เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบเจ้าสำนัก นิยาย บท 2037

ตอนที่ 2037 : เสียเกียรติ

ตั้งแต่ต้นจนจบแล้วเพื่อที่จะประหยัดพลังจักรวาลเอาไว้ บลูก็โดนอัดแทบจะตลอดเวลา จนกระทั่งตอนจบที่เขาได้สู้กับเสี่ยวซีแต่ปัญหาคือพลังบรรพกาลของเสี่ยวซีนั้นยังไม่หมด การโจมตีของบลูไม่อาจจะเป็นภัยต่อเสี่ยวซีได้เลย เมื่อเห็นว่าพลังบรรพกาลของเสี่ยวซีกำลังจะหมด บลูก็เริ่มตอบโต้กลับทันที จากนั้นข่งจู้ก็ปรากฏขึ้นมาจบการต่อสู้ของพวกเขา

บลูรู้สึกหงุดหงิดอย่างมาก

เขาอดทนมานานแต่สุดท้ายกลับเสียเปล่า

มันไม่ยุติธรรม !

แต่เมื่อข่งจู้พูดแล้ว แม้ว่าบลูจะไม่เคารพข่งจู้แต่ก็ไม่กล้าจะคัดค้านข่งจู้ออกมา

เขาน่ะเย่อหยิ่งก็จริงแต่ไม่ได้โง่ เขาไม่ได้ดูถูกข่งจู้แต่มันไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่กลัวความแข็งแกร่งของข่งจู้

แม้ว่าจะไม่เต็มใจแต่สุดท้ายบลูก็ก้มหน้าและพูดขึ้นมา “ ได้”

“ ฟังจากน้ำเสียงแล้ว เจ้าคงไม่เต็มใจสินะ ?” ข่งจู้คิ้วขมวด เขาไม่พอใจท่าทีของบลู

ในอดีตนั้นเขาทนท่าทีของบลูได้แต่เมื่อมีเสี่ยวซีอยู่ ความอดทนที่มีต่อบลูจึงลดลง

บลูตัวแข็งทื่อไปและสูดหายใจเข้าลึกๆ “ ข้าไม่ได้ไม่เต็มใจ เมื่อจักรพรรดิพูดแล้ว ข้าก็ต้องทำตาม”

เมื่อได้ยินแบบนั้นข่งจู้ก็เผยสีหน้าพอใจออกมา “ บลู เจ้าน่ะมีพรสวรรค์ แม้แต่ข้าก็ยอมรับว่าเมื่อพูดถึงเรื่องพรสวรรค์แล้วข้าคงเทียบเจ้าไม่ได้แต่เจ้าน่ะยังไม่ฉลาดพอ หากเจ้าฉลาดจริงๆแล้ว เจ้าควรเรียนรู้จากเสี่ยวซี…”

“ เรียนรู้จากเขารึ ?” บลูมองไปที่เสี่ยวซีด้วยสายตาไม่พอใจ

“ เจ้าดูถูกเขารึ ?” ข่งจู้พูดขึ้นมา “ พวกเจ้าต่างก็เป็นแม่ทัพสูงสุด เจ้าคิดว่าในด้านพรสวรรค์แล้วใครสูงกว่ารึต่ำกว่ากัน ?”

บลูไม่รู้ว่าข่งจู้ถามแบบนี้ออกมาทำไมแต่เขาก็ตอบกลับตามจริง “ มันไม่น่าจะต่างกัน”

“ เจ้ารู้รึไม่ว่าข้าชื่นชมอะไรในตัวเจ้ามากที่สุด ? ความซื่อสัตย์ เจ้าไม่คิดจะโกหก “ ข่งจู้ยิ้มออกมาและพูดขึ้น “ ในด้านพรสวรรค์แล้วพวกเจ้าสองคนนั้นทัดเทียมกันเพราะพวกเจ้าขึ้นมาถึงขีดจำกัดของจ้าวจักรวาลได้ ความต่างระหว่างพวกเจ้าคือแม้ว่าพวกเจ้าจะมีเกียรติกันทุกคนแต่เกียรติของเจ้านั้นสูงส่งก็จริงแต่เกียรติของเสี่ยวซีนั้นฝังลึกถึงกระดูก “

บลูลังเล เขาเหมือนไม่ยอมรับ

“ ไม่ต้องรีบเถียงไป” ข่งจู้พูดขึ้น “ เจ้าคิดดูเองว่าเกียรติของเจ้านั้นมีแค่ภายนอกรึไม่ เสี่ยวซีนั้นแม้ว่าจะรับหน้าที่เป็นผู้ส่งสารของข้า เขาเหมือนจะทิ้งเกียรติตัวเองแต่เขาน่ะมีเกียรติในตัว”

ข่งจู้ยังจำคำขอของเสี่ยวซีได้

หากไม่ใช่เพราะคนมีเกียรติสูงสุดแล้วจะขอแบบนั้นได้ยังไง ?

แต่เสี่ยวซีนั้นต่างออกไป ข่งจู้รู้สึกว่าหากบังคับให้เสี่ยวซีทำอะไรที่ไม่ชอบ เสี่ยวซีก็จะปฏิเสธ เขาไม่ได้เห็นสายตากลัวและเคารพในจากเสี่ยวซีเลย มันราวกับว่าในใจเสี่ยวซีนั้นถือว่าตัวเองทัดเทียมกับทุกคน

ในฐานะจักรพรรดิแล้ว เขาไม่ได้ถูกเสี่ยวซียกย่อง

เมื่อได้ยินที่ข่งจู้พูดมา เสี่ยวซีก็อดไม่ได้ที่จะสับสน

นี่คือเกียรติที่เขารู้จักรึ ?

เขาอดไม่ได้ที่จะมองไปที่เสี่ยวซี เมื่อเห็นสีหน้าเฉยชาของเสี่ยวซีแล้ว เขาก็ยากที่จะเชื่อว่าเสี่ยวซีนั้นมีเกียรติฝังกระดูกจริงๆ

“ จักรพรรดิพูดถูก” เสี่ยวซียิ้มออกมา “ ราชาน่ะมีเกียรติไม่เหมือนคนบางคน ปากพูดถึงเกียรติแต่อันที่จริงแล้วในใจน่ะขี้ขลาด แค่เจอกับจักรพรรดิก็แทบจะคุกเข่าให้แล้ว “

นี่คือการยั่วยุของเสี่ยวซี

มุมปากของบลูกระตุก เขารู้สึกว่าเสี่ยวซีกำลังเยาะเย้ยเขาอยู่

แต่เขาก็ยังแปลกใจ เขาไม่คิดเลยว่าเสี่ยวซีจะกล้าเรียกตัวเองว่าราชาต่อหน้าจักรพรรดิ เขาต้องยอมรับในความกล้าของเสี่ยวซี

“ เอาล่ะ งั้นก็พอแค่นี้ เจ้าไปคิดเอาเองแล้วกัน” ข่งจู้บอกกับบลู

หลังจากที่พูดจบร่างของข่งจู้ก็ค่อยๆสลายไปราวกับหมอกและหายตัวไป

ทั้งสองคนได้แต่ยั่วยุกันและถึงกับด่ากันด้วย หลังจากที่ผ่านไปกว่า 1 วัน ทั้งสองคงก็ยังยืนอยู่ที่เดิม

บลูตาแห้งนิดๆ เขาขยี้ตาตัวเอง เสียงของเขาเริ่มแหบ “ อย่าบอกว่าข้าไม่ให้โอกาสเจ้า ข้าจะยืนอยู่เฉยๆไม่ขยับ หากเจ้ากล้าลงมือก็เอาเลย” เขามั่นใจว่าเสี่ยวซีคงไม่กล้าลงมือ เขาคิดว่าสิ่งที่ข่งจู้พูดนั้นจะทำให้เสี่ยวซีกลัวขึ้นบ้าง เขาไม่เชื่อว่าเสี่ยวซีจะกล้าขัดคำสั่งของข่งจู้

เมื่อได้ยินคำพูดของบลู เสี่ยวซีก็ตาเป็นประกายขึ้นมา “ เจ้ามั่นใจรึว่าจะยืนเฉยๆให้ข้าลงมือ ?”

เมื่อเห็นสีหน้าของเสี่ยวซี บลูก็รู้สึกแย่ขึ้นมา รึว่าเสี่ยวซีกล้าลงมือจริงๆ ?

แต่เมื่อเขาพูดไปแล้ว เขาก็ไม่อาจจะทวงคืนคำพูดกลับมาได้

บลูได้แต่ทำใจแข็งแล้วพูดขึ้น “ ใช่ ข้าจะยืนเฉยๆปล่อยให้เจ้าลงมือ”

เขาได้แต่หวังว่าเสี่ยวซีคงจะแค่ขู่ เขาไม่เชื่อว่าเสี่ยวซีจะกล้าลงมือจริงๆ ไอ้หมานี่ไม่กลัวตายเลยรึ ?

“ งั้นก็ดี” คลื่นพลังของเสี่ยวซีแผ่ออกมา พลังอันน่ากลัวที่เป็นของแม่ทัพสูงสุดทำให้มิติโดยรอบแข็งทื่อไป จ้าวจักรวาลนับไม่ถ้วนพากันตัวสั่น พลังที่มีเสี่ยวซีเป็นศูนย์กลางกระจายไปทั่วทุกทิศทาง ตัวเสี่ยวซีมีไฟทมิฬลุกไหม้ราวกับเทพนรก “ เจ้ากล้าบอกรึไม่ว่าหากเจ้าขยับตัว เจ้าถือว่าเป็นหลานข้า ?”

“ ทำไมจะไม่กล้า !” บลูพูดขึ้น “ หากข้าขยับตัว ข้าถือว่าเป็นหลานเจ้า !”

ทันทีที่บลูพูดจบ เสี่ยวซีก็เคลื่อนไหว พลังมหาศาลที่ราวกับจะทำลายโลกได้ปะทุออกมา ร่างเขาลุกไหม้ด้วยไฟทมิฬรุนแรงกว่าเก่า อยู่ๆเขาก็หายตัวไปพร้อมกับเกิดระเบิดเสียงขึ้น เสี่ยวซีได้ปรากฏตัวขึ้นมาตรงหน้าบลูพร้อมกับใช้กรงเล็บฟาดเข้าใส่บลูด้วยพลังอันน่ากลัว

แต่ต่อมาคลื่นพลังของเสี่ยวซีก็หายไป พลังได้ถูกดึงกลับมา กรงเล็บที่ฟาดเข้าใส่ตรงอกของบลูกลับเปลี่ยนทางและตบเข้าที่หน้าบลูแทน

เพี๊ยะ !

มันไม่ได้มีพลังเลยแม้แต่น้อย มันไม่ได้ทำร้ายบลู มันไม่อาจจะทำให้บลูรู้สึกว่าโดนสะกิดได้ด้วยซ้ำ

แต่….การตบนี้ถึงไม่อาจจะทำร้ายเขาได้แต่ก็เป็นการดูถูก !

บลูกลับโดนตบหน้าเข้าจังๆ

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบเจ้าสำนัก