บทที่ 12 ถึงเวลากลับ… พลัง 2.7 ตัน!
เพียงชั่วอึดใจ เวลาก็ผ่านไปสามวัน
วันนี้เป็นวันที่ทุกคนจะต้องกลับไปฟังประกาศผลภารกิจ
เหล่าเพื่อนร่วมคลาสที่คุ้นหน้าคุ้นตาต่างพากันเดินออกจากป่านอกฐาน และมารวมตัวกันที่จุดนัดพบ
ที่นั่นมีอาจารย์สองคนยืนรออยู่แล้ว
คะแนนของนักเรียนแต่ละคนค่อย ๆ ถูกประกาศออกมาเรื่อย ๆ
“เหมยกวงเต๋า 13 คะแนน”
“หยวนหานอี้ 6 คะแนน”
“ฮุ่ยหนิง 21 คะแนน”
“หลาวเฉิน 19 คะแนน”
…
หลังการประกาศผลเหล่านี้ คนที่ได้คะแนนสูงก็พากันหน้าชื่นตาบาน ในขณะคนที่ได้คะแนนต่ำก็พากันหมดอาลัยตายอยากไปตามระเบียบ
ทว่า
ไม่ว่าใครจะได้คะแนนเท่าไหร่ พวกเขาก็ไม่คิดว่าตนจะได้ที่หนึ่งแต่อย่างใด
ยังไงเสียมันก็เหมือนถูกล็อกไว้ให้โจวชี่ คนที่แข็งแกร่งที่สุดในคลาสเรียนอยู่แล้ว
ทว่าเขาคนนั้นกลับไม่ปรากฏตัวเสียได้
ทุก ๆ คนต่างอยากรู้ว่าคะแนนของโจวชี่ หรือที่หนึ่งของคลาสนั้นจะสูงเพียงใด
และด้วยชุดความคิดเช่นนี้ในหัว นักเรียนทุกคนในคลาสจึงหันเหความสนใจไปยังป่าที่ไร้วี่แววการตอบสนองอย่างพร้อมเพรียงกัน
แม้แต่อาจารย์ผู้สอนยังต้องหันไปมอง
อย่างไรก็ตาม เวลาล่วงเลยผ่านไป อีกไม่ช้า… ก็จะหมดเวลานัดพบแล้ว แต่ถึงอย่างนั้น กลับยังไม่มีวี่แววว่าโจวชี่จะเดินออกมาแต่อย่างใด สถานการณ์เช่นนี้ทำให้ความรู้สึกของเหล่านักเรียนเปลี่ยนไปทีละนิด
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทำไมโจวชี่ยังไม่ออกมาอีกล่ะ?”
“หรือว่าเขา…”
“เป็นไปไม่ได้! โจวชี่น่ะเป็นผู้ปลุกพลังที่แข็งแกร่งที่สุดในคลาสเราเลยนะ! ไม่มีทางที่จะเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นได้หรอก!”
“แต่ในป่ามันอันตรายมากนะ จะมีเรื่องเลวร้ายแบบไหนรออยู่ก็ไม่รู้ บางทีโจวชี่อาจจะโชคไม่ดี…”
ในขณะที่เหล่านักเรียนกำลังพูดคุยกันเรื่องนี้
ตอนนั้นเอง ร่างสูงก็โผล่ออกมาจากป่านอกฐาน
ครั้นได้ยินเสียแซกแซกของพุ่มไม้ ทุกคนก็พลันหันไปมองด้วยความตื่นตกใจ และคาดหวังว่าเจ้าของเสียงนั้นจะเป็นโจวชี่ที่เดินออกมา
ทว่าภาพตรงหน้ากลับทำให้พวกเขาผิดหวัง
“แก… ฉู่โม่วหรอกเหรอ?”
“ทำไมไอ้ขยะนี่ถึงยังรอดมาได้น่ะ?”
“ไม่จริงน่า!”
ฉู่โม่วไม่สนใจถ้อยคำดูถูกแต่อย่างใด เขาตรงไปหาอาจารย์ทั้งสอง ก่อนจะวางถุงเก็บของที่ถือติดมือมาด้วยลงตรงหน้า “อาจารย์ครับ นี่เป็นของล้ำค่าที่ผมหามาได้”
อาจารย์ทั้งสองมองหน้ากันเองแล้วค่อย ๆ เปิดถุงเก็บของออกมา สิ่งที่อยู่ภายในนั้นทำเอาพวกเขาตกตะลึง หลังพินิจพิจารณาอย่างรอบคอบ ก็ประกาศออกมาด้วยความตกใจ “ทั้งหมด 103 คะแนน!”
สิ้นเสียง เหล่านักเรียนที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างพากันตกตะลึงและปฏิเสธที่จะเชื่อ
103 คะแนนถือว่ามากที่สุดในบรรดาทุกคนที่เข้ามาถึงก่อนหน้าเลยนะ!
ดังนั้นแล้ว ถ้าเกิดโจวชี่ไม่ออกมาล่ะก็ ฉู่โม่วจะได้ที่หนึ่งในภารกิจครั้งนี้ไปจริง ๆ!
แต่มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน!
ทั้ง ๆ ที่มันชัดเจนแล้วว่าฉู่โม่วไอ้ขยะไร้ค่าที่ไม่มีแม้กระทั่งพลังกายเนื้อด้วยซ้ำ แล้วจะไปหาทรัพยากรอสูรมาจากไหนเยอะแยะแบบนี้!
แล้วโจวชี่ที่ขึ้นชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดล่ะ?
“ฉู่โม่ว เธอเห็นโจวชี่ในป่าบ้างหรือเปล่า?”
อาจารย์ผู้ตรวจคะแนนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถาม
แน่นอนว่าชายหนุ่มคงจะพูดความจริงไม่ได้ เขาจึงส่ายหน้าแล้วตอบว่า “ไม่ครับ”
“อย่ามาโกหกนะ!”
ทันใดนั้น อาจารย์หลี่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ตวาดออกมา “ถ้างั้นเธอไปหาซากอสูรเหล่านี้มาจากไหนตั้งเยอะตั้งแยะ!”
“เห็นอย่างนี้ ผมก็มีความพยายามนะครับ เพราะงั้นมันต้องมาจากน้ำพักน้ำแรงของผมอยู่แล้ว”
ฉู่โม่วกล่าวอย่างใจเย็น
ไม่มีใครเชื่อสิ่งที่เขาพูดสักคน
เพราะเป็นที่รู้กันดี ว่าฉู่โม่วไม่มีพลังกายใด ๆ เขาเป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น
หากจะให้เดา เหตุผลเดียวที่พอเป็นไปได้สำหรับเรื่องนี้ก็คือ ฉู่โม่วเอาซากอสูรเหล่านี้มาจากโจวชี่ซึ่งอาจจะประสบกับอุบัติเหตุบางอย่างในป่า เป็นแค่คนโชคดีที่เจอของที่โจวชี่ทำตกเอาไว้เท่านั้น
“ดูเหมือนว่าโจวชี่จะประสบเหตุบางอย่างในป่าจริง ๆ แล้วน่าจะเป็นอะไรที่ร้ายแรงมากด้วย”
อาจารย์ทั้งสองอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ และรู้สึกเสียดายไปตามกัน
ในสายตาพวกเขา โจวชี่ถือเป็นเมล็ดพันธุ์แห่งความหวังที่มีโอกาสจะได้เป็นสมาชิกหนึ่งในคลาสพิเศษมากที่สุด
ไม่คาดคิดเลยว่าจะต้องมาจบชีวิตในภารกิจไล่ล่าด้วยการเป็นอาหารสัตว์อสูรเช่นนี้
แต่ก็ไม่มีใครสงสัยเลยว่าโจวชี่ถูกฉู่โม่วฆ่า
ตึง!
ฉู่โม่วต่อยเข้าไปที่เครื่องวัดความแข็งแกร่งตรงหน้า หลังเสียงปะทะรุนแรงนั้น กระทั่งเครื่องวัดพลังยังสั่นสะท้านไปหมด
ไม่นานเกินรอ จอแสดงผลด้านบนเครื่องวัดก็เผยค่าพลังออกมา
2.73 ตัน!
นี่แค่พลังกายเพียว ๆ ยังสูงถึง 2.73 ตัน!
เขาน่าจะเข้าสู่ขั้นผู้ปลุกพลังระดับสูงแล้วจริง ๆ!
ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าใช้ธาตุสายฟ้าช่วยเสริมพลังมันจะขนาดไหน!
เพราะเดิมที ธาตุสายฟ้าระดับ 2 ที่มีนั้นก็จะมอบพลังเพิ่มให้สองเท่าอยู่แล้ว
และตอนนี้เขายังได้รับพลังจากแก่นแท้แห่งจิตวิญญาณหมื่นปี จนทำให้ธาตุสายฟ้าพลอยพัฒนาไปด้วย ดังนั้นเป็นไปได้ว่าหากใช้พลัง ค่าที่วัดได้อาจจะเพิ่มไปสี่เท่าเลยก็ได้!
หรือจะให้พูดง่าย ๆ
ตอนนี้หมัดของฉู่โม่ว มีพลังสูงมาก อย่างน้อย ๆ ก็น่าจะมากกว่า 9 ตันแน่นอน!
เขาไม่มั่นใจนักว่านี่พอจะเรียกว่าน่ากลัวได้หรือยัง?
ในวันสุดท้ายก่อนที่ภารกิจจะจบลง ชายหนุ่มก็ทดสอบกับการต่อยหินขนาดที่ใหญ่กว่าตัวเองถึงสองเท่าไป
และผลก็คือ หินทั้งก้อนแหลกสลายเป็นฝุ่นผงในพริบตา!
อีกทั้งธาตุลมที่มียังทำให้ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นมาอีกเกือบห้าเท่า ต่อให้อีกฝ่ายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลาง เขาก็มั่นใจว่าจะสามารถต่อกรได้!
ในตอนนี้
ปริมาณน้ำผึ้งวิญญาณต้นกำเนิดยังเหลือพอดื่มได้อีกราวหกวัน
นอกจากนี้ก็ยังมีเลือดของสัตว์อสูรระดับ 2 อีกหกขวด และเลือดของสัตว์อสูรอื่น ๆ อีกยี่สิบสามขวด
ด้วยการใช้ทรัพยากรเหล่านี้
ควบคู่ไปกับการฝึกพลังกายเนื้อระดับสูง ฉู่โม่วมั่นใจว่าตัวเองจะสามารถเข้าสู่ขั้นผู้ฝึกยุทธ์ได้ภายในสิบวัน!
หากไม่มีอะไรผิดพลาด ต่อให้โจวเฉิงที่เป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงมายืนอยู่ตรงหน้า เขาก็มั่นใจว่าตนเองไม่เสียเปรียบอีกฝ่ายอย่างแน่นอน!
“ได้เวลาฝึกซ้อม!”
“ในเวลาสั้น ๆ นี้! ฉันจะต้องก้าวขึ้นเป็นผู้ฝึกยุทธ์ให้ได้!”
หลังจากร่างคำปฏิญาณตนแล้ว ฉู่โม่วก็รีบตอกย้ำมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่ในใจ
เขาถวายทั้งหัวใจและจิตวิญญาณดวงนี้ ทุ่มเทพัฒนาให้ตัวเองแข็งแกร่งที่สุด!
…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์