เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน นิยาย บท 513

ตอนที่ 513 จากไป (2)

………………..

ในระหว่างที่เขาคิดเรื่องพวกนี้ จู่ๆ ฟางผิงก็กระแอมไอว่า “อันที่จริงกลิ่นอายที่ฉันเลียนแบบได้ มีแค่คนที่คุ้นเคยกับฉันเท่านั้น เวลานั้นฉันเอาต้นกำเนิดพลังชีวิตของพวกนายมาส่วนหนึ่ง…”

“ไสหัวไป!”

เหล่าหวังด่าออกไปตรงๆ!

แม่งเหอะ ยังคิดจะหลอกฉันอีก!

ฟางผิงเบ้ปากว่า “เชื่อไม่เชื่อก็แล้วแต่ ช่างเถอะ ไม่สนแล้ว ฉันจะลองผลักดู นายต้องออกแรงเหมือนกัน พวกเราช่วยกันผลักออกไป”

“ได้”

ทั้งสองคนไม่พูดมากอีก เริ่มรวบรวมพลังผลักประตูบานนั้นเปิดด้วยกัน

แต่ผลักอยู่พักหนึ่ง ถึงฟางผิงจะใช้พลังจิตใจแล้ว ยังคงไม่เกิดผลอะไร

ประตูไม่ขยับเขยื้อนสักนิด

รับรู้ถึงเรื่องพวกนี้ ฟางผิงส่ายหัวว่า “ไม่ไหว พลังงานแตกต่างกันค่อนข้างมาก บางทีหลังจากพลังจิตใจฉันปรากฏเป็นรูปธรรมอาจจะสามารถทำได้ แต่ก็ใกล้แล้ว พลังจิตใจฉันใกล้จะเป็นรูปธรรมแล้ว”

เวลานี้ทั้งสองคนไม่ฝึกวิชาอีก

ที่นี่ฝึกวิชาได้อย่างรวดเร็ว ทั้งพลังงานยังอุดมสมบูรณ์

แต่ตอนนี้เรื่องสำคัญที่ทั้งสองคนต้องทำก็คือปิดผนึกประตูซานเจียว สำหรับผู้ฝึกยุทธ์แต่ละขั้น อันที่จริงขั้นหกมีความต้องการพลังงานน้อยที่สุด

ขั้นเจ็ดต้องการพลังงานจำนวนมากหลอมกะโหลก ขั้นแปดต้องหลอมร่างทอง ขั้นเก้าตอนนี้ยังไม่ชัดเจน

ส่วนคนอื่นๆ พอถึงขั้นห้า บางคนก็หลอมกระดูก บางคนก็หลอมอวัยวะภายใน

มีแค่ขั้นหกที่ไม่มีความต้องการมากขนาดนั้น

แน่นอนว่าการฝึกวิชาในสถานการณ์ที่มีพลังงานเข้มข้นสูงแบบนี้ ยังคงมีประโยชน์ไม่น้อย ประเด็นอยู่ที่จะเร็วกว่าอยู่บ้าง

เทียบกับพลังงาน ฟางผิงยังคงสงสัยตำหนักเทพที่อยู่ภายในพื้นที่ระหว่างเขตแดนมากกว่า

นี่ตกลงเป็นสถานที่แบบไหนกันแน่?

ฟางผิงกำลังครุ่นคิดว่าจะลองเข้าไปดูสักหน่อยดีหรือเปล่า

ผลปรากฏว่าเขายังไม่ทันขยับ จู่ๆ เขตปราการก็สั่นสะเทือนขึ้นมา!

ครู่ต่อมาภายในเขตปราการ พลังงานก็เพิ่มขึ้นแข็งแกร่งจนถึงขีดสุด!

แม้ว่าจะไม่ทะลวงผ่านเขตปราการ พลังงานที่แข็งแกร่งอย่างถึงที่สุดนี้ยังคงสาดส่องออกมา

ฟางผิงถูกกดดันจนหอบหายใจอยู่บ้าง!

พืชปีศาจสัตว์ปีศาจที่อยู่ใกล้ๆ เขตปราการพวกนั้นยิ่งพากันคำรามอย่างหวาดหวั่น ทยอยหนีออกไปข้างนอก

ฟางผิงนิ่งไปพักหนึ่ง เอ่ยอย่างตกใจว่า “ข้างในมีคน?”

“ไม่…ไม่เหมือนพลังกดดันเท่าไหร่…”

หวังจินหยางชะงักไปครู่หนึ่งเช่นกัน ก่อนจะรีบอุ้มจางชิงหนานและผู้ฝึกยุทธ์อีกคนหนึ่งขึ้นมา เอ่ยอย่างตกใจว่า “ออกห่างจากที่นี่ก่อน!”

ฟางผิงคว้าโครงกระดูกทองสองร่างนั้นขึ้นมาเหมือนกัน กำลังคิดจะออกไป ระหว่างนั้นก็หันไปมองดูภายในเขตปราการ อยากเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น

เสี้ยวพริบตานั้นฟางผิงก็ตกตะลึงไป

ฟางผิงเตะหวังจินหยางไปทีหนึ่ง หันไปว่า “นั่นคืออะไร!”

หวังจินหยางได้ยินก็รีบหันหน้าไปมอง รอจนเห็นภายในเขตปราการ เหมือนจะมีเงาคนสองคนลอยมาทางนี้ก็ตกตะลึงเช่นกัน

มีคนอยู่ที่นั่นจริงๆ?

แต่ว่า…เหมือนจะไม่ได้ลอยออกมา ทำไมถึงมีความรู้สึกว่าถูกโยนออกมาเลย?

ทั้งหลังจากที่เงาสองคนนี้เข้าใกล้เขตปราการขึ้นเรื่อยๆ ทำไมถึงรู้สึกว่าคุ้นเคยยังไงไม่รู้?

ฟางผิงก็รู้สึกคุ้นๆ เหมือนกัน เวลานี้ฟางผิงอดตกใจไม่ได้ หยุดลงทันที หันไปมองอยู่พักหนึ่ง ก่อนใบหน้าจะแข็งทื่อ “หัวเหล็กกับฉินเฟิ่งชิง!”

หลี่หานซงถอนหายใจ เล่าอย่างคร่าวๆ พักหนึ่ง ท้ายที่สุดจึงเอ่ยว่า “จากนั้นฉันก็ลองดู ยังเบียดตัวเข้าไปได้จริงๆ! ผลปรากฏว่าเพิ่งเบียดเข้าไป ฉินเฟิ่งชิงไอ้เวรนี้ก็คว้าตัวฉันตามเข้าไปด้วย ยังไม่ทันไรก็ไม่รู้ว่าถูกอะไรคว้าตัวไว้ แล้ว…แล้วพวกเราก็ถูกโยนออกมา!”

หลี่หานซงถอนหายใจ “นี่ไม่ใช่บ้านฉัน เข้าประตูผิดแล้ว น่าจะไม่ต้อนรับพวกเรา”

“ข้างในมีคนอยู่?” ฟางผิงเอ่ยอย่างละล่ำละลัก

หลี่หานซงส่ายหัวว่า “ไม่รู้ ยังไงฉันเพิ่งเข้าไปก็ถูกโยนออกมาแล้ว”

ด้านข้างฉินเฟิ่งชิงต่อบทสนทนาว่า “เหมือนจะไม่ใช่คน…เหมือนจะ…เหมือนจะเป็น…”

ฉินเฟิ่งชิงไม่รู้ว่าควรจะอธิบายยังไง ผ่านไปสักพักจึงเอ่ยว่า “พูดยาก เหมือนจะเป็นสิ่งไม่มีชีวิต จริงสิ…”

ระหว่างที่พูด ฉินเฟิ่งชิงยังเอ่ยอย่างสั่นสะท้านอยู่บ้าง “เมื่อกี้ถูกโยนออกมา ฉันเหมือนเห็นผู้อาวุโสตระกูลหยาง!”

“นายเห็น?” สามคนที่เหลือคาดไม่ถึงอย่างมาก

ฉินเฟิ่งชิงพยักหน้าว่า “จริงๆ นะ ตอนที่ถูกโยนออกมา ฉันคิดว่าจะถือโอกาสหยิบอะไรติดไม้ติดมือออกมาสักหน่อย ผลปรากฏว่าเห็นหน้าประตูตำหนักเทพ มีคนคุกเข่าอยู่คนหนึ่ง ไม่รู้ว่าเป็นผู้อาวุโสตระกูลหยางหรือเปล่า น่าจะเป็นเขา นายอ้วนเจี่ยงมีภาพเหมือนผู้อาวุโสทั้งสิบสามคน คนพวกนี้วาดเครื่องแต่งกายมาด้วย ฉันรู้สึกว่าคล้ายกับเขา”

ฟางผิงเอ่ยอย่างตกใจ “คุกเข่าอยู่? ยังไม่ตาย?”

ฉินเฟิ่งชิงส่ายหัวว่า “ตายไม่ตายฉันไม่รู้ ยังไงก็ไม่ได้เคลื่อนไหวอะไร อาจจะตายแล้ว คนตายคุกเข่าก็เป็นเรื่องปกติ แต่แปลกที่เขาตายอยู่หน้าประตูใหญ่ได้ยังไง?”

ระหว่างที่พูด ฉินเฟิ่งเอ่ยต่อว่า “ฉันกับเจ้าหัวเหล็กถูกดูดเข้าไปถึงตำหนักเทพบนฟ้า จากนั้นก็ถูกโยนออกมา นี่ยังไม่ตาย ทำไมเขาถึงตายได้?” ฉินเฟิ่งชิงพูดพลางกินดินไปด้วย

ฟางผิงมองอยู่พักหนึ่ง เอ่ยอย่างหมดคำพูดว่า “นายยังกินอีก?”

“เหลวไหล!”

ฉินเฟิ่งชิงเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ “ครั้งนี้เข้าไป สิ่งที่คว้าได้อย่างเดียวคือดินก้อนนี้ ตอนที่ฉันเพิ่งออกมาก็คว้าไว้แล้ว อย่าพูดเชียว ของดีจริงๆ รสชาติอร่อย พลังงานอุดมสมบูรณ์ รู้สึกร่างกายแข็งแกร่งขึ้นมาแล้ว ของดี ของวิเศษชัดๆ!”

ระหว่างที่ฉินเฟิ่งชิงพูด ยังกินดินที่เหลืออยู่อย่างรวดเร็ว เอ่ยด้วยใบหน้าลิงโลดว่า “ไม่เลว ไม่นับว่ากลับมามือเปล่า ฟางผิง เจ้าสิ่งนี้ยอดเยี่ยมจริงๆ ฉันคิดว่ายังให้ผลดีกว่าใช้น้ำแร่ชีวิตครั้งที่แล้วอีก รู้สึก…รู้สึกเหมือนว่าฉันแตกหน่อจากดินกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง…นี่ต้องไม่ใช่ดินแน่ แค่ลักษณะเหมือนดินเท่านั้น!”

—————–

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน