เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน นิยาย บท 555

ตอนที่ 555 ไม่มีสติพอ (3)

………………..

หญิงสาวชุดดำหัวเราะขึ้นมา เอ่ยว่า “ได้ งั้นฉันจะไม่ท้าประลองเขาอีก”

ปรมาจารย์ไม่ลงมือ เหยาเฉิงจวินปรากฏพลังจิตใจ คนอื่นไม่ใช่คู่ต่อสู้เขาอยู่แล้ว แม้จะเป็นผู้ที่หลอมสารจิงกับเลือดก็ไม่แน่ว่าจะชนะเสมอไป

ยิ่งไปกว่านั้นผู้ที่หลอมสารจิงกับเลือด เหลือแค่คนๆ นั้นจากเมืองโทเทมและคาร์มอนจากอาณาจักรหมื่นหอคอยเท่านั้น

สองคนนี้ไม่มีสิทธิ์ท้าประลองแล้ว เหลือแค่สิทธิ์ถูกท้าประลอง

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ขอแค่หญิงสาวชุดดำไม่ท้าประลองเหยาเฉิงจวิน เหยาเฉิงจวินก็คว้าโควตาได้เป็นที่แน่นอนแล้ว

ไม่รู้ว่าอยากเห็นเรื่องสนุกหรือเดิมทีก็ไม่คิดจะท้าประลองเหยาเฉิงจวินอยู่แล้ว สุดท้ายหญิงสาวชุดดำก็เลือกท้าประลองผู้ที่หลอมสารจิงกับเลือดจากเมืองโทเทมคนนั้น

เวลานี้อีกฝ่ายจึงสีหน้าดูไม่ได้ทันที

นี่หมายความว่าเขาต้องแพ้อย่างแน่นอน ทั้งเขายังไม่มีโอกาสท้าประลองแล้ว ยังเหลือโอกาสถูกท้าประลองอีกครั้ง ต้องให้คนของเมืองโทเทมเองยอมแพ้ต่อเขา เขาถึงจะสามารถเข้ารอบได้

ทั้งยอมแพ้ ในสถานการณ์ตอนนี้หมายความว่าเมืองโทเทมต้องมีคนถูกคัดออกหนึ่งคน เพราะแทบไม่มีโอกาสอีกแล้ว

แม้จะอยากลงสนามต่อสู้กับผู้หญิงคนนี้สักตั้ง แต่สุดท้ายชายที่มีลายสักก็เลือกยอมแพ้

รอจนถึงรอบของเมืองโทเทมอีกครั้ง ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหกตอนปลายที่มั่นใจว่าได้เข้ารอบแล้วก็เลือกท้าประลองเขาแล้วยอมแพ้ จำเป็นต้องหลีกทางให้ผู้หลอมสารจิงกับเลือดคนนี้เข้ารอบแทน

ตอนนี้เมืองโทเทมไม่มีคนแล้ว สุดท้ายคนที่เข้ารอบจึงเหลือแค่ชายมีรอยสักกับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหกสูงสุดอีกหนึ่งคน

เมืองโทโทมมีคนเข้ารอบสองคน

เทือกเขาแอนดีส มีสองคนที่มั่นใจว่าได้เข้ารอบแล้ว แต่หญิงสาวชุดดำยังเหลือโอกาสถูกท้าประลอง ตอนนี้ยังต้องรอดูไปก่อน

อาณาจักรหมื่นหอคอย คนที่มีคุณสมบัติเข้ารอบมีแค่สามคน

แดนเทพปกรณัม คนที่มีสิทธิ์เข้ารอบมีห้าคน

แดนศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธเจ้า…ถือว่ามีเยอะที่สุดในห้าขั้วอำนาจนี้ มีสิทธิ์เข้ารอบหกคน

และประเทศจีนมีสิทธิ์เข้ารอบทั้งหมดสิบสองคน

เห็นฉากนี้ หลี่เต๋อหย่งจึงขมวดคิ้วเล็กน้อย เอ่ยว่า “เป้าหมายของแต่ละฝ่ายยังคงเป็นการมีสิทธิ์เข้ารอบ ทั้งหมดสามสิบเอ็ดคน ตอนนี้วนมาถึงตาเธอแล้ว ในสนามผู้ฝึกยุทธ์ที่มีสิทธิ์ท้าประลองไม่เยอะแล้ว ฟางผิง ถ้าเธอคัดออกอีกคน โควตาก็จะยิ่งแน่นอนขึ้นแล้ว!”

ระหว่างที่พูด หลี่เต๋อหย่งก็เอ่ยต่อ “คนที่ใช้สิทธิ์ท้าประลองหมดแล้ว ทั้งยังเหลือสิทธิ์ถูกท้าประลอง มีถัวม่าน ลูเซียก้า…”

ฟางผิงเงียบไม่ปริปาก มองไปรอบๆ แล้วจึงเอ่ยว่า “แดนศักดิ์สิทธิ์พระพุทธเจ้าห้าคนอื่นๆ สิทธิ์ท้าประลองใช้หมดแล้วเหรอครับ?”

หลี่เต๋อหย่งคำนวณอยู่พักหนึ่ง พยักหน้าเบาๆ ว่า “ใช้หมดแล้ว”

“หมายความว่าภิกษุหนวดยาวคนนี้มั่นใจว่าไม่มีใครจะท้าประลองเขา ไม่มีใครเอาชนะเขาได้ แม้เขาจะใช้สิทธิ์ท้าประลองหมดแล้วก็สามารถเข้ารอบได้เลยสินะครับ?”

ทางแดนศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธเจ้า ภิกษุหนวดยาวถัวม่านเอ่ยอย่างเนิบช้าว่า “แม่ทัพฟาง นายยังมีโอกาสท้าประลองอีกครั้ง แต่มั่นใจนะว่าจะเอามาใช้กับถัวม่าน? แพ้แล้ว นายจะเสียสิทธิ์เข้ารอบไป”

ตอนนี้ฟางผิงถือเป็นยอดฝีมืออันดับต้นๆ ในการแข่งขันเพียงคนเดียวที่รักษาสิทธิ์ท้าประลองหนึ่งครั้งไว้ได้ ในที่นี้หมายถึงระดับความสามารถที่สูงกว่าผู้หลอมสารจิงกับเลือดขึ้นไป

จากความสามารถของเขา ขอแค่คัดออกอีกหนึ่งคนก็ไม่จำเป็นต้องสู้กันอีกแล้ว

แต่คนที่มีสิทธิ์ถูกท้าประลองเหลือ ไม่ได้มีแค่ถัวม่านคนเดียว ยังมีลูเซียก้าขั้นเจ็ดจากเทือกเขาแอนดีส ขั้นหกสูงสุดคนหนึ่งของแดนเทพปกรณัม แดนศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธเจ้าก็ยังมีขั้นหกสูงสุดอีกคน

รัฐมนตรีหวังยังไม่ทันเอ่ยปาก ด้านข้าง ซูเฮ่าหรานก็เอ่ยขึ้นก่อน “ขั้นเจ็ดเข้าสู่เขตหวงห้าม อาศัยการแข่งขันผู้ฝึกยุทธ์หนุ่มสาวหรือเข้าไปเอง ไม่เหมือนกันอยู่แล้ว การแข่งขันผู้ฝึกยุทธ์หนุ่มสาว อันที่จริงหมายถึงใบผ่านทางอย่างหนึ่ง เธออาศัยการแข่งขันผู้ฝึกยุทธ์หนุ่มสาวเข้าไป งั้นขั้นเจ็ดอย่างเธอ ขั้นเปดขั้นเก้าภายในเขตหวงห้ามไม่อาจลงมือกับเธออยู่แล้ว นี่เป็นข้อตกลงร่วมกันของขั้นสุดยอด แต่เธอที่อยู่ขั้นเจ็ดไม่ได้อาศัยฐานะผู้เข้าร่วมแข่งขันเข้าไป นั่นก็ต่างกันแล้ว ถ้าเธอดวงซวย เจอกับขั้นแปดขั้นเก้า ฆ่าเธอนั่นก็ไม่เป็นไร ดังนั้นแม้บางคนจะกลายเป็นขั้นเจ็ดแล้ว ก็จะอาศัยการแข่งขันผู้ฝึกยุทธ์หนุ่มสาวเข้าไปภายในเหมือนกัน แบบนี้จะมีความปลอดภัยกว่า ไม่ถึงกับตายอย่างไม่คาดฝัน”

“แบบนี้นี่เอง…อันที่จริงโควตาเป็นการคุ้มครองพวกเขาอย่างหนึ่งสินะ…”

ฟางผิงเข้าใจทันที ซูเฮ่าหรานมองเขาแวบหนึ่ง เอ่ยว่า “ฟางผิง ตอนนี้สถานการณ์แทบจะชัดเจนแล้ว ฉันแนะนำให้เธอท้าประลองขั้นหกสูงสุดจากแดนศักดิ์สิทธิ์พระพุทธเจ้าดีกว่า แบบนี้เธอจะสามารถคว้าโควตาได้อย่างแน่นอน…”

ฟางผิงหัวเราะว่า “พูดตามตรง ตอนแรกผมก็อยากทำแบบนั้น แต่เจ้าหมอนี้ไม่ไว้หน้าผม! เป็นแค่ขั้นเจ็ดตอนต้นคนหนึ่งเท่านั้น เหิมเกริมขนาดนี้ ขั้นเจ็ด…ผมไม่ได้ไม่เคยฆ่ามาก่อนสักหน่อย!”

สิ้นเสียง ฟางผิงก็มองไปทางถัวม่าน เอ่ยเสียงดัง “หนวดยาว ออกมา!”

ถัวม่านพนมมือสองข้าง เอ่ยเสียงเบาว่า “แม่ทัพฟางไม่มีสติขนาดนี้เลย ทำเพียงเพราะความโมโหชั่ววูบ…”

ถัวม่านส่ายหัวเบาๆ อัจฉริยะประเทศจีนคนนี้ หยิ่งผยองเกินไป หยิ่งผยองจนกู่ไม่กลับอยู่บ้าง!

บุคคลเช่นนี้ ทำเรื่องอะไรเพียงเพราะความพอใจเท่านั้น ยากที่จะทำการใหญ่

รวมถึงความขัดแย้งภายในของประเทศจีนก่อนหน้านี้ ก็เป็นคนผู้นี้ก่อเรื่องออกมา

หากครั้งนี้คว้าโควตาไม่ได้…เกรงว่าอัจฉริยะประเทศจีนคนนี้คงต้องตกจากที่สูง บางทีความมุ่งมั่นในเส้นทางผู้ฝึกยุทธ์อาจพังทลายด้วยเช่นกัน

“คงจะราบรื่นมามากเกินไป หยิ่งผยองอวดดีถึงขั้นนี้แล้ว”

ถัวม่านสรุปในใจ สามารถท้าประลองได้ตั้งสี่คน ขั้นเจ็ดสองคน ขั้นหกสูงสุดอีกสองคน เห็นได้ชัดว่าสามารถคว้าโควตาได้อย่างแน่นอน จบการต่อสู้ไว้แค่นี้ ฟางผิงกลับเลือกจะท้าประลองเขา ไม่มีสติพอจริงๆ

—————-

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน