่งชิงกลับเอ่ยขึ้นว่า “ฟางผิง ลองทำให้ดูสิ พลังฟ้าดินเป็นยังไง ฉันยังไม่เคยเห็นมาก่อนเลย ลองดูหน่อย”
เขาคิดว่ายิ่งฟางผิงไม่อยากทำเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งอยากให้ฟางผิงทำมากเท่านั้น
ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเก้าสองคนเห็นแบบนั้นก็สงสัยขึ้นมาอยู่บ้าง หรือยังมีความลับอะไรอยู่อีก?
ฟางผิงถลึงตามองตาเฒ่าหลี่อย่างโมโห ละอายใจบ้างหรือเปล่า ผมอุตส่าห์ช่วยคุณ ตอนนี้มาสร้างความลำบากให้ผมซะงั้น?
ตาเฒ่าหลี่ยิ้มตาหยี “มาสิ ลองดู อย่าอายไปเลย ไม่เป็นไรหรอก…”
ฟางผิงเจ้าเด็กนี้ ยากที่จะมีช่วงเวลาน่าอายแบบนี้ ดูสนุกไม่หยอก
“ไม่ทำ!”
“มาทำนั่นก็มีปัญหาแล้ว ฉันมักรู้สึกว่าถ้าชำแหละสมองเธอต้องมีอะไรน่าสนใจกว่านี้”
“ไม่ต้องเลย คุณนั่นแหละที่มีปัญหา ผมหลอมรวมแกนสมองแล้ว”
“ไอ้หนู ครุ่นคิดให้ดี พวกเราต่างสนใจกันทั้งนั้น เธอคิดดู ตอนนี้มีแค่พวกเราไม่กี่คน เธอไม่ทำให้ทุกคนพอใจสักหน่อย…” คำพูดนี้ไม่ว่าจะฟังยังไงก็รู้สึกลามกจกเปรตอยู่บ้าง รวมกับรอยยิ้มนั้นของตาเฒ่าหลี่ ยิ่งทำให้คนคิดหลุดจินตนาการขึ้นไปอีก
ฟางผิงใบหน้าด้ำคล้ำ แค่นเสียงว่า “แค่อยากเปิดหูเปิดตาสินะ? ได้ จะทำให้พวกนายดู พวกนายคิดว่าฉันกลัวเสียหน้า? น่าขำ ฉันคนนี้เป็นผู้บุกเบิกการฝึกวิชาของยุคสมัยใหม่!”
ครู่ต่อมาฟางผิงก็ปลดปล่อยพลังฟ้าดินของตัวเอง!
“หา?”
พวกหลี่หานซงอ้าปากค้าง เผยสีหน้าตกใจ!
นี่มันอะไรกัน?
สะพานแห่งฟ้าดิน?
อย่าล้อกันเล่นได้หรือเปล่า!
หลี่หานซงถึงกับลองปลดปล่อยสะพานฟ้าดินของตัวเองออกมา เป็นรูปร่างอย่างสวยงาม แสงที่วนเป็นวงกลมกำลังสว่างวาบอยู่ข้างหน้า
ฟางผิงที่อยู่ด้านข้าง…อะไรสักอย่างที่บีบจนเป็นกองก็กำลังส่องแสงเช่นกัน น่าเกลียดจนเลียนแบบไม่ได้!
ครั้งนี้ปรมาจารย์ขั้นเก้าสองคนแทบจะมีการเปลี่ยนแปลงทางสีหน้า หากมองอย่างละเอียดจะรู้ว่าเป็นการพยายามกลั้นหัวเราะ
สะพานแห่งฟ้าดิน เมื่อถึงขั้นสี่สูงสุด ปกติจะสามารถปล่อยออกมาข้างนอกได้ แน่นอนว่าเวลานั้นจะเป็นสะพานห้าแห่ง ไม่มีอะไรแตกต่าง
ขั้นห้า อันที่จริงเป็นแค่การหลอมรวมเท่านั้น
แต่ฟางผิง…เขาก็หลอมรวมแล้ว ประเด็นอยู่ที่เจ้าเด็กนี่หลอมรวมยังไงกัน?
สะพานห้าแห่ง ถูกเขาบีบจนเป็นก้อนแล้ว?
อู๋ชวนถูขมับเบาๆ พยายามปกปิดกิริยาที่ไม่เหมาะสมอยู่บ้างของตัวเอง
จ้าวซิ่งอู่กลับสนใจเป็นพิเศษ เข้าไปตรวจสอบอยู่พักหนึ่ง จุปากว่า “รองรับพลังงานได้ค่อนข้างแข็งแกร่ง น่าสนใจ หรือบีบจนกลายเป็นแบบนี้เลยสามารถเพิ่มขีดจำกัดการรองรับของพลังงานได้?”
ฟางผิงเอ่ยด้วยใบหน้าจริงจัง “ใช่แล้ว ผมค้นพบคุณสมบัตินี้แหละถึงเลือกหลอมรวมแบบนี้ ตอนนี้ปราณผมใกล้สี่พันแคลแล้ว เทียบได้กับยอดฝีมือขั้นห้าสูงสุด ถึงกระทั่งพลังจิตใจและปราณรวมเป็นหนึ่งได้แล้วก็เพราะเกี่ยวข้องกับความแข็งแกร่งของสะพานฟ้าดินด้วยเหมือนกัน เส้นทางของคนรุ่นก่อน เหมาะกับคนทั่วไป ไม่เหมาะกับอัจฉริยะอย่างพวกเรา ในยุคสมัยนี้มีแค่ผมเท่านั้นที่สามารถทำได้”
หลี่หานซงเอ่ยอย่างตกใจ “สามารถเพิ่มขีดกำจัดการรองรับของพลังงานได้จริงๆ เหรอ?”
“แน่อยู่แล้ว!”
“แต่ว่า…”
“ไม่เชื่อ นายก็ลองเปรียบเทียบกับฉัน สะพานฟ้าดินของพวกเรา พลังงานของใครสมบูรณ์มากกว่ากัน? นายทะลวงด่านเร็วกว่าฉัน ความแข็งแกร่งสูงเท่าฉันหรือเปล่า? ตอนนี้พวกเราปะทะกัน อย่ามองว่านายมีหัวเหล็กเลย ฉันเอาชนะนายได้สบายๆ นายเชื่อหรือเปล่า?”
หลี่หานซงเชื่ออยู่บ้าง ก้อนน่าเกลียดของฟางผิงเหมือนจะมีพลังงานอุดมสมบูรณ์มากกว่าเขาจริงๆ
ฟางผิงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “สามารถลองดูได้ นายต้องลองบีบสะพานฟ้าดินของตัวเองให้กลายเป็นเหมือนแผ่นแป้งซะก่อน…”
“บีบอัดเข้าเหรอ?”
หลี่หานซงจ้องมองสะพานฟ้าดินข้างหน้าของตัวเอง ตาเฒ่าหลี่เห็นเขาเหมือนจะเชื่ออยู่บ้าง กระทั่งฉินเฟิ่งชิงยังเผยสีหน้ากระตือรือร้น ชั่วพริบตานั้นก็หมดคำจะพูดทันที!
ปัญญาอ่อนหรือไง?
ไม่เต็มกัน?
คำพูดของฟางผิงพวกเธอก็คิดเป็นจริงเป็นจัง?
หากเลียนแบบเขา สะพานฟ้าดินคงต้องพังทลายอย่างแน่นอน!
ตาเฒ่าหลี่ตำหนิออกไปทันที “อย่าทำอะไรมั่วซั่ว มันเป็นเพราะเรื่องไม่คาดฝันของเขา เวลานั้นดูดกลืนน้ำแร่พลังงานมากเกินไป หลังจากพลังงานเกินพิกัด พังทลายและซ่อมแซมอย่างไม่หยุดหย่อน สุดท้ายจึงกลายเป็นสะพานฟ้าดินที่มีรูปร่างแบบนี้”
ฟางผิงเอ่ยอย่างจริงจังว่า “พวกนายก็ทำได้ เชื่อฉัน ไม่งั้นในระดับเดียวกัน พวกนายต้องอ่อนแอกว่าฉันแน่ อ่อนแอโดยธรรมชาติ ฉันสามารถออกกระบวนท่าสามพันแคลอย่างไร้แรงกดดันได้ พวกนายออกกระบวนท่าสองพันแคล สะพานฟ้าดินก็อาจจะสั่นคลอนแล้ว ไม่มั่นคงพอ ยังต้องเสียเวลาจำนวนมากทำให้เสถียรอีก”
การกลายพันธุ์ส่วนบุคคลจะนับเป็นเรื่องอะไร การกลายพันธุ์ที่อาจจะเป็นสากลแบบนี้ถึงจะเป็นเรื่องที่ควรค่าให้ความสำคัญ
จ้าวซิ่งอู่เอ่ยอย่างครุ่นคิด “สามารถลองดูได้ แต่นายก็รู้ว่าน้ำแร่พลังงานคืออะไร นี่ยังแตกต่างจากหินพลังงานอยู่”
“สามารถให้แผนกวิจัยพัฒนาต่อได้ ไม่ไหวจริงๆ ก็ขโมยมา อาจไม่ต้องเข้าไปในเมืองเสมอไป ป่าข้างนอกก็มีพืชปีศาจขั้นเก้าเหมือนกัน ฆ่าสักสองสามตัว ช่วงชิงมา บางทีอาจจะทดลองผลออกมาได้”
“ฉันคิดว่าให้ฟางผิงลองดูก่อนดีกว่า สามารถแข็งแกร่งขึ้นจริงๆ หรือเปล่า มีผลกระทบต่อการทะลวงในอนาคตหรือไม่ ต้องลองดูอีกที…”
“มีเหตุผล!”
“…”
ตาเฒ่าหลี่นิ่งค้างไปแล้ว ระหว่างที่ฟางผิงอธิบายให้คนพวกนั้นฟังก็มองมาทางเขา เผยรอยยิ้มอย่างดูแคลน ผู้เฒ่าหลี่ คิดจะวางแผนกับผม ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น!
จัดการได้อย่างสบายๆ!
ตาเฒ่าหลี่แทบอยากจะคุกเข่ากับพื้นวาดวงกลม ทำไมกัน!
พวกนายไม่เห็นสะพานฟ้าดินที่น่าเกลียดนั่นของเขาหรือไง?
บีบอัดเป็นก้อนๆ!
“คนสมัยนี้หลอกง่ายจริงๆ!”
ไม่มีใครเข้าใจฟางผิงดีเท่าเขาแล้ว การกลายพันธุ์นี้ ไม่ใช่ว่าใครก็สามารถทำได้
แม้คนอื่นๆ จะลองดู ก็มีโอกาสล้มเหลวสูง
พวกอู๋ชวน เกรงว่าจะต้องสิ้นเปลืองน้ำแร่พลังงานไม่น้อยแล้ว
แน่นอนว่าอาจไม่ล้มเหลวเสมอไป แต่ตาเฒ่าหลี่คิดว่าโอกาสล้มเหลวมีสูงมากกว่า
ตอนนี้ฟางผิงยังคุยโอ้อวดอย่างไร้ยางอายต่อ “เส้นทางผู้ฝึกยุทธ์ไม่ได้บอกว่าต้องเดินตามเส้นทางของคนรุ่นก่อนเท่านั้นถึงจะถูกต้อง แน่นอนว่าผมไม่ได้มีความคิดจะต่อต้าน ผมแค่อยากบอกว่าในเส้นทางนี้ พวกเราสามารถเดินไปไกลได้กว่า!”
“ใช่ พวกเราสามารถสร้างวิธีต่อสู้ด้วยตัวเองได้ งั้นก็สร้างด้วยตัวเองกัน! ฝึกวิชา เดิมทีก็ไม่ใช่เรื่องที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว!” ฉินเฟิ่งชิงสนับสนุนอย่างยิ่ง ฉันก็ต้องการสะพานฟ้าดินแบบนี้เหมือนกัน เอาชนะระดับเดียวกัน!
ตาเฒ่าหลี่เหนื่อยใจ ช่างเถอะ คิดซะว่าฉันไม่ได้พูดละกัน ฉันมันโง่จริงๆ!
———————-

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน