ตอนที่ 507 นายไม่รู้จักฉัน ฉันไม่รู้จักนาย (3)
………………..
เมืองโบราณที่กว้างใหญ่ ตอนนี้เหมือนไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิต ราวกับคนทั้งหมดได้ตายไปแล้ว เงียบวังเวงจนน่าตกใจ
ฟางผิงไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว บางทีอาจจะแค่ไม่กี่วินาที หรือบางทีอาจจะผ่านไปนานแสนนานแล้ว…
ในระหว่างที่สติของเขากำลังจะดับสูญไป เบื้องหน้าก็ปรากฏแสงสว่างขึ้นมา
ฟางผิงที่อยู่ในกองเศษก้อนหินลืมตาขึ้น
ข้างหน้านั้นเป็นดวงอาทิตย์พลังงานขนาดใหญ่
ราตรีล่วงผ่านไปแล้ว
เวลานี้สิ่งเดียวที่ฟางผิงสงสัยคือราตรีของเมื่อคืนผ่านไปหรือว่าผ่านไปไม่รู้ตั้งกี่คืนแล้ว?
สงครามใหญ่ก่อนหน้านี้เกิดขึ้นในตอนกลางคืน
แต่ตอนนี้ฟ้ากลับสว่างแล้ว
ฟางผิงกลอกกลิ้งดวงตาไปมา หางตานั้นเห็นหวังจินหยางถูกกลบฝังอยู่ด้านข้างในสภาพเดียวกัน
ราวกับ…ไม่มีลมหายใจแล้ว
ตายแล้วงั้นเหรอ?
จู่ๆ ฟางผิงก็ปรากฏความคิดนี้ขึ้นมา!
ครั้งนี้สุดท้ายแล้วยังคงเดิมพันล้มเหลว?
ฟางผิงนึกไม่ถึงเหมือนกัน ท้ายที่สุดจะเกิดฉากราวกับวันสิ้นโลกนั้นขึ้น!
ขั้นเก้ายังมีชีวิตรอดงั้นเหรอ?
ขั้นเจ็ดขั้นแปดคนอื่นๆ ยังมีชีวิต?
การระเบิดครั้งนี้ครอบคลุมอาณาเขตเป็นวงกว้าง
เขาไม่รู้ว่าพวกจางชิงหนานถูกพาไปที่ไหน ถ้าอยู่ใกล้ๆ ที่นี่ จากความสามารถของคนพวกนี้ เกรงว่าคงจะตายไปแล้วสินะ?
เนื้อหนังปริแตกจนแทบไม่เหลืออยู่เลย
ตอนที่ควันหลงพลังจิตใจเสมือนจริงโจมตีมา ฟางผิงแทบจะพยายามต้านไว้ทั้งหมด พลังจิตใจที่แข็งแกร่งกดดันจนเนื้อหนังเขาปริแตก หัวถูกระเบิด
เวลานี้ฟางผิงค่อยมีภาพจำเลือนรางขึ้นมาแล้ว
เวลานั้นเนื้อหนังของเขาก็ระเบิดไปแล้ว
รุนแรงยิ่งกว่าครั้งก่อนซะอีก!
“เหล่าหวัง…”
เสียงนี้ ฟางผิงไม่ได้ตะโกนออกมา เขาค้นพบว่าตัวเองแทบจะส่งเสียงออกมาไม่ได้
ไม่เคยมีครั้งไหนที่เขาบาดเจ็บถึงขั้นนี้มาก่อน ราวกับรู้สึกไม่ได้ว่าตัวเองกำลังมีชีวิตอยู่
เห็นตัวเองตกอยู่ในสภาพแบบนี้ ฟางผิงเย้ยยันตัวเองอยู่บ้าง เขาไม่รู้จักประเมินกำลังตัวเอง กลับคิดจะเป็นนกขมิ้น[1]
เขาคิดว่าขั้นเก้าพวกนี้จะเดินตามแผนที่เขาวางไว้
ขั้นเก้าพวกนั้นออกห่างจากที่นี่แล้ว เขาคาดเดาว่าคนพวกนี้จะต่อสู้จนหมดเรี่ยวแรง บางทีอาจจะตายไปคนสองคน จากนั้นเขาก็จะได้แสดงฝีมือตัวเอง คว้าผลประโยชน์เป็นคนสุดท้าย
แต่ฟางผิงนึกไม่ถึงว่าแค่ควันหลงอันน้อยนิดก็ทำให้เขาเกือบตายได้แล้ว
“ชาวประมง[2]ที่ไร้ความสามารถ…”
ฟางผิงลอบแดกดันตัวเองในใจ พลิกตัวอย่างยากลำบาก ใช้แขนที่เหลือแต่กระดูกผลักหวังจินหยางที่ทั่วตัวคลุ้งไปด้วยคาวเลือด
ตายจริงๆ แล้วงั้นเหรอ?
ฟางผิงผลักหวังจินหยางพลางฟื้นฟูปราณขึ้นมา แม้ว่าจะฟื้นฟูพลังจิตใจแล้ว เวลานี้ฟางผิงยังคงปวดหัวแทบระเบิด ความจำนั้นยังเลือนรางขมุกขมัวอยู่บ้าง
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว จู่ๆ แขนโครงกระดูกของฟางผิง ก็รับรู้ได้ถึงการสั่นสะเทือนเล็กน้อย
ฟางผิงไหววูบในใจ พยายามดึงสติกลับมา ผลักหวังจินหยางต่อ
ฟางผิงฟื้นฟูปราณขึ้นมาแล้ว เวลานี้จึงค่อยส่งเสียงออกมาได้ “ยังไม่ตาย?”
“ใกล้…แล้ว…”
ฟางผิงไม่พูดอีก เริ่มใช้พลังปราณซ่อมแซมร่างกาย ไม่ตายก็ดีแล้ว ผู้ฝึกยุทธ์ไม่ถึงกับตาย มีลมหายใจรวยริน นั่นก็พอมีความหวังแล้ว
กลัวก็แต่ว่าตายแล้วจะตายไปเลย นั่นคงจบเห่จริงๆ แล้ว
ไม่นานพลังปราณก็สิ้นเปลืองไปอย่างรวดเร็ว
กระดูกทองที่หม่นแสงเริ่มฟื้นฟูความชุ่มชื้นขึ้นมา
อวัยวะภายในที่พังเสียหาย กำลังหลอมรวมเข้าด้วยกัน
เนื้อหนังกลับไม่สามารถงอกเงยได้อีกครั้งจริงๆ
ด้านข้างนั้นบนร่างของหวังจินหยางปรากฏแสงสีทองขึ้นมาอย่างเลือนรางเช่นกัน ฟางผิงอยากจะขอใช้สักหน่อย แต่พอเห็นสภาพของเหล่าหวังที่ไร้เรี่ยวแรง หัวใจเต้นเป็นพักๆ แบบนั้นจึงไม่กล้าเข้าไปอีก
ไม่ไกลนั้น ฟางผิงโผล่หัวที่ถูกทำลายไปกว่าครึ่งใหญ่ของตัวเองออกมา จ้องมองอยู่สักพัก ก่อนจะสะบัดหัวเล็กน้อย คนพวกนี้มีพลังเยอะกันจริงๆ บาดเจ็บจนถึงขั้นนี้แล้วยังจะสู้กันอีก!
หยางเต้าหงมือและเท้าหายไปข้างหนึ่งแทบจะลอยไม่ขึ้นอยู่แล้ว ชกหมัดเตะเท้าข้างเดียวไปหาราชาเฉียงเวยอย่างบ้าคลั่ง
เถี่ยมู่น่าอนาถยิ่งกว่า หัวกว่าครึ่งหนึ่งแทบไม่เหลือแล้ว เหลือแค่ด้านเดียว มือหายไปข้างหนึ่งเหมือนกัน กำลังเตะราชาเฉียงเวยอยู่
แต่เขาฝืนทะลวงเข้ามาในขอบเขตการโจมตีของผนึก พลังจิตใจแทบจะถูกบดขยี้จนไม่เหลือ เวลานี้ใบหน้าซีดราวกับกระดาษ กลับยังคงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง จู่โจมทั้งสองคน
เขาน่าอนาถ เจ้าสองคนนี้น่าอนาถยิ่งกว่า!
ยอดฝีมือขั้นเก้าสามคน เวลานี้สู้กันราวกับนักเลงข้างถนน ชกหมัดถีบเท้า อาวุธแทบไม่ต้องใช้
พลังจิตใจหมดเกลี้ยง เวลานี้อาวุธวิเศษแทบไม่รู้ถูกระเบิดไปอยู่ไหนแล้ว ไม่มีพลังจิตใจ อาวุธวิเศษก็เป็นแค่อาวุธที่คมกว่าอาวุธทั่วไปอยู่บ้างเท่านั้น ยังไม่สู้ชกให้รู้เป็นรู้ตายกับอีกฝ่ายดีกว่า
สามคนนี้ต่อสู้กันอย่างดุเดือด ฟางผิงไม่ได้มองอยู่ตลอด หันไปมองแค่แวบเดียว ตอนนี้นึกไม่ถึงว่าจะมีโครงกระดูกสีทองอร่ามหลายร่างยืนขึ้นมาเหมือนกัน
ยอดฝีมือขั้นแปดไม่ได้ตายหมดจริงๆ ด้วย
แต่สี่คนก่อนหน้านี้ เหลือแค่สองคน อีกสองคนที่เหลือไม่รู้ว่าตายไปแล้วหรือยังไม่ฟื้นฟู
โครงกระดูกสีทองสองคนนี้ ช่วงเวลาสั้นๆ นั้นฟางผิงไม่รู้ว่าใครเป็นคนของเมืองเจิ้นซิง ใครเป็นคนของเขตหวงห้าม
ทุกคนต่างพลังงานหมดเกลี้ยง ปราณไม่เหลือ พลังจิตใจว่างเปล่า…
ไม่มีกลิ่นอายแยกแยะเอกลักษณ์พวกนี้ มีแค่กระดูกทอง ยังคงมองออกยากจริงๆ
ประเด็นสำคัญอยู่ที่เสื้อผ้าถูกทำลายไปนานแล้ว ฟางผิงก็ไม่ได้คุ้นเคยกับพวกเขาเท่าไหร่ จะแยกออกได้ยังไงว่าใครเป็นใคร
ฟางผิงจำใครไม่ได้ โครงกระดูกสีทองทั้งสองเหมือนจะสับสนอยู่บ้างเหมือนกัน อยู่ตรงข้ามกันไม่กี่สิบเมตร ช่วงเวลาสั้นๆ นั้นกลับไม่มีการเคลื่อนไหวอะไร
หลังจากนั้นโครงกระดูกทั้งสองก็มองมาทางฟางผิง
ตอนนี้แม้ว่าฟางผิงจะปิดบังกลิ่นอายไว้ แต่โครงกระดูกยังคงสีทองอร่ามเช่นเดียวกัน ทั้งยังเจิดจ้าอย่างยิ่ง
นี่คือใครกัน?
โครงกระดูกทั้งสาม สองร่างในนั้นนายมองฉัน ฉันมองนาย…ฟางผิงก็ไม่ขยับเขยื้อน เขาอยากดูว่าตกลงเจ้าสองคนนี้จะมองออกหรือเปล่าว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่
ฉันเหลือแค่โครงกระดูก มีอย่างเดียวที่ปกป้องได้ดีหน่อยก็คือหัว แต่ก็เละไม่เป็นชิ้นดีเท่าไหร่ ทั้งยังไม่มีกลิ่นอาย พวกนายจะยืนยันได้หรือเปล่าว่าฉันยังมีชีวิตอยู่?
—————-
[1]นกขมิ้น มาจากสำนวนจีน ตั๊กแตนจับจั๊กจั่น นกขมิ้นอยู่ข้างหลัง เปรียบเปรยถึงนกขมิ้นที่คิดวางแผนเอาผลประโยชน์จากผู้อื่น กลับไม่รู้ว่าคนอื่นก็คิดวางแผนกับตัวเองเหมือนกัน
[2]ชาวประมง มาจากสำนวนนกกระยางทะเลาะกับหอยกาบ ชาวประมงพลอยได้รับผลประโยชน์ เปรียบเปรยถึงทั้งสองฝ่ายต่างต่อสู้แย่งชิงผลประโยชน์อย่างไม่ยอมกัน สุดท้ายจึงเปิดโอกาสให้บุคคลที่สามคว้าผลประโยชน์ไป
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน