ตอนที่ 472 ทะลวงขั้นหก (2)
………………..
เขาฝึกวิชาอย่างยากลำบาก จนถึงตอนนี้ยังหลอมอวัยวะภายในได้ไม่ถึงครึ่งหนึ่ง อยากเข้าสู่ขั้นห้าตอนกลาง ยังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง
แต่ฟางผิงล่ะ!
แค่ฟันดาบออกไปส่งๆ เท่านั้น ประตูซานเจียวก็ออกมาแล้ว!
ทั้งยังสามบานในครั้งเดียว!
“ขั้นหกแล้ว!”
“ตอนฉันขั้นสาม เขายังไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์เลย ฉันขั้นห้า เขาอยู่ขั้นหก…”
ฉินเฟิ่งชิงแทบจะอิจฉาตาร้อน ฉันอยากยืมไหล่ใครสักคน ให้ฉันซบร้องไห้สักสามวันสามคืน น่าเศร้าเกินไปแล้ว เศร้าจนเขาไม่อยากฝึกวิชาต่ออยู่บ้าง
ครู่ต่อมาฉินเฟิ่งชิงก็หมุนตัววิ่ง
เขาเห็นฟางผิงมองเขาอยู่!
เจ้ามารร้ายนั่นมองเขา!
จะมาอวดกับตัวเองสินะ!
ฉวยโอกาสที่ประตูซานเจียวเขายังไม่หลอมรวมกัน วิ่งก่อนแล้วค่อยว่ากัน หากไม่วิ่งอีก เดี๋ยวต้องถูกทำร้ายจิตใจอย่างบ้าคลั่งแน่ เขารับความน้อยเนื้อต่ำใจนี้ไม่ไหว
—
“ฉินเฟิ่งชิงไม่เป็นไรสินะ?”
ฟางผิงใช้หางตากวาดมองฉินเฟิ่งชิงไปแวบหนึ่ง เจ้าหมอนั่นวิ่งเร็วขนาดนั้นทำไมกัน ทำเงินหาย?
ไม่มีเวลาให้สนใจฉินเฟิ่งชิงแล้ว!
ตอนนี้ประตูบานสุดท้ายถูกเบียดออกมาแล้ว
เปรี้ยง!
ฟางผิงสัมผัสได้ถึงพลังงานที่มาจากข้างในประตูเช่นกัน
พลังงานสายนี้กำลังถ่ายทอดให้เขา!
ประตูสามบานที่เปิดอ้ามีพลังงานพรั่งพรูออกมา เห็นได้ชัดว่าไม่ได้สร้างทางเดินพลังงานอะไรไว้ แต่ฟางผิงรับรู้ได้อย่างชัดเจน พลังงานมหาศาลพวกนี้กำลังถาโถมเข้ามาในร่างกายเขา เปลี่ยนแปลงพื้นฐานร่างกาย หลอมเส้นเอ็นกระดูกของเขา
พลังงานเช่นนี้ไม่ใช่พลังฟ้าดิน ทั้งไม่ใช่พลังจิตใจและพลังปราณด้วยเช่นกัน
เหมือนจะเป็น…พลังชีวิตมากกว่า
ไม่สิ พลังที่คล้ายกับแสงอาทิตย์
เขาราวกับเป็นหญ้าอ่อนต้นหนึ่ง กำลังดูดกลืนพลังงานพวกนี้ไม่หยุดหย่อน กึ่งร่างทองกำลังบีบตัวอยู่ตลอด โปร่งใสขึ้นยิ่งกว่าเดิม
กระดูกทองกำลังดูดซับพลังงานที่ไม่รู้มาจากที่ใดเหมือนกัน แสงสีทองสว่างเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม
พลังจิตใจถูกหลอมครั้งแล้วครั้งเล่า กลอกกลิ้งอยู่ตลอดเวลา
ความรู้สึกเช่นนี้ทำให้ฟางผิงล่องลอยราวกับเทพเซียน แทบจะลืมไปแล้วว่าตัวเองอยู่ที่ไหน
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ จู่ๆ ร่างของฟางผิงก็สั่นสะท้าน ถูกดึงออกมาจากความรู้สึกนั้น
ครู่ต่อมา ฟางผิงกลับรู้สึกยากจะรับได้อย่างยิ่ง
ทั่วร่างมีลมรั่วออกไป!
ไม่ใช่ลมรั่ว ประตูซานเจียว…เหมือนจะมีการรั่วไหลพลังงานออกไป
เมื่อก่อนฟางผิงแทบไม่มีความสัมผัสไวต่อการสูญเสียปราณและพลังจิตใจ ถึงกระทั่งไม่รู้สึกเลย
แต่เสี้ยวพริบตานี้ฟางผิงรับรู้แล้ว
ประตูสามบานกำลังปล่อยพลังงานบางส่วนออกไปข้างนอก
ประตูบานแรกปลดปล่อยพลังปราณ
ประตูบานที่สองปลดปล่อยพลังจิตใจ
ประตูบานที่สาม…ปลดปล่อยพลังชีวิต!
ขั้นหกสูงสุด หรือเป็นอมตะได้?
ประตูบานนี้ปิดผนึกแล้ว พลังชีวิตไม่หลั่งไหลอีก ไม่หลั่งไหลอีกไม่ใช่อมตะแล้วจะยังไงอีก?
“ผู้ฝึกยุทธ์ไม่ต้องการความอมตะ!”
ครู่ต่อมา เสียงตะโกนเยียบเย็นก็ดังขึ้น!
ผู้ที่พูดไม่ใช่หลู่เฟิ่งโหรว แต่เป็นถังเฟิง
ถังเฟิงทะยานในอากาศ เอ่ยเสียงดังว่า “ขั้นหกสูงสุดไม่อาจเป็นอมตะ ผู้ฝึกยุทธ์อย่างพวกเราไม่ต้องการความอมตะ! ความอมตะมีแต่จะทำให้เธอขี้ขลาดตาขาว ตอนที่ควรตาย ปิดผนึกหรือไม่ปิด มีอะไรแตกต่างกัน!”
ฟางผิงเผยสีหน้าหมดคำพูด ผมแค่พูดไปเท่านั้น หัวสิงโตกลับโมโหขึ้นมาซะงั้น
ฉันฝึกวิชามาถึงขั้นนี้แล้ว แค่ทำความเข้าใจช่วงเวลาชีวิตของผู้ฝึกยุทธ์เท่านั้น หัวสิงโตกลับระเบิดอารมณ์ ถึงขั้นเจ็ดก็เริ่มเหิมเกริมซะแล้ว
ตอนนี้ฟางผิงสงสัยอย่างหนักแล้วว่า ก่อนหน้านี้หัวสิงโตแกล้งสนับสนุนตัวเองเพราะทำเป็นอ่อนแอหรือเปล่า รอทะลวงขั้นเจ็ดแล้วค่อยมาจัดการตัวเองอีกที
มีความเป็นไปได้สูง!
คนเลือดเย็น!
ไม่มีเวลาสนใจเขาอีก ฟางผิงไม่ได้เป็นทำให้ประตูซานเจียวกลับเข้าไป แบกประตูซานเจียวอย่างโอ้อวดพลางมองตัวเลขข้างหน้า
ทรัพย์สิน : 92,400,000,000 (เปลี่ยนแปลง)
ปราณ : 4500 แคล (6999 แคล)
จิตใจ : 250 เฮิรตซ์ (929 เฮิรตซ์)
หลอมกระดูก : 117 ชิ้น (100%) , 29 ชิ้น (90%)
ช่องเก็บของ : 32 ลูกบาศก์เมตร (+)
ม่านพลังงาน : ค่าทรัพย์สินหนึ่งหมื่นต่อนาที
“แข็งแกร่งขนาดนี้เลย?”
ฟางผิงม่านตาหดเกร็ง พลังงานเมื่อครู่ตกลงเป็นพลังงานอะไรกันแน่?
จู่ๆ ฟางผิงก็ชกหมัดออกไป!
เปรี้ยง!
เกิดเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว ชายฝั่งพังถล่มลงมาในชั่วพริบตา!
ถังเฟิงเห็นแบบนั้นก็ตะโกนว่า “ห้าสิบล้าน!”
หลู่เฟิ่งโหรวมองไปทางฟางผิง เหนื่อยใจอยู่บ้างเช่นกัน คร้านจะพูดอะไรแล้ว ทะยานอากาศจากไป
คนที่อยู่รอบๆ เริ่มพูดคุยกันจ้าละหวั่น
ฟางผิงอายุยี่สิบปีทะลวงขั้นหกแล้ว!
ปี 2008 เดือนเมษายน ฟางผิงเพิ่งสัมผัสกับเส้นทางผู้ฝึกยุทธ์
เวลาไม่ถึงสองปี ฟางผิงกลับประสบความสำเร็จในสิ่งที่หลายคนไม่อาจทำได้ชั่วชีวิต
มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ รวมถึงมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้ทั้งหมด บางทีอาจจะมีการบันทึกปรมาจารย์คนแรกที่ทะลวงด่านก่อนเรียนจบในประวัติศาสตร์ นี่เป็นคนแรกที่ไม่เคยมีมาก่อน
ปรมาจารย์ นั่นเป็นคนละเรื่องอย่างสิ้นเชิง
บางทีฟางผิงอาจจะทำลายสถิติปรมาจารย์อายุน้อยที่สุดก็ได้!
ส่วนฟางผิง หลังจากโอ้อวดพักหนึ่งแล้วก็เอ่ยเสียงดังว่า “วันนี้ฉันทะลวงขั้นหก สุขคนเดียวไม่เท่าสุขร่วมกันทุกคน นักศึกษาทั้งหมดไปรับหินฝึกวิชาได้ฟรีคนละหนึ่งกรัม!”
“ประธานยิ่งใหญ่เกรียงไกร!”
เสียงประจบดังขึ้นทันที
ช่วงเวลาสั้นๆ นี้มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้มีเรื่องดีมากเกินไป พวกนักศึกษาหลายคนแทบจะยิ้มไม่หุบแล้ว
แค่เสียดายอยู่บ้าง หลายวันก่อนที่คณบดีถังทะลวงด่าน ประธานไม่ได้ให้ทุกคนร่วมเฉลิมฉลอง น่าเสียดายเกินไปแล้ว
ไม่ไกลนั้น อู๋ขุยซานคร้านจะพูดอะไร
เจ้าเด็กนี้อาศัยที่คะแนนตัวเองเยอะสินะ?
เป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ดูสิว่าเธอยังจะเหลือคะแนนเท่าไหร่!
แต่สามารถเข้าใจความหมายของฟางผิงได้ อาศัยโอกาสส่งผลประโยชน์ให้พวกนักศึกษา ก็ต้องดูแล้วว่านักศึกษาพวกนี้จะคว้าโอกาสตามทันอัจฉริยะพวกนี้ได้หรือเปล่า
อู๋ขุยซานกวาดสายตามองรอบๆ ถอนหายใจเล็กน้อย เกรงว่าคงไม่มีหวัง
ไม่พูดถึงนักศึกษา กระทั่งพวกอาจารย์ส่วนมากยังถูกล้ำหน้าเลย
ฟางผิงที่อยู่ขั้นหก ฟันดาบเมื่อครู่ออกมา หากตอนนี้เผชิญหน้ากับลัทธินอกรีตขั้นหกสูงสุดคนนั้น ไม่พึ่งพลังฟ้าดิน สองคนใครแพ้ชนะก็พูดยากเหมือนกัน
อีกอย่าง…อู๋ขุยซานกวาดสายตามองประตูซานเจียวของฟางผิง จนถึงตอนนี้ฟางผิงยังไม่เก็บกลับไป
เขาสามารถรับรู้ถึงการหลั่งไหลของพลังงาน…ประเด็นอยู่ที่เขาพบปัญหาสำคัญอย่างหนึ่ง!
ฟางผิงยังประคองพลังต่อสู้ได้อย่างเต็มเปี่ยม!
ใช่แล้ว ปราณของฟางผิงอัดแน่นอย่างเต็มเปี่ยม เขาดูเหมือนไม่สนใจพลังงานที่หลั่งไหลออกไป
“ใช่สิ เจ้าเด็กนี้เดิมทีก็ทำแบบนี้ได้อยู่แล้ว!”
อู๋ขุยซานนึกมาถึงตรงนี้ จู่ๆ ก็เห็นใจคู่ต่อสู้หลังจากนี้ของฟางผิงอยู่บ้าง
พวกนายคิดว่าเขาไม่อาจทุ่มสุดกำลัง เจ้าเด็กนี้กลับอยู่ในสภาวะพร้อมทุ่มสุดกำลัง นี่ก็น่ากลัวแล้ว
อู๋ขุยซานตระหนักได้ ฟางผิงก็ตระหนักได้เช่นกัน
ฟางผิงไม่ได้สนใจนัก พลังงานหลั่งไหลเล็กน้อยเท่านั้น เดิมทีเขาแทบไม่ได้ใช้พลังงานภายในประตูซานเจียวเลย ปราณและพลังจิตใจหลั่งไหลออกไป ตัวเองเติมเต็มหน่อยก็จบแล้ว
——————–
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน