บทที่ 11 แก่นแท้แห่งจิตวิญญาณหมื่นปี… พรสวรรค์ที่เพิ่มขึ้นไปอีกขั้น!
“ลองใช้น้ำผึ้งวิญญาณต้นกำเนิดดูก่อนดีกว่า”
หลังจากฝังร่างโจวชี่ลงไปเรียบร้อยแล้ว ฉู่โม่วก็กลับไปยังโพรงใต้ต้นไม้และหยิบเอาน้ำผึ้งวิญญาณต้นกำเนิดขึ้นมาจิบดู
“ฮู่ว!”
ทันทีที่สิ่งนี้หลั่งไหลเข้าไปในร่างกาย มันก็ละลายและกระจายความร้อนไปทั่วทั้งแขนขาของเขา ลามลึกลงไปในกระดูกอย่างรวดเร็ว
หัวใจของชายหนุ่มเต้นแรงขึ้นราวกับกำลังจะระเบิด มันสูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงร่างกายราวกับเพิ่งผ่านการออกกำลังกายมา
พลังงานของเลือดอสูรที่ถูกกลืนกินไปก่อนหน้าก็พลอยถูกขับพลังออกมาอย่างรวดเร็วด้วย
เขารู้สึกเช่นนั้น
ฉู่โม่วไม่ปล่อยให้เวลาสูญเปล่า เขาเริ่มทำการใช้กระบวนท่าฝึกฝนร่างกายในทันที
เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก
เผลอเพียงครู่เดียว… เวลาก็ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงแล้ว
ฉู่โม่วผู้ฝึกกระบวนท่าพัฒนาร่างกายในขณะนี้มีเหงื่อไหลทั่วตัวไปหมด แต่แม้ว่าตัวเขาจะเหนื่อยเพียงใดก็ตาม เขาก็ยังคงฝึกต่อ!
อีกทั้งสายตาของเขายังเต็มไปด้วยความสดชื่นเสียอย่างนั้น
น้ำผึ้งวิญญาณต้นกำเนิดออกฤทธิ์เพียงหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น
ส่วนของเลือดอสูรที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย ซึ่งแต่เดิมไม่ได้ถูกกระตุ้นให้แสดงพลังออกมาเต็มที่ บัดนี้ก็พลอยถูกซึมซับไปทั่วร่างและสร้างพลังให้เขาด้วย
“ช่างเป็น… ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ!”
“ขนาดที่ทำให้เลือดอสูรที่ดื่มไปเมื่อสามวันก่อน ถูกนำมาใช้ได้ภายในหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น!”
“ถ้าฉันหาน้ำผึ้งวิญญาณต้นกำเนิดได้เรื่อย ๆ ล่ะก็… จะสามารถใช้เลือดอสูรได้อย่างไม่จำกัด!”
“แล้วถ้าเป็นแบบนั้น บางที… แค่ไม่ถึงเดือนฉันก็น่าจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ได้แล้ว!”
“ถ้าไม่ติดว่า…”
“น้ำผึ้งวิญญาณต้นกำเนิดเหลือแค่นิดเดียวเท่านั้น เต็มที่ก็น่าจะช่วยประคองการฝึกฝนของฉันไปได้สักสิบวันก็น่าจะเต็มกลืนแล้ว”
ตอนนี้น่ะมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อยอีก…
แต่จะให้กังวลจนไม่ใช้มันเลยก็ไม่ได้
หลังส่ายหน้าไล่ความลังเลออกไปแล้ว เขาก็หยุดการฝึกแล้วปาดเหงื่อที่หลงเหลืออยู่บนร่างกาย ก่อนจะหยิบเอาขวดเลือดของสัตว์อสูรขึ้นมากระดกดื่มไปอีกหนึ่งอึก
“เอาล่ะนะ!”
…
เช้าวันต่อมา
ฉู่โม่วเตรียมตัวให้พร้อมและเดินออกมาจากโพรงต้นไม้
การฝึกเมื่อคืนนี้ทำให้ชายหนุ่มต้องดื่มเลือดอสูรไปมากถึงสี่ขวด
เพราะผลลัพธ์นั้นเป็นสิ่งสำคัญ แม้จะต้องลงทุนมากหน่อยแต่ก็ไม่ถือว่าสูญเปล่า
เขาได้พลังกายเพิ่มมาขั้นต่ำก็ 0.22 ตันภายในคืนเดียว!
เช่นนั้นแล้วก็หมายความว่า…
ลำพังพลังกายของเขาเพียงอย่างเดียว มันก็มีมากถึง 1.7 ตันเข้าไปแล้ว!
แล้วถ้าใช้ร่วมกับธาตุสายฟ้าของเขา ฉู่โม่วค่อนข้างมั่นใจเลยว่ามันน่าจะสูงได้เฉียด 3.6 ตันเลยทีเดียว!
“ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพวกเด็กจากตระกูลใหญ่ถึงได้พัฒนาฝีมือกันได้เร็วขนาดนี้!”
“มีตัวช่วยมากมายแทบจะไม่มีจำกัด เหนื่อยแค่ไหนก็ฟื้นได้อย่างรวดเร็ว เผลอ ๆ ถ้าเด็กคนนั้นเป็นอัจฉริยะโดยกำเนิด เขาอาจจับทางถูกและกลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ได้ในเวลาอันสั้นด้วยซ้ำ!”
ชักจะอิจฉาเจ้าพวกเด็กในตระกูลใหญ่แล้วแฮะ…
ขณะนั้นเอง เขาแหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่สดใส
ฉู่โม่วหยิบเอาเศษเนื้อของสัตว์อสูรมาจากในถุงเก็บของ ทำการย่างและกินมันลงไป
ผ่านไปครึ่งชั่วโมง
“พร้อมเดินทางแล้ว!”
หลังจากที่เก็บสัมภาระใส่ถุงเก็บของเรียบร้อยแล้ว ฉู่โม่วก็ดับกองไฟและเตรียมตัวออกตามหาสมบัติต่อไป
ตามเส้นทางในแผนที่ ฉู่โม่วเดินทางเข้าไปในป่าทึบ และหนึ่งชั่วโมงถัดจากนั้น เขาก็จำเป็นต้องชะงักฝีเท้า
“ที่นี่เองสินะ!”
เขามองไปยังถ้ำใต้ดินที่ทรุดตัวลงไปชัดเจนกลายเป็นซากปรักหักพังตรงหน้า ฉู่โม่วก็บ่นพึมพำกับตัวเอง
ที่นี่เป็นรังของมังกรพสุธา สัตว์อสูรระดับ 3 ไม่ผิดแน่!
แม้ว่าทีมนักล่าสายลมจะตรวจสอบรังของมันเจอหลังจากลงมือสังหารไปแล้ว แต่ดูเหมือนสิ่งที่เร้นลับอยู่ในนั้นจะซ่อนได้ดีกว่าที่คิด และยังคงไม่ถูกพบเจออย่างแน่นอน
มันน่าจะเป็นเพราะจังหวะเวลา ผนวกกับที่โจวเฉิงเป็นผู้พบก่อนด้วย
ด้วยเหตุนี้ ฉู่โม่วจึงตัดสินใจเข้าไปในถ้ำ
ที่นี่ค่อนข้างลึกและมีสายลมถ่ายเทออกมาตลอดเวลา
แม้ไม่แน่ใจว่ามันจะลึกลงไปได้มากขนาดไหน แต่ในที่สุด เขาก็เดินทะลุมายังส่วนที่ลึกที่สุดของมันจนได้
ข้างในนี้เป็นถ้ำหินย้อยขนาดใหญ่
ด้านบนผนังถ้ำมีหินงอกหินย้อนยื่นแหลมออกมาทุกหนแห่ง จนไร้ซึ่งทางเดินต่อและไม่มีวี่แววจะพบสิ่งใด
แม้จะเห็นสภาพหนทางเบื้องหน้าแล้ว สีหน้าของฉู่โม่วยังคงสงบนิ่ง เขายื่นมือไปจับหินงอกที่ยื่นมาจากผนังถ้ำ ก่อนจะค่อย ๆ เคลื่อนกายไปข้างหน้ายิ่งขึ้นเรื่อย ๆ
จนกระทั่ง
“เจอแล้ว!”
แววตาของฉู่โม่วเป็นประกายเมื่อเห็นว่าพื้นที่ด้านหน้านี้ดูจะมีบางอย่างซ่อนอยู่ จากการที่มันเป็นผนังถ้ำที่ไม่มีหินย้อยเหมือนจุดอื่น ๆ เขาไล่มองหาสิ่งแปลกปลอมก่อนจะไปสะดุดเข้ากับหินก้อนเล็ก ๆ ก้อนหนึ่งที่ยื่นออกมาบริเวณใกล้กัน
“ไม่สิ แม้แต่ธาตุสายฟ้ากับธาตุลมในร่างกายเองก็เหมือนจะได้รับการเสริมพลังไปด้วย!”
“มีวิธีตรวจดูไหมนะ?”
ฉู่โม่วก้มหัวลงมองตามร่างกายของตนเอง ก่อนจะครุ่นคิดว่าจะทดสอบพลังใหม่ได้อย่างไร
ทว่าเพียงแค่คิดว่าจะทดสอบ เบื้องหน้าเขาก็ปรากฏเป็นกล่องข้อความขึ้นมา
[เป้าหมาย : ฉู่โม่ว]
[ระดับร่างกาย : พลังกายเนื้อระดับสูง]
[พรสวรรค์ : ธาตุสายฟ้าระดับ 2, ธาตุลมระดับ 2]
“นี่มัน!? ฉันสามารถตรวจสอบข้อมูลของตัวเองได้จริง ๆ ด้วย!”
“อย่างที่คิดเลย พลังกายเนื้อกับพรสวรรค์ของฉันขยับขึ้นมาแล้ว!”
แววตาของฉู่โม่วเป็นประกายอีกครั้ง เขากำลังมีความสุขสุด ๆ
พลังกายของเขาสูงขึ้นไปอีกระดับแล้ว จะมีก็แต่พรสวรรค์ที่ยังต่ำกว่าที่คิดนิดหน่อย
แต่ถ้าเทียบกับก่อนหน้านี้ ก็ถือว่าเขาพัฒนาตนเองมาได้มากเลยทีเดียว!
นอกจากนี้
ชายหนุ่มยังสังเกตเห็นด้วยว่าผิวพรรณของเขานุ่มลื่นขึ้น น่าจะเป็นผลมาจากเลือดลมภายในร่างกายไหลเวียนสะดวก
“สรุปแล้ว… เจ้าสิ่งนี้เป็นแก่นแท้แห่งจิตวิญญาณหมื่นปีจริง ๆ สินะ!”
ฉู่โม่วถอนหายใจด้วยความชื่นชม
แก่นแท้แห่งจิตวิญญาณหมื่นปีนี้ จะใช้ได้เพียงหนึ่งครั้งต่อหนึ่งคน หากผู้ที่เคยใช้ไปแล้วกลับมาใช้อีก ก็จะไม่ส่งผลอะไร
เนื่องจากบริเวณพื้นผิวของน้ำนมสีขาวนี้จะมีเยื่อบาง ๆ อยู่ชั้นหนึ่ง ซึ่งสิ่งนี้จะระบุว่าคนที่เข้ามาใช้มันนั้นเคยใช้มาก่อนแล้วหรือเปล่า
หลังจากคิดมาถึงตรงนี้ ฉู่โม่วก็ตัดสินใจตักเอาน้ำนมสีขาวบางส่วนมาเก็บเอาไว้
กรณีนี้จะไม่ถือว่าเขาใช้มัน และพลังของมันจะไม่ถูกทำลายไปด้วย
ทุกอย่างเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้
เมื่อไม่มีอะไรต้องทำแล้ว เขาจึงถอยออกมาเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ปลุกพลังคนอื่นใช้งานมันอีกในอนาคต
ฉู่โม่วถอยกลับออกมาทางเดิมที่ใช้เข้าไป
“ตอนนี้พรสวรรค์กับพลังกายก็เพิ่มขึ้นแล้ว”
“ถ้างั้นต่อจากนี้…”
“ก็เหลือแต่ต้องกำจัดพวกสัตว์อสูรและพัฒนาร่างกายตนเองต่อโดยใช้ฝีมือล้วน ๆ!”
“ฉันจะต้องใช้โอกาสนี้พัฒนาตนเองให้ได้มากที่สุด ก่อนที่ภารกิจไล่ล่าจะจบลง!”
…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์