เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 154

บทที่ 154 กบฏและผู้รอดชีวิต

ลึกเข้าไปในรอยแยกมิติ

ภายในซากที่เคยเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์มาก่อน ในตอนนี้มีร่างของสิ่งมีชีวิตที่คล้ายมนุษย์มากมายกำลังคุกเข่าอยู่บนพื้นด้วยความเคารพ

ถึงแม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะเหมือนมนุษย์

แต่พวกมันมีอวัยวะบางส่วนที่เหมือนอสูร ไม่ว่าจะเป็นปีกที่งอกออกมาจากกลางหลังหรือแขนขาที่มีกรงเล็บแหลมคมงอกออกมา บางตนก็มีเขางอกจากหัวด้วย

เบื้องหน้าของพวกมันนี้ มีสิ่งมีชีวิตที่มีครึ่งตัวด้านล่างเป็นมังกร และครึ่งตัวด้านบนเป็นมนุษย์ ทว่าในตอนนี้ร่างกายของมันถูกฝังไว้ในรากไม้ที่แข็งแกร่งมาก ๆ เมื่อหันมองเหล่าผู้ที่คุกเข่าอยู่ด้านหน้า สิ่งมีชีวิตประหลาดก็กล่าวเสียงดัง

“ยี่สิบปี!”

“กว่ายี่สิบปีแล้วที่สำนักหมื่นอสูรของข้าถูกพวกมนุษย์กดลงให้ตกต่ำ! ข้าทำได้เพียงหลบซ่อนตัวอยู่ภายในนี้ โดยที่ไม่สามารถช่วยเหลือใครในสำนักได้เลย… ตอนนี้ มันถึงเวลาแล้วที่ข้าจะเอาคืน!”

“งานของพวกเจ้าในตอนนี้ คือการนำกองทัพอสูรที่อยู่ภายในรอยแยกมิตินี้บุกเข้ายึดครองฐานจินหลิงให้ได้!”

“จากนั้น…”

“พวกเราจะใช้ฐานจินหลิงเป็นฐานที่มั่น เพื่อที่จะต้อนรับนายเหนือหัว! เมื่อเวลานั้นมาถึง ภายใต้การชี้นำของนายเหนือหัว พวกเราจะสามารถกวาดล้างฐานของพวกมนุษย์ทั้งหมด และยึดเอาโลกใบนี้เป็นของพวกเราได้อย่างแน่นอน!”

พูดเช่นนั้นแล้ว เหล่าครึ่งมนุษย์อสูรก็พากันส่งเสียงร้องคำราม

“กวาดล้างฐานของมนุษย์ทั้งหมด แล้วยึดเอาโลกใบนี้มาเป็นของพวกเรา!”

“กวาดล้างฐานของมนุษย์ทั้งหมด แล้วยึดเอาโลกใบนี้มาเป็นของพวกเรา!”

ด้วยการพูดอย่างพร้อมเพรียงกันของอสูรกว่าร้อยตนนี้ ทำให้เสียงของพวกเขากึกก้องไปทั่วแดนดิน

พวกเขาทั้งหมดนี้เป็นศิษย์สำนักหมื่นอสูร ก่อนหน้านี้แฝงตัวไปกับเหล่ามนุษย์ที่อยู่ในรอยแยกในฐานะคนธรรมดาไม่ก็ผู้ปลุกพลัง พวกมันใช้จังหวะนี้ในการสังหารผู้ที่มาจากโลกภายนอกทีละคนสองคน และเพราะมีการสูญหายและล้มตายเกิดขึ้นทุกวันในมิติรอยแยก จึงทำให้หากมีใครถูกฆ่าไป มนุษย์ก็จะไม่รู้ว่ามีความผิดปกติอยู่ภายในนี้

หลังจากที่ผ่านมาหลายปี

ศิษย์สำนักหมื่นอสูรเหล่านี้ก็เริ่มรวบรวมกำลังคนเพิ่มและพัฒนาความแข็งแกร่งไปเรื่อย ๆ ขณะเดียวกันก็เพาะเลี้ยงเหล่าสัตว์อสูรภายในรอยแยกให้เชื่อฟังคำสั่งตนและรอวันที่จะถูกเรียกรวมพลอีกครั้งจากทางสำนัก

และไม่นานนัก

ผู้ปลุกพลังจากสำนักหมื่นอสูรก็ได้ทำการติดต่อเข้ามาและบอกให้พวกเขาเตรียมการโต้กลับมนุษยชาติได้เลย

ด้วยเหตุนี้ ทัพสัตว์อสูรขนาดใหญ่จึงได้เข้าทำลายที่พักของมนุษย์ที่อยู่ภายในรอยแยกมิตินี้ทันที

อย่างไรก็ตาม แม้จะโจมตีแคมป์ของมนุษย์ไปเรียบร้อยแล้ว แต่พวกเขาก็ยังคงรอยู่ภายในมิติดังเดิม

นี่มันไม่ใช่เรื่องปกติ!

ภายหลังจากที่ยึดครองรอยแยกมิติแห่งนี้ได้แล้ว หากเป็นตามปกติแล้วสัตว์อสูรเหล่านี้ควรจะรีบหนีออกมานอกมิติทันทีที่มีโอกาส ทว่ามันกลับเฝ้ารออย่างใจเย็น

รอให้มนุษย์ส่งกำลังคนเข้ามา เพื่อที่พวกมันจะได้ดักฆ่าในมิตินี้ได้!

และในตอนนี้…

“ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของมนุษย์ที่น่ารังเกียจ!”

“พวกมันกำลังเข้ามาในนี้แล้ว!”

“สำนักสวรรค์บอกให้พวกเรากำจัดพวกมนุษย์เหล่านี้ให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่คนเดียว!”

ชายลูกครึ่งมนุษย์อสูรตะโกนเสียงดัง

ได้ยินเช่นนั้น เหล่าลูกครึ่งมนุษย์อสูรคนอื่น ๆ ก็กู่ก้องตะโกนออกมาพร้อม ๆ กัน

“เยี่ยมไปเลย!”

“ทำทุกอย่างไปตามแผน!”

มนุษย์มังกรพยักหน้า จากนั้นก็เริ่มส่งมอบหน้าที่ให้กับอสูรตนอื่น ๆ ศิษย์สำนักหมื่นอสูรนับล้านตนรับทราบคำสั่งต่อ ๆ กัน จากนั้นจึงแยกย้ายกันออกไปเป็นกลุ่ม ๆ

เมื่อทุกตนแยกย้ายกันไปแล้ว

ครึ่งอสูรผู้เป็นนายใหญ่ ณ ตอนนี้ก็เหม่อมองออกไปด้านหน้า เขาพึมพำด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “ครั้งนี้แหละ ข้าจะล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ให้สิ้น!”

“มีเพียงอสูรเท่านั้นที่จะมีอนาคตรุ่งโรจน์ในภายภาคหน้าได้!”

อีกฟากหนึ่ง

ฉู่โม่วกำลังมองสถานการณ์เบื้องหน้าอยู่เช่นกัน

พื้นที่กว้างด้านหน้าเขานี้ แต่เดิมเคยเป็นที่ตั้งของแคมป์ฐานขนาดเล็กของมนุษย์มาก่อน แต่ในตอนนี้มันกลายเป็นเพียงซากปรักหักพังไปแล้ว บนพื้นดินมีแต่เพียงซากของอดีตมนุษย์กระจัดกระจายอยู่เต็มไปหมด

“บ้าเอ๊ย!”

“ไอ้พวกสำนักหมื่นอสูร!”

เห็นเช่นนั้น

ผู้ปลุกพลังที่เพิ่งจะมาถึงก็รู้สึกไม่พอใจกับการกระทำอันป่าเถื่อนนี้ของศัตรูทันที

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะรู้ว่ารอยแยกนี้มันหลุดออกจากการควบคุม จุดจบของมนุษย์และผู้ปลุกพลังภายในรอยแยกคงไม่ดีนัก จึงได้ทำใจไว้แล้วว่าอาจจะต้องมาพบเจออะไรบ้าง

ทว่า…

เมื่อมาเห็นภาพเหล่านี้ด้วยตาของตนเอง หัวใจของพวกเขาก็ยังคงรู้สึกเจ็บปวดหนักหนา

ความร้ายกาจของเหล่าอสูรภายในรอยแยกมิติระดับสีดำนั้น อันตรายยิ่งกว่ารอยแยกระดับสีเหลืองเป็นอย่างมาก

ตั้งแต่ที่ฐานจินหลิงเริ่มพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาหลายทศวรรษ ทรัพยากรที่อยู่ภายในรอยแยกนี้มีมูลค่าสูงมาก ๆ จึงทำให้ผู้ปลุกพลังหลายคนเข้ามาที่นี่เพื่อหาของต่าง ๆ สำหรับไปสร้างรายได้ให้ตนเอง รวมไปถึงคนธรรมดาบางคนเองก็เลือกที่จะมาเปิดร้านค้าภายในฐานที่ตั้งภายในรอยแยกมิตินี้ด้วย

เพราะงั้นแล้ว ฐานภายในรอยแยกแห่งนี้ จึงมีประชากรมนุษย์อยู่ไม่ต่ำกว่าแสนคน!

และในตอนนี้…

ดูเหมือนว่าสิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุด มันได้เกิดขึ้นมาแล้ว

“สถานการณ์ที่นี่ย่ำแย่กว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก!”

บรรพบุรุษตระกูลหมัวพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด น้ำเสียงของเขาหนักแน่นและเจ็บปวด “พวกเรา… จะดำเนินตามแผนต่อ แยกย้ายกันไปตามหาศิษย์สำนักหมื่นอสูรให้พบเจอโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ หรือถ้าพบเจอร่องรอยอะไรก็แจ้งมาได้เลย!”

“นอกจากนี้…”

เขาพูดเสริมหลังเงียบไปครู่หนึ่ง “หากพบเจอผู้รอดชีวิต พยายามช่วยพวกเขาไปยังที่ปลอดภัยให้ได้!”

ถึงแม้ว่าตามปกติแล้ว หากพบเจอกับผู้ปลุกพลังคนอื่น ๆ ในรอยแยกมิติเช่นนี้ พวกเขาจะฆ่ากันเองเพื่อแย่งทรัพยากร จะมีก็แต่คนธรรมดาเท่านั้นที่ได้รับข้อยกเว้น เว้นแต่ว่าคนธรรมดาพวกนั้นจะทำตัวยั่วยุก่อน

นอกจากนี้แล้ว มันยังมีกฎพิเศษที่ฐานจินหลิงตั้งขึ้นมาเพื่อคอยควบคุมอีกด้วย

นั่นก็คือ หากผู้ปลุกพลังสู้กันเอง ตราบใดก็ตามที่ไม่ทำให้เกิดความเสียหายหรือประเจิดประเจ้อมากเกินไป ทางฐานจะหลับตาข้างเดียวในการพิจารณาเรื่องนี้

ทว่าหากเป็นคดีที่ผู้ปลุกพลังหันไปทำร้ายคนธรรมดาโดยไม่มีเหตุผล ผู้ปลุกพลังคนนั้นจะถูกนำไปสอบสวนและตรวจสอบอย่างเคร่งครัดทันที

เหตุที่เป็นแบบนี้ก็เพราะ

ภายหลังจากที่โลกได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ประชากรของมนุษย์ก็เหลือรอดมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น!

แม้ว่าคนธรรมดาทั่วไปจะไม่ได้มีบทบาทอะไรในการสู้กับสัตว์อสูรก็จริง

แต่พวกเขาก็ถือเป็นผู้ให้กำเนิดเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่สำคัญ

การที่จะยืนหยัดสู้กับสัตว์อสูรและทวงคืนแผ่นดินคืนมา ผู้ปลุกพลังจำเป็นต้องมีจำนวนและความแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

พวกคุณคิดว่าพวกเขาจะหาคนเหล่านี้ได้จากอะไรกัน?

แน่นอน ว่าต้องมาจากฐานที่มีประชากรหนาแน่นอยู่แล้ว!

หากไร้ซึ่งกฎสำหรับควบคุมการใช้พลังกับคนธรรมดาแล้ว เพียงแค่ระเบิดพลังสูงสุดออกมา บางครั้งมันก็สามารถทำให้คนธรรมดาถูกฆ่าตายได้อย่างง่ายดาย

และถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้

ภายในเวลาไม่กี่ปี คนธรรมดาได้สูญพันธุ์กันหมดแน่ ๆ ผลกระทบของมันก็จะยิ่งทำให้อัตราการเกิดใหม่ของผู้ปลุกพลังมีน้อยลงไปด้วย

เพราะงั้นแล้ว

ยามที่ได้ยินคำสั่งของบรรพบุรุษตระกูลหมัว พวกเขาก็พยักหน้าและเข้าใจถึงปัญหานี้เป็นอย่างดี

เมื่อเห็นว่าทุกคนเข้าใจจุดประสงค์แล้ว บรรพบุรุษตระกูลหมัวก็เริ่มมอบหมายงานต่าง ๆ ต่อ

ภายในรอยแยกมิตินี้ มีฐานขนาดเล็กใหญ่รวม ๆ กันแล้วก็ประมาณเจ็ดถึงแปดฐานกระจายตัวกันอยู่ ทุก ๆ ฐานจำเป็นต้องมีการสำรวจ ดังนั้นแล้วเขาจึงจะแบ่งกลุ่มจ้าวยุทธ์และนายพลเมืองไปยังตำแหน่งที่ตั้งฐานเหล่านี้

หลังจากที่มอบหมายตำแหน่งของฐานเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาแบ่งคน

เพราะจากการโจมตีของสัตว์อสูรกว่าร้อยตน มันก็ทำให้ค่ายกลเวทเริ่มสั่นสะเทือนและเกิดรอยร้าวราวกับว่าจะไม่สามารถทนการโจมตีไปได้นานกว่านี้แล้ว

หากเวลานั้นมาถึงละก็ บางทีอาจจะไม่เหลือผู้รอดชีวิตกลับออกไปเลยก็ได้

“ค่ายกลเวทกำลังจะแตกออกแล้ว!”

“สู้!”

“เราต้องสู้กับสัตว์อสูรพวกนี้!”

ภายในความวุ่นวาย

ผู้ปลุกพลังส่วนใหญ่เริ่มจะหน้าถอดสีกันแล้ว พวกเขายังคงพยายามกัดฟันข่มความกลัวไว้

ท่ามกลางจำนวนคนที่รอดทั้งหมด มีผู้ปลุกพลังราว ๆ สิบสองคนเท่านั้น แถมระดับพลังที่แข็งแกร่งที่สุดยังเป็นเพียงระดับปรมาจารย์ยุทธ์เท่านั้นด้วย

แต่ในเมื่อเป็นผู้ปลุกพลังแล้ว

ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ จะให้เขาไปหลบอยู่หลังเด็ก สตรี และคนชราได้อย่างไร?

ตู้ม!!

ด้วยเสียงระเบิดดังกึกก้อง

ในที่สุดค่ายกลที่คอยปกป้องพวกเขาก็แตกออก

สัตว์อสูรที่ร้ายกาจกว่าร้อยตนบุกเข้ามาทันที พวกมันอ้าปากกว้างขณะพุ่งเข้าใส่มวลมนุษย์

ในสายตาของพวกมัน

สิ่งที่อยู่เบื้องหน้านับพันก็คืออาหารชั้นยอด!

เมื่อเห็นเช่นนั้น

เหล่าคนธรรมดาต่างก็พากันหลับตาด้วยความสิ้นหวัง

ในส่วนของผู้ปลุกพลังที่อยู่ด้วย พวกเขากระตุ้นความกล้าที่เหลืออยู่ของตนเองทั้งหมด แล้วโถมเข้าใส่เพื่อปกป้องคนที่อยู่ด้านหลังอย่างเอาเป็นเอาตายด้วยเช่นกัน

ทว่า…

ตอนนั้นเอง!

ตู้ม!

ทันใดนั้น

เสียงระเบิดก็ดังขึ้นอีก

จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องของสัตว์อสูร

“นั่นมัน…”

ทุกสายตามองตามเสียงด้วยความประหลาดใจ พวกเขาลืมตาขึ้นมาโดยไม่ต้องสั่งด้วยซ้ำ

สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าพวกเขา

คือร่างร่างหนึ่งที่ทำให้สัตว์อสูรไม่สามารถฝ่าเข้ามาได้

ชายหนุ่มผู้นี้ ชายผู้สวมชุดสีดำกำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศ

ทั่วร่างของเขามีกระแสไฟฟ้าสีม่วงปรากฏขึ้น และทุกครั้งที่กวาดฝ่ามือ ก็จะเกิดสายฟ้าฟาดเข้าโจมตีสัตว์อสูรจนกลายเป็นเถ้าธุลีไปด้วย

“นี่มัน…”

“กำลังเสริม!”

“กำลังเสริมของพวกเรามาแล้ว!”

หลังจากที่ได้สติกลับคืนมา มนุษยชาติก็เริ่มยิ้มออกมาได้อีกครั้ง

พวกเขากอดกันเองอย่างแน่นแฟ้นพร้อมทั้งหลั่งน้ำตาแห่งความสุขออกมา

ได้กลายเป็นผู้รอดชีวิตจริง ๆ แล้ว!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์