เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน นิยาย บท 514

ตอนที่ 514 มีใจฆ่าศัตรู กลับไม่มีแรงพลิกสถานการณ์ได้แล้ว (1)

………………..

สาขาย่อยของทะเลหวงห้าม

คล้อยจากภายในพื้นที่เขตแดนปะทุพลังงานระลอกใหญ่ ในที่สุดเขตปราการที่พลังงานพวยพุ่งก็หยุดลง

เห็นฉินเฟิ่งชิงและหลี่หานซงคิดจะลอยข้ามไปอย่างโต้งๆ หวังจินหยางและฟางผิง…พากันรีบเตะทั้งสองคนกลับมาทันที

ฉินเฟิ่งชิงจัดทรงผมตัวเองพลางเอ่ยอย่างหงุดหงิดว่า “ทำไมอีกล่ะ!”

ฉันกำลังลอยดีๆ มาเตะซะงั้น รังแกกันหรือไง?

สี่คนที่อยู่ตรงนี้ นอกจากเขาแล้ว คนอื่นล้วนอยู่ขั้นหก!

ฉินเฟิ่งชิงกำลังน้อยเนื้อต่ำใจอยู่

วิ่งโร่มาพื้นที่เขตแดน ท้ายที่สุดได้กินแค่ดิน ผลประโยชน์อย่างอื่นแทบไม่ได้ เดิมทีก็อัดอั้นตันใจอยู่แล้ว

ตอนนี้มาถูกฟางผิงเตะอีก ไม่โมโหคงไม่ได้

ฟางผิงคร้านจะสนใจเขา หวังจินหยางกลับเอ่ยอย่างจนใจ “อย่าทำอะไรมั่วซั่ว ก่อนหน้านี้เจ้าเมืองเฉียงเวยพาระดับสูงหลายคนข้ามแม่น้ำ ผลปรากฏว่าขั้นแปดตายไปหนึ่งคน ขั้นเจ็ดตายไปสอง…”

“จะเป็นไปได้ยังไง!”

ฉินเฟิ่งชิงพูดไม่ทันจบ ชั่วพริบตานั้นใบหน้าก็แข็งทื่อขึ้นมา

เวลานี้ฟางผิงกำลังโยนหิน

ก้อนหินเพิ่งถูกโยนออกไปก็แตกกระจุยทันที

ฟางผิงโยนอีกพักใหญ่ เวลานี้ผิวน้ำค่อยสงบลงมา

แต่ครั้งนี้ฟางผิงไม่ได้เลือกไปทางนี้ เดินล่องลงไปข้างล่างอีก เอ่ยว่า “พวกนายสองคนรอดมาได้ นั่นก็ไม่ได้ดวงแข็งธรรมดาแล้ว! ใต้น้ำมีสัตว์ปีศาจขั้นเก้าเท่าไหร่ยังไม่ชัดเจน ก่อนหน้านี้อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับพลังงานปะทุขึ้น ไม่งั้นพวกนายคงตายไปนานแล้ว”

หวังจินหยางกล่าวเสริม “ในอากาศมีรอยแยกของมิติ อย่าลอยขึ้นไปสูง ขั้นเก้าถูกรอยแยกของมิติตัดผ่านก็ตายได้เหมือนกัน”

“ระวังปีศาจที่จะมาจากเขาหมื่นปีศาจฝั่งตรงข้ามด้วย ก่อนหน้านี้เขาหมื่นปีศาจส่งสัตว์ปีศาจขั้นเก้าตามมา”

“ระวังเขตหวงห้ามส่งคนมาด้วย ครั้งนี้เขตหวงห้ามมีขั้นเก้าตายไปสามคน อาจจะมีขั้นสุดยอดเดินทางออกมาด้วยตัวเองก็ได้”

“…”

ฟางผิงและหวังจินหยาง สลับกันพูดไปมา พูดจนหลี่หานซงและฉินเฟิ่งชิงตกตะลึงไป

ร้ายแรงถึงขนาดนั้นเลย?

มีขั้นเก้าเยอะอย่างกับสุนัข?

พวกเขาเดินมาตลอดทาง อย่าพูดว่าขั้นเก้าเลย ขั้นแปดยังไม่เจอ กลับเจอเป็นสัตว์ปีศาจขั้นเจ็ด ทั้งไล่ตามจนสองคนวิ่งหนีป่าราบ

จากความคิดของพวกฟางผิง เจ้าสองคนนี้เจอขั้นเก้ากลุ่มใหญ่เลยงั้นเหรอ?

ตอนนี้หลี่หานซงยังอาลัยอาวรณ์พื้นที่เขตแดนอยู่บ้าง ทั้งอยากจะเข้าใจเรื่องพวกนี้ให้กระจ่างแจ้ง จึงถามสิ่งที่ทั้งสองคนได้ประสบพบเจอ

รอจนหวังจินหยางเล่าให้ฟังคร่าวๆ หลี่หานใจก็ตกใจจนเบิกตาค้าง

สองคนนี้เจอเรื่องเยอะแยะขนาดนี้เลย?

อีกอย่าง ประตูแห่งชีวิตของเหล่าหวังก็ปิดผนึกเหมือนกัน!

นึกมาถึงตรงนี้ จู่ๆ หลี่หานซงก็เอ่ยว่า “เหล่าหวัง สถานที่นี้ไม่ใช่บ้านของพวกเรา นายว่าบ้านของพวกเราอยู่ที่ไหนกัน? ที่นี่เป็นบ้านของเพื่อนฉัน งั้นหรือว่าพื้นที่เขตแดนตะวันออกหรือพื้นที่ของเขตแดนสิบทางใต้ก็คือบ้านของฉัน?”

หวังจินหยางชะงักฝีเท้า…คำพูดนี้คือ เจ้าหัวเหล็กมั่นใจจริงๆ แล้วว่าพวกเขาอาศัยอยู่ที่นี่กัน?

กระทั่งคำว่า ‘บ้านของฉัน’ ยังพูดออกมาได้ เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่เชื่อระดับธรรมดาแล้ว!

หวังจินหยางพูดไม่ออก ฟางผิงกลับเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่รีบ อีกไม่นานก็หาเจอเอง หนึ่งร้อยแปดเขตแดน พวกเราเพิ่งมาถึงพื้นที่เขตแดนแรก ยังเหลืออีกหนึ่งร้อยเจ็ดแห่งเท่านั้น”

ระหว่างที่พูด ฟางผิงก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย “แต่จะว่าไปแล้ว สหายเก่าอย่างพวกเรานี้ เกรงว่าจะมีคนถูกปล้นบ้านไปแล้ว”

หลี่หานซงละล่ำละลักว่า “ถูกปล้น?”

“อืม”

ฟางผิงพยักหน้าว่า “คนของเขตหวงห้าม หรือมนุษยชาติของพวกเรามีคนเข้าไปในพื้นที่เขตแดน ฉันคิดว่าพวกเขาค่อนข้างคุ้นเคยกับสถานที่พวกนี้ พื้นที่เขตแดนถ้ำใต้ดินเทียนหนาน น่าจะป้องกันค่อนข้างเข้มงวด เขตผนึกมีอานุภาพร้ายแรง กระทั่งขั้นสุดยอดยังทะลวงเข้าไปยาก แต่สถานที่อื่น อาจไม่เป็นแบบนี้เสมอไป ไม่งั้นหากไม่รู้อะไรเลย ทุกคนคงไม่อาจเข้าใจพื้นที่เขตแดนเยอะถึงขนาดนี้ ไอ้เด็กกินดินนั้นเคยพูดไม่ใช่หรือไง? เจี่ยงเชาที่ไม่เคยมาพื้นที่เขตแดนมาก่อนยังเข้าใจเรื่องที่นี่อยู่บ้าง เข้าใจเรื่องแบบนี้แสดงว่าต้องมาจากเมืองเจิ้นซิงอยู่แล้ว ฉันสงสัยว่าผู้อาวุโสขั้นสุดยอดของเมืองเจิ้นซิงจะมีคนเคยเข้าไปในพื้นที่เขตแดนเหมือนกัน ไม่ใช่ผู้อาวุโสตระกูลหยาง แต่เป็นคนอื่น จริงสิ ก่อนหน้านี้ไม่ใช่บอกว่าผู้บัญชาการหลี่ก็เคยเข้าไปพื้นที่เขตแดนไม่ใช่หรือไง? ดังนั้นต้องมีบ้านของสหายพวกเราถูกคนปล้นไปแล้วแน่”

พาเจ็ดคนไปพร้อมกัน นั่นก็เป็นหนึ่งล้านล้านต่อนาทีแล้ว ตอนนี้ค่าทรัพย์สินของฟางผิงยังไม่ถึงหนึ่งล้านล้านด้วยซ้ำ ไม่ถึงหนึ่งนาทีก็หมดตัวแล้ว

แน่นอนว่าหลี่โม่ขั้นแปดสองคน เขาไม่สามารถปิดบังกลิ่นอายได้เหมือนกัน

ดีที่ตอนนี้ทั้งสองคนแทบจะมีสภาพราวกับสิ่งไม่มีชีวิต ก่อนหน้านี้ฟางผิงและหวังจินหยางยังคิดว่าพวกเขาตายไปแล้วเลย

หากไม่ใช่ว่าใส่ในช่องเก็บของไม่ได้ ฟางผิงคงคิดว่าพวกเขาตายไปแล้ว

ในสถานการณ์ที่ไม่ต่างจากคนตายแบบนี้ ฟางผิงคิดว่าไม่จำเป็นต้องปิดบังกลิ่นอาย

ฟางผิงพูดแบบนี้ ทุกคนไม่เห็นต่างอะไร

หวังจินหยางแบกอาจารย์ตัวเอง หลี่หานซงพาผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหกอีกคนหนึ่งไป ฉินเฟิ่งชิงกลับแบกโครงกระดูกสองร่าง เริ่มเตรียมจะข้ามแม่น้ำแล้ว

ข้างหน้านั้นเหล่าหวังและหัวเหล็กข้ามแม่น้ำไม่มีปัญหาอะไร ราบรื่นไม่น้อย

รอจนถึงตาของฉินเฟิ่งชิง…ระหว่างทางผมเผ้าก็งอกเงยอย่างต่อเนื่อง เขาแทบไม่ทันได้ตัด นึกไม่ถึงว่าผมจะลากลงไปในน้ำ!

รอจนผมตกลงไปในน้ำก็เกิดความเคลื่อนไหวขึ้นทันที!

ฟางผิงเห็นแบบนั้นก็หมุนดาบตัดผมของเขาออก

หลังจากนั้นผิวน้ำก็เกิดระลอกคลื่นพักใหญ่ เส้นผมหายไปในน้ำอย่างรวดเร็ว

เวลานี้ฉินเฟิ่งชิงตกใจจนใบหน้าเขียวคล้ำ ไม่กล้าส่งเสียงสักแอะ พาโครงกระดูกสองร่างลอยไปถึงฝั่งตรงข้ามอย่างว่องไว

รอฟางผิงลอยข้ามมาแล้ว ฉินเฟิ่งชิงก็แทบจะร้องไห้ เอ่ยอย่างกลัดกลุ้มว่า “ดินนี้ตกลงคืออะไรกันแน่? ผมฉันจะยาวเร็วเกินไปแล้ว”

“ฉันจะไปรู้ได้ยังไง”

ฟางผิงคร้านจะพูดมาก ขมวดคิ้วเล็กน้อย “ทุกคน ตอนนี้คิดจะกลับไปยังไง! คนเยอะเกินไป ฉันไม่สามารถช่วยปิดบังกลิ่นอายให้ทุกคนได้ แบบนี้คงไม่อาจเดินออกไปทางขอบแดนตะวันตกแล้ว มีแค่วิธีเดียวก็คือไปทางชายแดนทะเลหวงห้าม หัวเหล็ก ตอนที่พวกนายมาราบรื่นดีหรือเปล่า?”

หลี่หานซงตอบทันที “อันตรายอยู่เหมือนกัน เจอสัตว์ปีศาจขั้นเจ็ดกลางทะเล ยังไล่ตามพวกเราอยู่ช่วงใหญ่ แต่พวกเราเจอร่องรอยของคนเมืองเจิ้นซิง พวกเขาอยู่ข้างหน้า คอยขจัดสิ่งที่อันตราย พวกเราจึงใช้เส้นทางของพวกเขามาถึงที่นี่ได้ แต่ตอนนี้ผ่านมาหลายวันแล้ว ถึงสัตว์ปีศาจบางพื้นที่จะถูกฆ่าแล้ว ก็อาจไม่ปลอดภัยเสมอไป”

————-

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน