เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 183

บทที่ 183 กระบี่พิสุทธิ์ผ่าสวรรค์ และแผนที่ดวงดาวแห่งการฝึกฝน!

“กระบี่เล่มนี้มีจิตใจจริง ๆ เหรอ?”

ฉู่โม่วสัมผัสได้

กระบี่เล่มนี้มีคลื่นความคิดของจิตวิญญาณออกมาจาง ๆ

ตอนที่ฉู่โม่วยังไม่ได้หยดเลือดแสดงความเป็นเจ้าของก็ยังไม่รู้อะไร ตอนนี้เมื่อได้รู้จักกับกระบี่แล้วถึงได้ค้นพบว่า….

ความคิดเชื่อมต่อกับอดีต

เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นในความคิดของฉู่โม่ว

“นายท่าน”

น้ำเสียงนั้นอ่อนวัยราวกับเด็กน้อย เมื่อฟังดูก็อดเห็นภาพเด็กน้อยผู้มีมารยาทไม่ได้

“นายคือจิตวิญญาณของกระบี่เล่มนี้เหรอ?” ฉู่โม่วถาม

“ใช่แล้วนายท่าน”

เสียงนั้นดังเข้ามาในหัว

“ในเมื่อนายเป็นจิตวิญญาณกระบี่ นายรู้ชื่อของกระบี่เล่มนี้และที่มาของมันไหม? ที่นี่คือที่ไหนเหรอ?”

ฉู่โม่วถามคำถามที่อัดอั้นอยู่ในใจ

“นายท่าน กระบี่เล่มนี้เรียกว่าพิสุทธิ์ผ่าสวรรค์ ข้าไม่รู้ที่มาของมัน รู้แค่ว่ามันถูกสร้างขึ้นเมื่อนานมาแล้ว!”

จิตวิญญาณในกระบี่กล่าว “ส่วนสถานที่แห่งนี้คือที่ไหนข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ข้าเพิ่งจะเกิดมามีสติปัญญาเมื่อไม่นานมานี้ ตั้งแต่นั้นก็พบว่าตัวเองอยู่ที่นี่จนเวลาผ่านมาหลายร้อยปีแล้ว… นายท่านคือคนนอกคนแรกที่เข้ามาที่นี่”

เมื่อพูดจบ

มันก็หยุดไปสักพักและกล่าวต่อ “นายท่าน ท่านไม่กำจัดสติปัญญาของข้าได้ไหม? ถึงข้าจะไม่มีข้อมูลอะไร แต่ถ้าได้เรียนรู้ข้าจะมีประโยชน์มาก ข้าเป็นยุทธภัณฑ์วิญญาณและร่วมมือกับเจ้านายเพื่อทำให้กระบี่เล่มนี้ทรงพลังยิ่งขึ้นได้!”

มีความหวาดกลัวและไม่สบายใจอยู่ในน้ำเสียง

เมื่อได้ยินประโยคนี้ ฉู่โม่วก็ครุ่นคิดอย่างหนัก

เรื่องยุทธภัณฑ์วิญญาณที่ให้กำเนิดจิตวิญญาณ ฉู่โม่วเคยเห็นบันทึกในหนังสือโบราณที่ฐานจินหลิงอยู่บ้าง

ว่ากันว่าผู้ปลุกพลังบางคนจะค้นพบจิตวิญญาณของอาวุธหลังจากได้รับยุทธภัณฑ์วิญญาณที่ทรงพลัง

หากจิตวิญญาณร่วมมือกับเจ้านาย มันจะระเบิดพลังที่น่าสะพรึงกลัวออกมา แต่หากยุทธภัณฑ์วิญญาณไม่ร่วมมือด้วย พลังของอาวุธก็จะอ่อนแอลง

นี่เป็นปัจจัยที่รบกวนใจเป็นอย่างมาก

ดังนั้นแล้ว ผู้ปลุกพลังทุกคนที่แสวงหาความปลอดภัยก็จะเลือกยุทธภัณฑ์วิญญาณที่อ่อนแอกว่า และจะกำจัดจิตวิญญาณของยุทธภัณฑ์ที่อยู่ข้างใน

ในตอนแรกเริ่ม ฉู่โม่วเองก็คิดเช่นนี้

แต่…

เขามองไปที่วิญญาณกระบี่ที่ชื่อว่าพิสุทธิ์ผ่าสวรรค์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด หลังครุ่นคิดแล้วเขาก็กล่าว “ฉันลบล้างสติปัญญาของนายไม่ได้หรอก!”

“ขอบคุณนะนายท่าน ขอบคุณ!”

ยุทธภัณฑ์วิญญาณกล่าวขอบคุณด้วยความดีใจ

“อย่ารีบดีใจนักเลย”

ฉู่โม่วขู่ “ถ้าอยากให้ฉันเก็บนายไว้ก็ต้องร่วมมือให้เต็มที่ และต้องไม่มีความลับอะไรทั้งสิ้น ไม่งั้นถ้าฉันเจอ ฉันจะกำจัดสติปัญญาให้สิ้นและไม่โอกาสอีกแม้แต่ครั้งเดียว!”

“ไม่ต้องห่วงหรอกนายท่าน ข้าจะเชื่อฟังอย่างดี”

มันรีบตอบกลับมาด้วยความหวาดผวา

“ดีมาก!”

ชายหนุ่มพยักหน้าด้วยความพึงพอใจและกล่าวทันที “ในเมื่อนายมีสติปัญญาแล้ว ฉันจะตั้งชื่อให้… อืม… กระบี่เล่มนี้ชื่อว่าพิสุทธิ์ผ่าสวรรค์ งั้นนายชื่อเสี่ยวฉุนก็แล้วกัน!”

“ขอบคุณที่ตั้งชื่อให้นะนายท่าน!”

ยุทธภัณฑ์วิญญาณกล่าวอย่างมีความสุข

หลังจากตั้งชื่อให้เสี่ยวฉุน ฉู่โม่วก็เริ่มศึกษากระบี่พิสุทธิ์ผ่าสวรรค์ในมือ

แม้จะไม่รู้ว่ากระบี่เล่มนี้อยู่ในระดับใด แต่ก็สามารถบอกความแตกต่างได้จากความสามารถในการสร้างสติปัญญาของมัน และรัศมีที่ปลดปล่อยออกมาจากกระบี่ซึ่งทรงพลังยิ่งกว่ากระบี่สารทสังหารเสียอีก กระบี่เล่มนี้คุณภาพสูงลิ่วอย่างแน่นอน!

อย่างน้อยก็ต้องถึงระดับ 9 แน่ ๆ !

อาจจะสูงยิ่งกว่าระดับ 9 อีก!

เมื่อใส่พลังชีวิตเข้าไปในกระบี่ ฉู่โม่วเห็นว่ามีแสงปรากฏขึ้นบนกระบี่และคมกระบี่ยังบางเบายิ่งขึ้น เมื่อโบกสะบัดไปมาก็รู้สึกราวกับว่ากำลังใช้มือและแขนของตัวเอง

ตำแหน่งที่กระบี่ฟันลงไปจะเกิดรอยแยกสีดำขึ้นในห้วงอากาศและต้องใช้เวลาสักพักก่อนที่มันจะหายไป

“เป็นกระบี่ที่รวดเร็วอะไรอย่างนี้!”

“ไม่รู้เลยว่าทำจากวัสดุอะไร!”

ฉู่โม่วประหลาดใจ

แต่แล้วความตื่นเต้นก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า

ด้วยกระบี่เล่มนี้ ตอนนี้เขามีอาวุธสองชิ้นแล้ว!

ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น!

ฉู่โม่วสัมผัสได้ว่ากระบี่พิสุทธิ์ผ่าสวรรค์สามารถต้านทานระเบิดพลังที่น่าสะพรึงกลัวได้ และอาจใช้เป็นกระบี่ในการฝึกฝนเจตจำนงกระบี่ได้!

เขาฝึกฝนกระบวนท่าระดับทอง …คมกระบี่สวรรค์เร้นลับมาแล้ว

แม้ว่ากระบวนท่านี้จะถูกเรียกว่าคมกระบี่สวรรค์เร้นลับ แท้จริงแล้วมันคือวิชาการยกกระบี่

จุดประสงค์ไม่ใช่การฟันกระบี่ แต่เป็นวิธีการรวบรวมจิตวิญญาณ พลังปราณ และพลังชีวิตตั้งแต่แปดพันปีก่อน

ยิ่งฝึกฝนยิ่งซ่อนเร้นอยู่มากเท่าไร เมื่อฟันออกไปจะยิ่งทรงพลังมากขึ้นเท่านั้น!

มันสามารถไปถึงจุดที่เพียงแค่ฟันครั้งเดียวก็ทำให้จักรวาลกลับตาลปัตรได้เลยด้วยซ้ำ!

เพียงแต่ว่า…

ในตอนแรก เพราะฉู่โม่วมีกระบี่แค่เล่มเดียว ทุกครั้งที่เผชิญหน้ากับศัตรู เขาจะต้องฟันกระบี่ออกไปเพื่อสังหาร กระบี่ของเขาจึงถูกยกขึ้นเป็นเวลาเพียงเล็กน้อยและไม่อาจรวบรวมเจตจำนงกระบี่ที่ทรงพลังได้

ตอนนี้เมื่อฉู่โม่วมีกระบี่อีกเล่มแล้ว

ที่สำคัญ มันยังเป็นยุทธภัณฑ์วิญญาณระดับ 3 และสามารถใช้กับวิชากระบี่ได้ มันไม่ได้ถูกใช้บ่อยนัก มีเพียงแค่จังหวะสำคัญเท่านั้นที่กระบี่จะถูกชักออกมา!

‘แบบนี้…’

‘ฉันก็สามารถบำรุงมันได้อย่างต่อเนื่อง ถ้าเก็บกระบี่ไว้สักครึ่งปี ปีหนึ่ง หรือกระทั่งสิบปี พอดึงกระบี่ออกมาจากฝัก มันจะมีพลังที่น่าสะพรึงกลัวขนาดไหนกันนะ?’

เมื่อคิดมาจนถึงตรงนี้

ดวงตาของฉู่โม่วก็ส่องประกายลุกวาว

เขาตัดสินใจทันทีว่าจะใช้กระบี่พิสุทธิ์ผ่าสวรรค์ในการฝึกฝน ในขณะที่กระบี่สารทสังหารจะถูกใช้ในการต่อสู้กับศัตรูทั่วไป

“แต่ว่า…”

“ถ้าอยากเก็บกระบี่นี้ไว้ก็ต้องพกติดตัวไว้ด้วย จะเก็บไว้ในที่เก็บของไม่ได้!”

“แต่กระบี่พิสุทธิ์ผ่าสวรรค์นี้เป็นกระบี่ระดับ 3 คนนอกสามารถมองเห็นได้ตั้งแต่แวบแรกว่ามันไม่ใช่อาวุธธรรมดา และจะดึงดูดความสนใจเข้ามาได้ง่าย!”

ฉู่โม่วขมวดคิ้วพลางพึมพำ

ตอนนั้นเอง

ยุทธภัณฑ์วิญญาณก็เอ่ยขึ้น “นายท่าน ข้าสามารถควบคุมรัศมีของกระบี่เล่มนี้และกักเก็บมันได้”

และเดินเข้าไปข้างใน

เท่าที่มองเห็น ฐานทั้งหมดและอาคารบางส่วนทั่วทั้งห้องโถงเสียหาย

มีโต๊ะและเก้าอี้จำนวนหนึ่ง แม้ว่าพวกมันจะยังดูปกติดี แต่หากแตะต้องแม้แต่น้อยจะกลายเป็นผุยผงทันที

ฉู่โม่วโบกมือแผ่วเบา ทำให้สายลมพัดผ่าน

อาคารทั่วทั้งห้องโถงพังทลายลงและกลายเป็นฝุ่นควันนับไม่ถ้วนในทันใด

เมื่อเห็นภาพนี้ ฉู่โม่วก็กลับหลังหันและตั้งใจจะจากไป

เพียงแต่ว่า…

ตอนที่เขากำลังจะจากไป หางตาของเขาพลันเห็นเส้นและลวดลายจาง ๆ บนกำแพงที่ด้านข้างห้องโถง

ฉู่โม่วเดินเข้าไปดูทันที

เมื่อมองดูอย่างระมัดระวัง

เขาก็พบว่าลวดลายเหล่านั้นคล้ายกับลวดลายบนแผ่นหินข้างนอกกลุ่มอาคาร

ข้อแตกต่างคือ…

ลายเส้นบนแผ่นหินเรียบง่ายกว่าและได้รับความเสียหาย

ลวดลายบนกำแพงนี้ซับซ้อนเล็กน้อยและยังคงสมบูรณ์แบบ

เมื่อนิ้วมือของเขาแตะโดนมัน ฉู่โม่วก็สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังจาง ๆ

หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ใช้อณูแห่งชีวิตในร่างกายและเริ่มไล้นิ้วมือไปตามเส้นเหล่านั้น

เมื่อนิ้วของฉู่โม่วค่อย ๆ ลูบไล้ไป

จุดเชื่อมของแต่ละลวดลายค่อย ๆ สว่างไสวขึ้นราวกับดวงดาว

หลังจากนั้น

ฉู่โม่วก็ทำให้พวกมันส่องแสงทั้งหมดออกมา

ในตอนนั้นเอง

เกิดการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน!

เมื่อเส้นเหล่านั้นส่องสว่าง ลวดลายสามมิติพลันปรากฏขึ้นเบื้องหน้ากำแพง และจุดแสงก็สว่างขึ้นจุดแล้วจุดเล่า

‘นี่คือ…’

‘ดูเหมือนแผนที่ดวงดาวเลย!’

ฉู่โม่วคิดกับตัวเอง

แต่แล้วเขาก็เปลี่ยนการคาดเดาทันที

‘ไม่!’

‘นี่ไม่ใช่แผนที่ดวงดาว!’

‘ไม่ใช่!’

‘ไม่ใช่แค่แผนที่ดวงดาวแน่ ๆ !’

‘นี่มันเหมือน… แผนผังการฝึกฝน!’

เมื่อคิดมาจนถึงตรงนี้

ประกายแสงพลันปรากฏขึ้นในดวงตาของฉู่โม่วและจ้องมองเขม็ง

อย่าพลาดข้อมูลแม้แต่นิดเดียว!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์