หลิงอิ่งที่วิ่งรั้งท้ายเลยพบสิ่งผิดปกติก่อนใคร จึงรีบบอกกับทุกคนทันที “ระ…วัง ด้านหลังพวกเรามีจอมมารสองตน!”
เมื่อได้ยินดังนั้นทุกคนต่างก็หันไปมองด้านหลัง ภาพที่เห็นคือจอมมารทั้งสองหน้าทิ่มไถลครูดไปพื้นดิน
เมื่อได้เห็นภาพที่คล้ายว่าจะเป็นภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ทุกคนก็ถึงกับพูดอะไรไม่ออก ถึงขั้นอยากจะแหงนหน้าเหม่อมองนภา
มุมปากของอันหลินกระตุกหนึ่งที จอมมารสองตนนี้กำลังแสดงความเคารพต่อเขาหรือไง
ทว่าไม่นานพวกเขาก็หันกลับไปมองหนทางเบื้องหน้าอีกครั้ง และวิ่งสุดพลังต่อไป!
ใช่แล้ว ณ ดินแดนแห่งนี้จอมมารเป็นได้แค่ไอ้งั่ง!
ไม่ว่าคุณจะเป็นจอมมารตัวจริงหรือจะเป็นจอมมารตัวปลอม ผู้ที่วิ่งได้เร็วถึงจะเป็นผู้คว้าชัย ผู้ที่วิ่งได้เร็วถึงจะเป็นผู้คว้าผลึกหินต้นกำเนิดมาได้!
จอมมารสองที่กำลังคลานอยู่บนพื้นต่างก็อึ้งกับสภาพของตนเองเช่นกัน หลังจากที่พวกเขาได้เห็นสายตาจ้องเขม็งของศัตรูทั้งกลุ่ม พวกเขารู้สึกคิดไม่ถึงว่าศัตรูเหล่านั้นจะไม่พูดอะ ะไรสักคำ แต่ต่างแสร้งเมินเฉย หันหน้ากลับไปแล้ววิ่งต่อสุดพลัง
“พวก…เรา..โดนดูถูกแล้ว…” คงเกอเอ่ยขึ้นอย่างอืดอาด
“ไม่เป็นไร ไม่นานพวกเราก็ตามพวกนั้นทัน ระดับความแข็งแกร่งของจอมมารอย่างพวกเราไม่ใช่ความแข็งแกร่งธรรมดาทั่วไป!” จงหลี่หางเชื่อมั่นยิ่งนัก ความกระหายการต่อสู้แผ่ซ่านออกมาจากร่ างกายอย่างไม่รู้จักเหือดแห้ง
และด้วยเหตุนี้ทั้งสองใช้เวลาหลายนาทีถึงเงยหน้าจากพื้นดินได้
ระยะห่างของทั้งสองฝ่ายขยายออกไปไกลยิ่งกว่าเดิมอีกไม่ต่ำกว่าสิบเมตร...
จงหลี่หางไม่ยอม เขาระเบิดพลังออกแรงสาวเท้ายาววิ่งออกไป!
ทว่าความรู้สึกเอื่อยเฉื่อยกลับเริ่มคืบคลานเข้ามาปกคลุมไปทั่วทั้งกายของพวกเขา ราวกับว่าความเอื่อยเฉื่อยเป็นตัวตนของดินแดนแห่งนี้ โยนความหนักอึ้งในใจทั้งหมดทิ้งไป ทำให้ทุกส สรรพสิ่งช้าลง!
ความได้เปรียบด้านความแข็งแกร่งของร่างกายจงหลี่หางกับคงเกอแทบไม่ปรากฏให้เห็นเลยในดินแดนแห่งนี้ ระยะห่างระหว่างพวกเขากับอันหลินยังคงห่างไกลกันมาก ไม่ใกล้เลยแม้แต่นิด
แต่มีเพียงสิ่งเดียวที่น่าปลื้มใจคือ เริ่มขยับเข้าใกล้แมงกะพรุนมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว…
ในที่สุด หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง พวกเขาเตรียมจะแซงหน้าแมงกะพรุน
“ฮ่าๆ…ความเร็วขอพวกเจ้าไม่เกินไปกว่านี้…”
คล้ายว่าจงหลี่หางจะหาคำพูดที่ช่วยระบายความกลัดกลุ้มภายในใจได้แล้ว เมื่อใกล้จะตีตื้นได้สำเร็จ ก็เปล่งวาจากึกก้องออกมา…
ทว่าในตอนที่พวกเขากำลังจะแฉลบผ่านช่วงไหล่ของแมงกะพรุนไป หนวดของแมงกะพรุนก็โอบรัดเรือนร่างของจงหลี่หางกับคงเกอทันใด!
บอกว่าโอบรัดทันใด ความจริงแล้วช้ามาก ก็แค่อาศัยสาเหตุที่ว่าจอมมารไม่อาจหลบเลี่ยงได้ทันก็เท่านั้นเอง
คงเกอส่งเสียงกรีดร้องดังขึ้น
จงหลี่หาง “???”
“ทำไม เจ้ายังคิดที่จะต่อสู้กับพวกข้าอย่างนั้นหรือ” จงหลี่หางมีสีหน้าตกตะลึงระคนไม่เข้าใจ
เขาคิดไม่ถึงเลยสักนิดว่าแมงกะพรุนจะเลือกพลีชีพตัวเองด้วยการโจมตี มาถ่วงรั้งฝีก้าวของพวกเขาเอาไว้ เพื่อช่วยเหลือคนที่อยู่ข้างหน้า
“พวกเจ้าพาข้าไปด้วยสักระยะทางหนึ่งเถิด ข้าตามคนข้างหน้าไม่ทันจริงๆ” หลิงอิ่งเอ่ยวิงวอน
“ข้าเดินไม่ได้ หนวดนี้ก็ไม่อาจยืดไปได้อีก...เมื่อครู่พวกเจ้าวิ่งผ่านข้ามาพอดี ข้าทำได้แค่โอบรัดพวกเจ้าไว้ให้แน่น...ถือว่าข้าขอติดสอยห้อยตามไปด้วยก็แล้วกันนะ…” หลิงอ อิ่งพูดต่อ
จงหลี่หาง “…”
“ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็อย่ามาโอบรัดตรงนี้ เปลี่ยนที่หน่อย” หน้าอกของคงเกอกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ แต่หนวดของแมงกะพรุนรัดพื้นที่ส่วนนี้เอาไว้แน่น ทำให้นางรู้สึกได้ถึ งใบหน้าที่ร้อนผ่าว
“อ้อ” หลิงอิ่งย้ายตำแหน่งโอบรัดอย่างว่านอนสอนง่ายมาก โอบรัดเอวที่เล็กคอดราวกับงูน้ำ โอบรัดได้ถนัดยิ่ง
มือทั้งสองของจงหลี่หางออกแรงดึงหนวดแมงกะพรุนที่โอบรัดเอวเขาไว้ แต่กลับพบว่าหนวดของแมงกะพรุนแข็งแกร่งทรหดยิ่ง อีกทั้งยังมีพละกำลังที่มหาศาลมาก จนไม่อาจจะดึงออกได้ แม้แ แต่กรงเล็บที่แหลมคมก็มิอาจทำให้บาดเจ็บ
ดินแดนพิศวงบัดซบ…ถ้าไม่มีพลังสกัดกั้นแบบนี้…
จงหลี่หางเงียบขรึม เขาไม่ใส่ใจกับหนวดของหลิงอิ่งที่โอบรัดตัวเขาอีก วิ่งไปยังหนทางเบื้องหน้าอย่างสุดพลังต่อ
เป้าหมายของเขาคือผลึกหินต้นกำเนิด จบเรื่องนี้แล้วค่อยคิดบัญชีภายหลัง!
ด้วยเหตุนี้จอมมารทั้งสองจึงได้กลายป็นม้าลากรถที่ลากหลิงอิ่งขณะวิ่งไปด้วย
ความรู้สึกของหลิงอิ่งในตอนนี้เรียกว่าตื่นเต้นดีใจ หนวดของเขาแทบจะก้าวย่างอยู่บนพื้นดินแล้ว
เป็นความรู้สึกดีอย่างหนึ่ง มีคนลากเขาไป ราวกับกำลังเหาะเหิน!
ความโชคดีเพียงสิ่งเดียวคือพละกำลังของปีศาจโครงกระดูกพวกนี้ไม่ได้แข็งแกร่งอะไรมากนัก ฝืนออกแรงสุดแรงเกิดก็ได้แค่ระดับกายแห่งมรรคขั้นกลาง
ถึงแม้ว่าหงโต้วจะไม่อาจปลุกพลังชีวิตหรือพลังกายได้ แต่ลำพังแค่ผิวที่หนาเตอะและหยาบกระด้างของร่างกายที่ก่อตัวขึ้นจากหินนี้ ก็เพียงพอจะต้านทานการโจมตีของปีศาจโครงกระดูกได ด้โดยที่จะไม่ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีนี้อยู่แล้ว
แต่ประเด็นสำคัญไม่ใช่เรื่องของการได้รับบาดเจ็บหรือไม่ได้รับบาดเจ็บ ตอนนี้เขาโดนทหารต๊อกต๋อยกดตัวอยู่กับพื้น รุมกระหน่ำโจมตีอย่างบ้าคลั่ง แบบนี่ถือเป็นความอัปยศอดสูรูปแบบหนึ่ ง!
“ไส…หัว…ไป…” หงโต้วแผดเสียงคำรามกึกก้องด้วยความเดือดดาล ออกแรงตอบโต้ปีศาจโครงกระดูก สุดกำลัง ทว่ากลับไร้ผล ปีศาจโครงกระดูกนานาชนิดร้อยกว่าโครงต่างหลบหลีกได้ทัน…
ปีศาจโครงกระดูกร้อยกว่าโครง มีจำนวนครึ่งหนึ่งที่เดินผ่านหงโต้วไปเลย หมายจะจู่โจมพวกอันหลิน
ด้วยรูปการเช่นนี้ดูเหมือนว่า อันหลิน หลิวฉู่ฉู่ หลิงอิ่ง จงหลี่หาง คงเกอต่างก็จะต้องโดนปีศาจโครงกระดูกรุมเหยียบย่ำเช่นเดียวกัน
พวกเขาล้วนเป็นผู้แข็งแกร่งระดับแปลงจิต เป็นผู้ที่ได้รับความเคารพให้แผ่นดินใหญ่ ตอนนี้กลับโดนพวกปีศาจโครงกระดูกกากๆ สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันย่ำยี ความอัปยศอดสูที่ไม่เคยมีมาก่อน นก่อตัวขึ้นท่วมท้นหัวใจ
“น่ารังเกียจ…น่ารังเกียจ…รังแกจอมมารมากเกินไปแล้ว” จงหลี่หางสีหน้าไม่ยอม ปีศาจโครงกระดูกโครงใหญ่มหึมากระโจนเข้าใส่เขา กัดทึ้งขาทั้งสองข้างของเขาไม่หยุด
“อ๊าก...อย่าทำแบบนี้…” หลิวฉู่ฉู่โดนปีศาจโครงกระดูกงูเหลือมพันรัดลำตัวที่อรชรของนางไว้ ส้นเท้าลื่นไถลล้มลงกับพื้น นัยน์ตาทั้งสองข้างทอดมองไปยังผลึกหินต้นกำเนิดที่อยู่ห ห่างออกไปไม่ไกล ใบหน้าขาวนุ่มนวลแฝงไว้ด้วยสีหน้าไม่ยอม
อันหลินโดนปีศาจโครงกระดูกช้างพุ่งชน จากนั้นก็โดนฝูงปีศาจโครงกระดูกมนุษย์รุมเตะต่อย
คงเกอโดนปีศาจโครงกระดูกนกห่อหุ้มกายไว้ และโจมตีอย่างไม่หยุดยั้ง จนสุดท้ายคงเกอร่วงไปกองอยู่กับพื้น
หลิงอิ่งโดนปีศาจโครงกระดูกสุนัขพิทบูลรุมกัดหนวด เขากรีดร้องเสียงประหลาด
ไม่นานสีหน้าไม่ยอมของหลิวฉู่ฉู่ก็แข็งทื่อราวกับเห็นสิ่งที่ไม่คาดคิด
มีหญิงนางหนึ่งที่ถูกมองข้ามไป กำลังมุ่งตรงไปยังผลึกหินต้นกำเนิดอย่างไม่หยุดยั้ง
ทำไมเรือนร่างของนางถึงเล็กมากขนาดนั้น…
แต่ในสายตาของหลิวฉู่ฉู่ นางเป็นแสงดวงหนึ่งที่ถูกมองข้ามไป แสงดวงหนึ่งที่มุ่งไปสู่ชัยชนะ!
ทีน่าภูตน้อยผู้น่ารัก กระโปรงสีขาวพลิ้วไหว กำลังมุ่งตรงไปยังจุดหมายปลายทาง
เพราะโครงร่างที่สูงไม่ถึงสองเซนติเมตร หรืออาจเป็นเพราะนางตัวเล็กมากเกิน…ปีศาจโครงกระดูกพวกนั้นจึงมองข้ามนางไป ทีน่าแซงตำแหน่งของหงโต้วไปแล้ว กลายเป็นผู้ที่อยู่ในอันดับที หนึ่ง!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม