บทที่ 173 หินปฐมกาลระดับสูง และพฤกษาเพลิงดอกผลึก!
ได้ยินดังนั้น ฉู่โม่วก็หรี่ตาลง
ในเมื่ออาไต๋บอกว่าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของอณูแห่งชีวิตที่ผันผวนอยู่ใกล้ ๆ นี้ แสดงว่าที่นี่ยังมีสมบัติอื่นซ่อนอยู่อีกแน่!
คิดได้ดังนั้น
โดยไม่ลังเล ฉู่โม่วก็วาดกระบี่แล้วเริ่มขุดลงไปเบื้องหน้าต่อทันที
หินที่อยู่ด้านหน้าเขานั้นมืดสนิท มันแข็งมาก… แข็งขนาดที่หากปรมาจารย์ยุทธ์บางคนมา คงต้องใช้แรงทั้งหมดที่มีในการทำลายมัน เผลอ ๆ อาจจะไม่แตกสลายด้วย ทว่าภายใต้การฟันของฉู่โม่ว หินก้อนนี้ไม่ใช่ปัญหาอะไรอยู่แล้ว
เขาสามารถตัดมันได้ไม่ต่างอะไรกับตัดเต้าหู้…
ไม่นานนัก
หลุมที่ถูกขุดเพิ่มก็กลายเป็นอุโมงค์ที่มีระยะทางยาวหลายกิโลเมตรไปแล้ว
และในตอนนั้นเอง ต่อให้อาไต๋ไม่ได้ย้ำเตือนอะไร ฉู่โม่วเองก็สามารถสัมผัสได้ถึงคลื่นอณูแห่งชีวิตที่แปรผันอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตรงนี้แล้วเช่นกัน
ความเหนื่อยถูกสลายเป็นปลิดทิ้ง และแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นในการขุดโพรงอุโมงค์นี้ต่อไปแทน
ครืน!
ในที่สุด เมื่อปลายกระบี่ตวัดจากบนจรดล่างอีกครั้ง ยามที่หินตรงหน้าแตกออก เขาก็ได้ยินเหมือนอะไรบางอย่างถล่มลงมา
และแล้ว สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าก็ทำให้ดวงตาของเขาเป็นประกาย
ราวกับว่ามันมีแสงส่องสะท้อนกลับมาจากด้านหน้านั้น
กลิ่นอายของอณูแห่งชีวิตที่รุนแรง ราวกับว่าด้านในมีสมบัติแห่งโลกและสวรรค์ถูกเก็บงำไว้อยู่จำนวนมาก …ยิ่งเดินตามกลิ่นอายนี้ลึกเข้าไปเท่าไหร่ มันก็ยิ่งรุนแรงและห่อหุ้มร่างของเขามากขึ้นเท่านั้น
ยามที่สูดดมกลิ่นเหล่านี้เข้าไป เลือดและอณูแห่งชีวิตภายในร่างกายก็เริ่มพลุ่งพล่านอย่างบ้าคลั่ง
อย่างกับว่าภายในร่างกายของเขากำลังเกิดภูเขาไฟระเบิดขึ้นมา
‘อณูแห่งชีวิตรุนแรงอะไรขนาดนี้นะ!’
สีหน้าของฉู่โม่วดูจะตกใจกับสิ่งนี้มาก ๆ
หากมองไปโดยรอบ …เขาจะสามารถมองเห็นแร่ผุดขึ้นมาอยู่มากมาย พวกมันเป็นแร่หินปฐมกาลทั้งหมด ทว่ากลับดูแตกต่างจากแร่หินปฐมกาลระดับกลางอย่างมาก ภายในแร่แต่ละก้อนมีอณูแห่งชีวิตอัดแน่นอยู่มาก ก้อนหนึ่ง ๆ ของแร่หินพวกนี้มีอณูแห่งชีวิตมากกว่าแร่หินปฐมกาลระดับกลางถึงร้อยเท่าเลยทีเดียว!
‘นี่มัน…’
‘หรือว่าจะเป็นแร่หินปฐมกาลระดับสูงเหรอ!?’
ฉู่โม่วเหมือนจะสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง แววตาของเขาดูตกอกตกใจไม่น้อยเลย!
แร่หินปฐมกาลระดับสูง!
สิ่งเหล่านี้คือหินปฐมกาลที่มีมูลค่ามากที่สุด ซึ่งสามารถพบเห็นได้เพียงเหมืองแร่ปฐมกาลเท่านั้น แต่ละชิ้นของแร่หินปฐมกาลระดับสูงนี้มีอณูแห่งชีวิตสูงกว่าแร่หินปฐมกาลระดับกลางถึงร้อยเท่า นั่นหมายถึง มันมีค่าสูงกว่าแร่หินปฐมกาลระดับต่ำถึงหมื่นเท่า! และด้วยอณูแห่งชีวิตที่อัดแน่นขนาดนี้ ผู้ปลุกพลังขั้นราชันย์ยุทธ์สามารถใช้มันเพิ่มพลังได้สบาย ๆ เลย!
เพราะงั้น
แร่หินปฐมกาลระดับสูงทุกชิ้นจึงเป็นสิ่งที่หายากมาก และมันเป็นไปไม่ได้เลยที่เหล่าคนธรรมดาหรือผู้ปลุกพลังทั่วไปจะได้ครอบครองมันไว้
จะมีก็แต่เหล่าราชันย์ยุทธ์เท่านั้นที่คู่ควร!
ฉู่โม่วไม่เคยคิดเลยว่า อุโมงค์แห่งนี้จะเป็นเหมืองแร่มาก่อน และมันยังให้กำเนิดหินปฐมกาลระดับสูงเช่นนี้ไว้อีกด้วย!
ด้วยเหตุที่ว่า
ต่อให้เป็นเหมืองแร่ขนาดใหญ่ก็ยังแค่ ‘มีโอกาส’ ให้กำเนิดแร่หินปฐมกาลได้เท่านั้น แต่ต่อให้เหมืองเหล่านั้นมีแร่หินปฐมกาลระดับสูงเกิดขึ้นมา มันก็มีเพียงเล็กน้อย
ผิดกับที่นี่…
จากการสำรวจคร่าว ๆ ของฉู่โม่ว ภายในเหมืองแห่งนี้น่าจะมีหินปฐมกาลระดับสูงสะสมกันอย่างน่อย ๆ ก็น่าจะล้านชิ้นแน่ ๆ !
หากนำมันไปแปรสภาพเป็นหินปฐมกาลระดับต่ำ จะได้ไม่ต่ำกว่าหมื่นล้านชิ้นต่อก้อนเลยทีเดียว!
ทว่ามูลค่าของแร่หินปฐมกาลระดับสูงไม่สามารถประเมินได้ด้วยวิธีนี้
ถึงแม้ว่าหินปฐมกาลระดับสูงจะมีอณูแห่งชีวิตสะสมอยู่มากกว่าหินปฐมกาลระดับต่ำถึงหมื่นเท่า อณูแห่งชีวิตที่อยู่ในหินปฐมกาลระดับต่ำก็ไม่ได้บริสุทธิ์นัก ซึ่งต้องใช้เวลามากกว่าจะทำให้อณูแห่งชีวิตภายในแร่หินระดับต่ำลดความไม่บริสุทธิ์ลงไปให้ได้มากที่สุด
ผิดกับอณูแห่งชีวิตที่อัดแน่นอยู่ในแร่หินปฐมกาลระดับสูง พวกมันมีความบริสุทธิ์กว่ามาก ๆ ซึ่งหากผู้ปลุกพลังนำมันไปใช้ดูดซึมละก็ เขาจะสามารถดึงเอาอณูแห่งชีวิตของมันไปใช้ได้ง่ายกว่า และไม่ต้องเสียเวลามาชำระล้างความไม่บริสุทธิ์ของมัน
ดังนั้นแล้ว
มูลค่าของหินปฐมกาลระดับสูงพวกนี้จึงสูงกว่ามาก ๆ
หากคุณต้องการนำหินปฐมกาลระดับสูงไปแลกเปลี่ยน
หินปฐมกาลระดับสูงหนึ่งก้อน จะสามารถแลกเป็นหินปฐมกาลระดับต่ำได้กว่าห้าหมื่นก้อนเลย
นี่คือ ความต่างระดับ 50,000 เท่า!
แต่ถึงอย่างนั้นแล้ว ยังไม่มีตลาดไหนที่มีหินปฐมกาลระดับสูงปรากฏขึ้นมา จึงไม่มีผู้ปลุกพลังทั่วไปที่จะได้ครอบครองสิ่งเหล่านี้
“ฉันรวยแล้ว!”
ในแววตาของฉู่โม่วไม่สามารถปิดบังความดีใจเอาไว้ได้มิด เขาโพล่งออกมาด้วยความตื่นเต้น
และเมื่อตระหนักได้ถึงมูลค่าของสิ่งเหล่านี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มก็ไม่รอช้าที่จะเริ่มขุดเอาแร่หินปฐมกาลระดับสูงเหล่านี้ออกมาและใส่มันเข้าไปในมิติพกพาทันที
ไม่นานนัก แร่หินปฐมกาลระดับสูงภายในเหมืองแห่งนี้ก็ถูกขุดออกไปจนหมดไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว
‘ถ้าอิงจากตามรายงาน สถานที่ที่ซึ่งมีหินปฐมกาลระดับสูงเกิดขึ้น จะถือว่าเป็นแหล่งที่มีอณูแห่งชีวิตเข้ามารวมกันหนาแน่นมาก ๆ รวมถึงอณูแห่งชีวิตที่เข้ามารวมนี้ก็มีความบริสุทธิ์สูงมากด้วยเช่นกัน… ให้พูดกันง่าย ๆ คือ สถานที่แบบนี้ มีโอกาสที่สมบัติแห่งโลกและสวรรค์ชิ้นอื่น ๆ จะถูกสร้างและเก็บเอาไว้ด้วย หรือบางทีอาจเป็นสมบัติที่หายากกว่านั้น… ที่นี่น่าจะยังมีความลับอื่นซ่อนอยู่อีก!’
คิดได้ดังนั้น ฉู่โม่วก็เริ่มทำการสำรวจพื้นที่โดยรอบ
เพียงไม่นาน
เขาก็พบเข้ากับบ่อน้ำพุจิตวิญญาณอยู่ที่มุมหนึ่ง
บ่อน้ำพุแห่งนี้มีน้ำพุวิญญาณที่มีเนื้อสีขาวและปลดปล่อยอณูแห่งชีวิตที่หนาแน่นออกมาอยู่ หากสังเกตุน้ำพุแห่งนี้ให้ดี ๆ จะพบว่ามันคือแก่นแท้ของเหลวที่เกิดจากการสะสมของอณูแห่งชีวิตจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน และปริมาณของมันก็มีบรรจุอยู่เต็มพื้นที่ราวหนึ่งตารางเมตรในบ่อน้ำนี้ด้วย
ไม่ต้องสงสัย
หากฉู่โม่วสามารถซึมซับพลังของน้ำพุปฐมวิญญาณเหล่านี้ไปได้หมด ความแข็งแกร่งของเขาจะต้องเพิ่มขึ้นอีกมากแน่ ๆ
แต่…
ในตอนนั้นเอง สายตาของฉู่โม่วกลับไม่ได้มองอยู่ที่น้ำพุจิตวิญญาณแห่งปฐมกาลนั้นแต่อย่างใด เขากำลังมองไปยังต้นพืชที่สูงประมาณครึ่งตัวคนซึ่งตั้งอยู่ข้างบ่อน้ำพุแห่งนี้
ลำต้นของมันปกคลุมด้วยไฟสีแดงใหญ่ประมาณแขนท่อนล่างของมนุษย์ มันไม่มีใบอยู่เลยนอกเสียจากพุ่มสีเงินที่อยู่บนส่วนยอดสุดซึ่งเป็นคริสตัลสีใสคล้ายอัญมณีที่กำลังเปล่งแสงระยิบระยับ ไม่ว่าจะมองอย่างไร สิ่งนี้ก็ดูไม่ธรรมดา
เมื่อฉู่โม่วเห็นต้นพืชประหลาดนี้ เขาก็หนาวสั่นไปทั้งหัวใจและไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง
ใช้เวลานานมาก ๆ
กว่าที่ฉู่โม่วจะพูดมันออกมา
“พฤกษาเพลิงดอกผลึก!”
ชื่อเสียงของมันนั้นโด่งดังในเรื่องของความเป็นสมบัติที่หาได้ยากที่สุดในโลกอย่างหนึ่ง
ไม่ต้องพูดถึงการที่มันมีโอกาสเกิดได้ยากเลย ต่อให้มันกำเนิดขึ้นมาได้ แต่มันก็ยังยากที่จะเติบโตอยู่ดี
นั่นเพราะ…
“พฤกษาเพลิงดอกผลึกจะไม่เติบโตบนดินแดนที่ไม่มีจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ให้ดื่มกิน ส่วนน้ำพุจิตวิญญาณแห่งปฐมกาลจะคอยกักเก็บจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ในตัวมัน!”
พูดเพียงแค่นี้ก็น่าจะแสดงให้เห็นแล้วว่าพฤกษาเพลิงดอกผลึกต้นนี้ เติบโตได้ยากขนาดไหน
ฉู่โม่วไม่คาดคิดเลยว่าตนเองจะได้มาพบกับพฤกษาเพลิงดอกผลึกที่เติบโตอยู่ในเหมืองใต้ดินที่ลึกกว่าร้อยกิโลเมตรเช่นนี้
เห็นเช่นนั้น ฉู่โม่วก็รู้สึกตื่นเต้นสุด ๆ
ขณะที่เขาคิดถึงสิ่งนี้อยู่
จุดกึ่งกลางของดอกผลึกนี้ก็เกิดเกสรขนาดเล็กงอกขึ้นมา และเมื่อเกสรเหล่านี้ได้สัมผัสกับอณูแห่งชีวิตในอากาศ พวกมันก็เกิดปฏิกิริยารุนแรงใส่กันจนกระทั่งผสมรวมกันเป็นหนึ่งและแพร่กระจายกลายเป็นหมอกสีเงิน
จากนั้นตัวดอกผลึกก็หลุดร่วงออกจากพฤกษาเพลิงดอกผลึกและหล่นลงไปบนพื้นดินอย่างแผ่วเบา
แต่ภายใต้ละอองเกสรสีเงินที่ลอยอยู่ในอากาศ ทำให้ดอกผลึกค่อย ๆ ลอยลงมาช้า ๆ ราวกับถูกโอบอุ้มไว้ หรือไม่ก็เหมือนดอกไม้ดอกนี้กำลังเริงระบำอยู่ในอากาศก็มิปาน และไม่ว่าสิ่งนี้จะเป็นความฝันหรือภาพลวงตา
มันก็ทำให้ผู้พบเห็นตกใจได้อยู่ดี
แม้แต่ฉู่โม่วยังเผลอตกตะลึงไปพักใหญ่ ๆ ก่อนจะรีบดึงสติตนเองกลับมาอย่างรวดเร็ว เขาใช้อณูแห่งชีวิตในร่างกายมารวมไว้ที่ฝ่ามือเพื่อจะรับดอกผลึกที่กำลังลอยลงมาจากบนพฤกษาเพลิงดอกผลึกไว้ก่อนจะถึงพื้น
เพราะพฤกษาเพลิงดอกผลึกเกิดขึ้นบนแผ่นดินที่เต็มไปด้วยอณูแห่งชีวิต
ดังนั้นจะให้ดอกของมันแปดเปื้อนไม่ได้
หากเมื่อไรที่ดอกผลึกนี้ได้สัมผัสกับสิ่งสกปรกต่าง ๆ มันจะหมดคุณสมบัติในทันที
ภายหลังจากที่รับดอกผลึกนี้ไว้ได้แล้ว ฉู่โม่วก็กลืนกินมันอย่างไม่ลังเล
ชั่วพริบตา
ดอกผลึกนั้นก็ระเบิดพลังงานลึกลับ ไหลเวียนไปทั่วร่างของฉู่โม่วและแตกซ่านไปตามกิ่งก้านของหลอดเลือด กลายเป็นก้อนพลังงานสีเงินที่วิ่งไปตามแขนและขา รวมไปถึงจิตวิญญาณของเขาด้วย!
ไม่ว่าบริเวณไหนที่พลังงานสีเงินนี้วิ่งผ่านไป ชายหนุ่มก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายอันอบอุ่นถูกนำมาเคลือบบริเวณนั้นไว้ด้วย
มองไปยังด้านในของตนเอง
ฉู่โม่วก็พบว่ามีแสงสีเงินบางส่วนที่กำลังหลอมรวมเข้ากับร่างกายของเขา มันผสานเป็นหนึ่งเดียวกับเซลล์และหน่วยพันธุกรรม ก่อนจะกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง พรสวรรค์มากมายภายในตัวเขาถูกกระตุ้นใช้งานโดยที่ชายหนุ่มไม่ได้ทำอะไรเลย
ส่วนแสงสีเงินที่ไม่ได้ซึมซับเข้าร่างกายจะเข้าไปยังจิตวิญญาณ และหลอมรวมกับปฐมวิญญาณแทน
ถูกกระตุ้นด้วยแสงสีเงิน
ด้วยตาเปล่า ปฐมวิญญาณของฉู่โม่วเริ่มหนาแน่นมากขึ้นเรื่อย ๆ รวมไปถึงกงล้อทองคำที่ด้านหลังของเขาก็ยิ่งเปล่งแสงสว่างมากขึ้นอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้
แสงบางส่วนก็ยังมุ่งเข้าไปภายในส่วนลึกของจิตใจเขาอีก
สมอง… เป็นอวัยวะที่ลึกลับที่สุดของมนุษย์ ต่อให้เป็นราชันย์ยุทธ์ก็ไม่สามารถระบุได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับสมองบ้าง
ดังนั้นในตอนนี้ เมื่อแสงสีเงินเหล่านี้มุ่งหน้าเข้าไปในสมองของเขา มันจึงทำให้ฉู่โม่วรู้สึกกังวลขึ้นมา
เขาอยากจะใช้พลังจิตตรวจสอบดูสิ่งที่เกิดขึ้นนี้
ทว่า
จังหวะที่พลังงานลึกลับเข้าไปถึงสมองของเขา วินาทีต่อมา ฉู่โม่วก็ล้มตัวสลบลงไปบนพื้นโดยที่เขาไม่ได้สติขึ้นมาทันที
…
ภายในสมองของฉู่โม่วที่ซึ่งเจ้าตัวไม่อาจจะตรวจสอบได้
ภายหลังจากที่แสงสีเงินได้เข้ามาแล้ว มันก็ค่อย ๆ หลอมรวมกันช้า ๆ
ในช่วงแรกนั้น… แสงสีเงินนี้ถูกปฏิเสธโดยทันที!
แต่เมื่อเวลาผ่านไป แสงสีเงินปริมาณมากก็เริ่มหลอมรวมเข้าไปในสมองได้และรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ตลอดเวลาในกระบวนการหลอมรวม
ภายในสมองของฉู่โม่วก็มีพลังงานลึกลับเกิดขึ้นมาใหม่อย่างต่อเนื่อง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์