เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน นิยาย บท 556

ตอนที่ 556 จัดการพวกคนที่ไม่พอใจ (1)

………………..

ฟางผิงท้าประลองถัวม่าน แต่ละฝ่ายต่างรู้สึกดีใจที่เห็นคนอื่นตกทุกข์ได้ยากอยู่บ้าง

สองคนนี้ คนหนึ่งอยู่ขั้นเจ็ด อีกคนเป็นยอดฝีมือแนวหน้าของขั้นหก

ไม่ว่าใครถูกคัดออก พวกเขาล้วนยินดีที่จะเห็น

ยังไงก็ไม่ใช่คนฝ่ายเดียวกัน ใครจะรู้ว่าเข้าเขตหวงห้ามไปแล้ว พวกเขาจะคิดยังไง

ถัวม่านยังพอว่า เข้าสู่ขั้นเจ็ดแล้ว ไม่ได้เคลื่อนไหวพร้อมกับเขา

แต่ฟางผิงอยู่ขั้นหก หากเข้าไปพร้อมกับพวกเขาจริงๆ นี่เป็นคนที่ไร้กฏเกณฑ์คนหนึ่ง คาดเดายากว่าก้าวต่อไปเขาจะทำอะไร

พวกตู้หงนี้ต่างเป็นยอดฝีมือหน่วยทหาร อันที่จริงยังคงเคารพกฏเกณฑ์ ทั้งคบค้าสมาคมง่าย

กลับเป็นฟางผิง อารมณ์แปรปรวนไม่แน่นอน ปฏิสัมพันธ์ยากจริงๆ

—

รอบนอกเวที

รัฐมนตรีมองทั้งสองคนเดินไปพื้นที่ใจกลาง มองหลี่เต๋อหย่งแวบหนึ่ง อยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็หยุดไป

หลี่เต๋อหย่งพยักหน้าเบาๆ “ถึงช่วงเวลาสำคัญให้ยอมแพ้แทนเขา”

ขั้นหกสู้ขั้นเจ็ด ผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลางที่โต้กลับระดับสูงได้ ไม่ใช่ว่าไม่เคยมีมาก่อน แต่น้อยจนแทบจะนับได้

หลี่ฉางเซิงกระบี่เดียวฟันขั้นแปด ครั้งนั้นแทบจะตายอย่างไม่ต้องสงสัย

ทั้งยังเป็นพวกจางติ้งหนานที่ถ่วงอีกฝ่ายไว้ให้ ถึงได้เปิดโอกาสให้หลี่ฉางเซิง

ในสถานการณ์ที่ไม่มีคนช่วยสกัด ฟางผิงคิดจะเอาชนะขั้นเจ็ดในที่แบบนี้เป็นเรื่องยากอย่างมาก!

ได้ยินหลี่เต๋อหย่งพูดแบบนี้ รัฐมนตรีหวังจึงโล่งใจขึ้นมา แบบนี้แม้จะแพ้ หรือเสียโควตาไป แต่ก็ไม่ถึงกับเอาชีวิตไปทิ้ง

—

พื้นที่ใจกลาง

ฟางผิงถอนหายใจเบาๆ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาประมือกับยอดฝีมือขั้นเจ็ดอย่างแท้จริง อย่ามองว่าเขาพูดจาอาจหาญ แต่ประมือจริงๆ แล้ว สถานการณ์จะเป็นยังไง เขาก็ไม่รู้เหมือนกัน

ยิ่งไปกว่านั้นอีกฝ่ายต้องมีอาวุธวิเศษอย่างแน่นอน!

ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดสามารถเปิดประตูซานเจียวบ่มเพาะอาวุธวิเศษได้ ไม่เหมือนขั้นหกที่ยังต้องเก็บไว้ในร่างกาย

เขาไม่รู้ว่าเจ้าหนวดยาวมีอาวุธวิเศษแบบไหน

แต่ต้องมีแน่นอน

“หนวดยาว เดี๋ยวอย่ายอมแพ้ล่ะ ขั้นเจ็ดประมือกับขั้นหก หากยังยอมแพ้ งั้นนายก็เป็นขั้นเจ็ดเสียเปล่าแล้ว ชั่วชีวิตนี้คงเงยหน้าไม่ขึ้นอีก นอกจากนี้ยังไม่รู้ว่าต่างชาติอย่างพวกนายมีความมุ่งมั่นต่อเส้นทางผู้ฝึกยุทธ์ยังไง เส้นทางไร้ศัตรูอะไรพวกนั้น…นี่หากทนรับแรงกระตุ้นไม่ไหว พลังจิตใจพังทลาย นั่นก็จบเห่แล้ว”

ถัวม่านปิดตาก้มหัวลง ผ่านไปสักพักจึงเอ่ยเนิบช้าว่า “แม่ทัพฟางยึดติดกับผลแพ้ชนะเกินไป”

“น่าขำ!”

ฟางผิงเอ่ยเสียงดัง “ผู้ฝึกยุทธ์ต้องช่วงชิงแข่งขัน! ช่วงชิงแข่งขัน นั่นก็ต้องตัดสินแพ้ชนะ! แดนศักดิ์สิทธิ์พระพุทธเจ้าสอนพวกนายแบบนี้หรือไง? ไม่ให้ยึดติดการแพ้ชนะแล้วพวกนายมาเข้าร่วมการแข่งทำไม? หลอกตัวเองชัดๆ น่าขำ!”

ถัวม่านไม่พูดอีก เอ่ยเสียงเบาว่า “แม่ทัพอยู่ขั้นหก การแข่งขันให้แม่ทัพเป็นฝ่ายเริ่มละกัน!”

“งั้นฉันก็ไม่เกรงใจแล้ว!”

ตอนนี้ฟางผิงถือดาบอาวุธวิเศษในมือแล้วเหมือนกัน ยืมคนอื่นมา

ดาบผิงล่วนของเขาใกล้จะพังแล้ว ประมือกับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ด นั่นคงแหลกสลายในชั่วพริบตา

สิ้นเสียง ฟางผิงก็วาดดาบในอากาศทันที!

การปรากฏของพลังจิตใจหลอมรวมลงไปในอาวุธวิเศษทันที ทั้งดาบวิเศษก็ส่งเสียงคำรามอย่างดุร้ายออกมา!

ในความว่างเปล่า สัตว์ป่าที่คล้ายเสือตัวหนึ่งปรากฏขึ้น ถลาเข้าไปอย่างรวดเร็ว!

ถัวม่านไม่ได้เคลื่อนไหวช้า ทั้งไม่ได้ประเมินอีกฝ่ายที่อยู่ขั้นหกต่ำไป

ชั่วพริบตาที่ฟางผิงลงมือ ในมือของถัวม่านก็ปรากฏไม้เท้าขึ้นมาแล้ว ไม้เท้าระเบิดแสงสีทองเจิดจ้า กวัดแกว่งไม้เท้าออกไป!

เกิดเสียงระเบิดดังขึ้น เสือที่ปรากฏจากอาวุธวิเศษฟางผิงถูกทำลายลงชั่วพริบตา

เสี้ยวนาทีต่อมา ทั้งสองคนก็ประชิดร่างกันแล้ว!

ถัวม่านราวกับพระโพธิสัตว์ปางดุร้าย กวัดแกว่งไม้เท้าในมืออย่างบ้าคลั่ง บนไม้เท้าปรากฏพลังฟ้าดินสีขาวเข้มข้นอย่างถึงที่สุด โจมตีไปหาฟางผิงในชั่วพริบตา!

ฟางผิงคำรามติดต่อกัน ฟันดาบออกไปเกิดเป็นปรากฏการณ์ทวยเทพม้วยมรณา!

เปรี้ยงๆๆ!

เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นระลอกใหญ่ ฟางผิงถอยหลังไปไม่ขาดสาย ปากกระอักเลือดทั่วทิศทาง!

ฟางผิงพ่นเลือดสีทองออกไป ถัวม่านร่ายระบำไม้เท้า เลือดและไม้เท้าปะทะกันจนเกิดเป็นประกายไฟสว่างไสว

ในเวลานี้ไม้เท้าในมือขวาของถัวม่านพุ่งไปหาหัวฟางผิง มือซ้ายกลับกำเป็นหมัด ชกทะลวงอากาศเข้าไปเหมือนกัน!

ปัง!

เสียงระเบิดดังแพร่กระจาย ฟางผิงที่ยังต้านอาวุธวิเศษ ชั่วพริบตานั้นก็ถูกทะลวงอก

ผู้ชมรอบๆ มีคนหวีดร้องขึ้นมา

พวกซูจื่อซูเผยสีหน้าตึงเครียด นี่เพิ่งจะประมือกันไม่นานเท่าไหร่ ฟางผิงก็ต้านอีกฝ่ายไม่ไหวแล้ว กึ่งร่างทองของฟางผิงมีการป้องกันที่แข็งแกร่ง แต่ยังคงถูกหมัดอีกฝ่ายชกทะลุได้!

ซูเฮ่าหรานเอ่ยเสียงเบาว่า “พลังฟ้าดินของขั้นเจ็ดไม่ใช่สิ่งที่พลังฟ้าดินของฟางผิงจะเทียบได้ แม้ฟางผิงจะฝีมือแข็งแกร่ง แต่ขั้นหกกับขั้นเจ็ด ยังคงเป็นช่องว่างขนาดใหญ่…”

จางเทาคร้านจะสนใจเขา ถอยพลังจิตใจกลับไปทันที

แล้วแต่เจ้าหมอนี่ละกัน!

ขอแค่ไม่สอดมือยุ่งการแข่งขัน เขาก็คร้านจะสนใจแล้ว

—

ภายในเวที

ถัวม่านชกหมัดไปที่หัวฟางผิงอีกครั้ง เอ่ยไปว่า “แม่ทัพฟางแข็งแกร่งจริงๆ บ่มเพาะฝึกฝนอีกสักหน่อย ในอนาคตก็จะประสบความสำเร็จกว่านี้…”

“ชมเกินไปแล้ว!”

ฟางผิงตอบกลับหนึ่งประโยค ก่อนจะยิ้มอย่างเยือกเย็น “นายคิดว่านายจะชนะได้จริงๆ?”

สิ้นเสียงเขาก็ปรากฏพลังจิตใจออกมา!

ครั้งนี้ไม่ได้ปรากฏเมืองขนาดเล็ก

ครู่ต่อมาทั้งสองคนก็เข้ามาอยู่ในห้องเล็กๆ แห่งหนึ่งด้วยกันแล้ว!

ข้างนอกนั้นทุกคนใบหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย!

ขั้นเก้าจากแดนศักดิ์สิทธิ์พระพุทธเจ้าเอ่ยอย่างเรียบนิ่งว่า “เป็นไปได้ยังไง?”

ตอนนี้ข้างนอกมองไม่เห็นทั้งสองคนแล้ว!

เห็นแค่ตึกเล็กๆ แห่งหนึ่งเท่านั้น!

นี่หมายความว่าอะไร ยอดฝีมือขั้นเก้ากระจ่างใจดี ถัวม่านถูกฟางผิงลากไปอยู่ในแก่นแท้ของการปรากฏพลังจิตใจเขาแล้ว ทั้งยังเป็นแก่นแท้ที่ปรากฏอย่างแท้จริง ไม่ได้เป็นการคงอยู่ระหว่างความเป็นจริงและความว่างเปล่าแบบนั้น

ห้องขนาดเล็กนี้ของฟางผิง ถ้าหากพลังจิตใจเพียงพอ สามารถคงอยู่ไปได้ตลอด ตั้งอยู่บนโลกนี้ได้อย่างแท้จริง

ฟางผิงที่ปรากฏพลังจิตใจได้ไม่นาน นึกไม่ถึงว่าจะทำถึงขั้นนี้แล้ว เหนือความคาดหมายของทุกคน

ก่อนหน้านี้ทุกคนคิดว่าแก่นแท้ของการปรากฏพลังจิตใจของฟางผิงคือดวงอาทิตย์สีแดงลูกนั้น ภายหลังค่อยเข้าใจว่านั่นเป็นแค่ตัวหลอก

แก่นแท้การปรากฏพลังจิตใจของฟางผิงไม่ใช่ดวงอาทิตย์สีแดง แต่เป็นอย่างอื่น

ตอนนี้ก็พิสูจน์จุดนี้แล้ว

ทั้งการปรากฏพลังจิตใจของถัวม่านไม่ได้แข็งแกร่งเท่าฟางผิง ถัวม่านปรากฏเป็นพระพุทธเจ้าโบราณร่างทององค์หนึ่ง ไม่ใช่สิ่งมีชีวิต แต่เป็นรูปปั้นเท่านั้น

ถัวม่านก็ทำไม่ถึงขั้นปรากฏร่างทองของพระพุทธเจ้าโบราณออกมาอย่างหมดจดได้ ตอนนี้เป็นแค่เปลือกกลวงๆ เท่านั้น เป็นการคงอยู่ราวกับภาพลวงตา

ไม่เหมือนฟางผิงที่ดึงถัวม่านเข้าไปอยู่ในนั้นได้ คนอื่นๆ แทบมองไม่เห็นคนเลย

—————-

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน