ตอนที่ 509 ผิดถูกแพ้ชนะวนเวียนว่างเปล่า (1)
………………..
การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป
ขั้นเก้าสองคนเดิมพันด้วยชีวิตจริงๆ แล้ว ถึงกระทั่งเริ่มปล่อยสสารไม่แตกดับ พยายามฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ
ส่วนฟางผิง…เห็นขั้นแปดคนนี้เหมือนไม่กล้าลงมือหนักเท่าไหร่ งั้นก็ระเบิดพลังเต็มที่ละกัน
ถึงจะไม่ได้ใช้พลังปราณ แต่ปะทะด้วยโครงกระดูก แม้ฟางผิงจะสู้ขั้นแปดที่แท้จริงไม่ได้ ความแตกต่างกลับไม่เยอะเท่าไหร่
อีกฝ่ายต่อสู้อยู่พักใหญ่ พะวงหน้าพะวงหลังอยู่ตลอด ภายใต้การโจมตีอย่างบ้าคลั่งของฟางผิง กลับต่อสู้อย่างมีสีสันไม่น้อย
สองคนนี้…ให้ความรู้สึกเหมือนคนอู้งานอยู่บ้าง
การต่อสู้เช่นนี้ ดำเนินอย่างต่อเนื่องอยู่นาน
นานจนหยางเต้าหงและเถี่ยมู่แทบจะสู้กันจนกลายเป็นโครงกระดูกแล้ว
ต่อสู้มาจนถึงเวลานี้ ทั้งสองคนยังคงสูสีกัน ฟางผิงหมดคำจะพูดอยู่บ้าง ตอนแรกที่หยางเต้าหงเข้ามาดูเหิมเกริมอวดดีไม่น้อย เตรียมมาสู้หนึ่งต่อสามด้วยซ้ำ ผลปรากฏว่าสู้กับเถี่ยมู่คนเดียวยังมีสภาพเป็นแบบนี้แล้ว?
ฟางผิงไม่รู้ว่าเรื่องที่หยางเต้าหงมั่นใจว่าสู้หนึ่งต่อสามได้เกี่ยวข้องกับตัวอักษร ‘สยบ’ นั้นหรือเปล่า
ต่างกับจิตไม่แตกดับของราชาซง จิตไม่แตกดับของราชาซงปรากฏ นั่นต้องถูกโจมตีอย่างแน่นอน
แต่ตัวอักษร ‘สยบ’ ของเขา อันที่จริงถ้าไม่ใช่ว่าถูกราชาซงสร้างความลำบากให้ แม้จะปรากฏในเขตผนึก ขอแค่ระวังหน่อย ก็ไม่อาจถูกโจมตีเช่นกัน
นี่ถึงจะเป็นท่าไม้ตายของหยางเต้าหง!
นั่นเป็นสิ่งที่ผู้อาวุโสขั้นสุดยอดของเมืองเจิ้นซงทำออกมา แข็งแกร่งกว่าของเขาอย่างมาก ปลดปล่อยอานุภาพเล็กน้อยก็เพียงพอให้สยบขั้นเก้าแล้ว
แน่นอนว่านี่เตรียมไว้ใช้สำหรับหลังจากเข้าสู่พื้นที่เขตแดนไปแล้ว ประเด็นยังคงเพื่อร่างของขั้นสุดยอด
ใครจะรู้ว่าท้ายที่สุดกลับถูกหลอกให้ใช้ก่อน
ไม่มีสิ่งนี้ หยางเต้าหงก็ไม่ได้แข็งแกร่งกว่าเถี่ยมู่เท่าไหร่ หกสิบปีนี้ทั้งสองคนประมือกันกว่าร้อยครั้ง ไม่ได้ตัดสินเป็นตายก็เพียงพอให้พิสูจน์หลายอย่างแล้ว
ทั้งสองต่อสู้ถึงตอนสุดท้าย การเคลื่อนไหวก็ช้าลง อาการบาดเจ็บหนักขึ้นเรื่อยๆ แล้ว
ต่อสู้กันที่นี่ ไม่สามารถชดเชยการสิ้นเปลืองได้ ยิ่งสู้เท่าไหร่ยิ่งอ่อนแอลงเท่านั้น
และในเวลานี้…ทั้งสองคนต่างคิดไปทางเดียวกัน
ครู่ต่อมาทั้งสองคนก็โจมตีไปทางราชาเฉียงเวยที่นอนอยู่บนพื้นในเวลาเดียวกัน
ภายในร่างกายของราชาเฉียงเวยยังมีน้ำแร่ชีวิตอยู่ไม่น้อย ใช้หินพลังงานทดแทนไม่สามารถตามทันการสิ้นเปลืองของพวกเขา มีแค่น้ำแร่พลังงานเท่านั้นที่ทำได้
ก่อนหน้านี้อันที่จริงทั้งสองคนวางแผนรอแบ่งแพ้ชนะ ตัดสินเป็นตายแล้ว ค่อยไปแย่งชิงอีกที จากนั้นก็ฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ
แต่ตอนนี้สู้มาถึงขั้นนี้แล้ว ยังไม่สามารถตัดสินเป็นตายได้ งั้นใครช่วงชิงน้ำแร่ชีวิตได้ก่อน คนนั้นก็จะฟื้นฟูการสิ้นเปลือง เป็นฝ่ายชนะไป
ทั้งสองคนวนเวียนอยู่รอบๆ ราชาเฉียงเวย เริ่มเปิดฉากต่อสู้ชี้เป็นชี้ตายกันอีกครั้งแล้ว
ราชาเฉียงเวยที่อยู่บนพื้นถูกควันหลงของทั้งสองคน เลือดเนื้อปลิวว่อนเช่นกัน กลับยังคงไม่ได้สติ เห็นได้ชัดว่าการโจมตีของพลังจิตใจก่อนหน้านี้ สร้างผลกระทบกับเขาอย่างร้ายแรง
สู้กันไปสู้กันมา ฟางผิงเริ่มสัมผัสได้ว่าโครงกระดูกขั้นแปดที่อยู่ตรงหน้าอ่อนแรงอยู่บ้างแล้ว
ขอแค่สิ้นเปลือง ไม่มีการฟื้นฟู สภาวะโครงกระดูกไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนคิดจะอยู่ในสภาพนี้ นี่เป็นการแสดงให้เห็นถึงอาการบาดเจ็บที่รุนแรง สสารไม่แตกดับยังไม่เพียงพอให้ฟื้นฟูเลือดเนื้อด้วยซ้ำ ภายใต้การบาดเจ็บหนัก ยิ่งยืดเวลาออกไปนานเท่าไหร่ก็ยิ่งอ่อนแอลงเท่านั้น
ขั้นแปดฝั่งตรงข้ามอ่อนแอลง พวกหยางเต้าหงก็เช่นกัน
ฟางผิงเห็นฉากนี้ ในที่สุดก็โล่งใจขึ้นมา สภาพแบบนี้ หากตัวเองใช้พลังฟ้าดิน ระเบิดพลังจิตใจ เกรงว่าเจ้าพวกนี้จะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาแล้ว
ใช้หางตาเหลือบมองเถี่ยมู่แวบหนึ่ง เจ้าหมอนี้อีกเดี๋ยวจะตีให้ตาย
หยางเต้าหง…ทำได้ยากอยู่บ้าง
ตีให้ตาย นั่นผิดจริยธรรมไปหน่อยแล้ว ขั้นเก้าของมนุษยชาติไม่ได้มีเยอะ ถูกตัวเองตีตาย นั่นคงเป็นบาปมหันต์
แต่ตีไม่ตาย…ฟางผิงเสียวสันหลังวาบ กลับไปบนโลกแล้ว หยางเต้าหงต้องรู้ว่าตัวเองหลอกเขาแน่
เวลานั้นยังจะไม่บุกมาคิดบัญชีกับเขาถึงมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้เซี่ยงไฮ้หรือไง?
มหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้เซี่ยงไฮ้มีคนที่เป็นคู่ต่อสู้ของหยางเต้าหง?
เหล่าอู๋มีอาวุธวิเศษ เขาก็มีอาวุธวิเศษของขั้นเก้าอย่างแท้จริง ต้องเอาชนะไม่ได้แน่นอน ถึงเวลานั้นจะทำยังไงล่ะ?
ฟางผิงยังกำลังครุ่นคิดเรื่องพวกนี้ จู่ๆ ขั้นแปดตรงข้ามก็ระเบิดพลังขึ้นมา โจมตีฟางผิงจนตัวลอยออกไป
“เป็นไปได้ยังไง!”
เถี่ยมู่ไม่ยินยอมอย่างถึงที่สุด พึมพำว่า “ออกผล…แม้มันจะออกผลได้ ทำไมถึงมอบให้เจ้า…”
“ทำไมถึงจะไม่ได้ล่ะ? อยู่ด้วยกันทั้งเช้าเย็นมาสองร้อยปี ข้าให้สัญญาแล้ว รอกลายเป็นเหนือราชาจะช่วยนางกลายร่าง เป็นคู่รักแห่งสวรรค์…”
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา แม้ตอนนี้พวกหยางเต้าหงจะเผชิญหน้ากับอันตรายถึงชีวิต ก็ยังคงเผยสีหน้าแปลกประหลาดอย่างถึงที่สุด!
เถี่ยมู่ไม่ได้พูดอะไร หยางเต้าหงกลับเหน็บแนมว่า “คู่รักแห่งสวรรค์? พืชปีศาจ…แบ่งแยกเพศด้วยหรือไง? เจ้าเมืองเฉียงเวย…น่าขำอะไรอย่างนี้…ฮ่าๆๆ…นึกไม่ถึงว่านายกับพืชปีศาจ…ฮ่าๆๆ…เป็นเรื่องตลกของใต้หล้า!”
หยางเต้าหงหัวเราะแอ่นหน้าแอ่นหลัง แทบจะหายใจไม่ทัน
นี่แตกต่างอะไรกับมนุษย์แต่งสุนัขเป็นสะใภ้กัน!
ไม่สิ สุนัขยังแบ่งตัวผู้ตัวเมียได้ พืชปีศาจกระทั่งเพศยังไม่มี!
ประเด็นอยู่ที่ไม่ถึงขั้นสุดยอด พืชปีศาจก็คือพืชปีศาจ
แม้จะถึงขั้นสุดยอด สิ่งที่เรียกว่ากลายร่าง ไม่ใช่กลายร่างเป็นมนุษย์ แต่เป็นเหมือนจิตไม่แตกดับของราชาซงก่อนหน้านี้ มีใบหน้าคนปรากฏออกมาที่ลำต้นเท่านั้น หรือจะพูดว่าเป็นแค่ภาพมายา แต่สามารถอ้าปากพูดได้
ไม่ได้เหมือนตอนนี้ที่ใช้แค่พลังจิตใจสื่อสารกัน
แน่นอนว่าราชาซงไม่ใช่พืชปีศาจ ก่อนหน้านี้เป็นแค่การปรากฏพลังจิตใจของเขาเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นพืชปีศาจ
ราชาเฉียงเวยเผยแววตาเย็นเยียบ เอ่ยอย่างเรียบนิ่ง “ไม่เป็นไร ข้าไม่ถือสาที่จะเป็นเรื่องตลกของคนตายอยู่แล้ว!”
ข้างหลัง
ฟางผิงกลับไม่ได้หัวเราะ เพียงแค่ชำเลืองมองราชาเฉียงเวยแวบหนึ่ง ตัวร้ายตอนใกล้ตายจะพูดมาก นายแม่งพูดเยอะขนาดนี้ไม่กลัวว่าขั้นเก้าสองคนนี้จะระเบิดตัวเองฆ่านายหรือไง?
แต่ว่า…ฟางผิงปวดหัวอยู่บ้างเช่นกัน
ตอนนี้เจ้าหมอนี้มีชีวิตรอดอีกแล้ว!
——————
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน