บทที่ 324 เสาวารี เผชิญหน้ากระแสน้ำวนลึกลับ!
“นี่มัน… เกาะดอกเหมยเหรอครับ!?”
ฉู่โม่วมองไปยังพื้นดินขนาดใหญ่ที่อยู่ไกลออกไปขณะพูดออกมาเบา ๆ
เช่นเดียวกับโลก เกาะดอกเหมยบนดาวเคราะห์สีฟ้านี้เองก็เป็นเกาะเช่นกัน
เมื่อสองร้อยปีก่อน เขตแดนของเกาะดอกเหมยนี้ยังมีขนาดเล็กมากแท้ ๆ แต่เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้นกับโลก และถูกอณูแห่งชีวิตเติมเต็ม พื้นที่ของเกาะอันเป็นที่ตั้งของเกาะดอกเหมยก็ได้แผ่ขยายออก ขนาดรวม ๆ ตอนนี้มันใหญ่กว่าเดิมอีกกว่าพันเท่าเสียด้วยซ้ำ!
แต่สำหรับผู้ปลุกพลังเช่นฉู่โม่ว แม้เกาะแห่งนี้จะขยายไปมากขึ้นกว่าเดิมอีกพันเท่า เกาะก็ยังเป็นเพียงเกาะ มันไม่ได้กว้างใหญ่เกินไปที่จะวนรอบเกาะได้ในเวลาครู่เดียว
ทว่า…
สิ่งที่ทำให้ฉู่โม่วตกใจก็คือ
เกาะดอกเหมยนี้ ถือเป็นประเทศเกาะที่ห้อมล้อมไปด้วยทะเลทั้งหมด แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อโลกเปลี่ยนแปลงไปและถูกสัตว์อสูรรุกราน ที่นี่กลับไม่ได้ถูกทำลายไปด้วย กลับกันยังสามารถอยู่รอดมาได้อย่างแข็งแกร่ง ถือเป็นหนึ่งในสามชาติพันธุ์นอกเหนือจากอาณาจักรตงเสวียนที่รอดมาได้จากการเปลี่ยนแปลงของโลกครั้งสำคัญนี้
และอย่างที่ทุกคนทราบ
ขนาดของอาณาจักรตงเสวียน
ในยามที่โลกและสวรรค์เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง ผนวกกับต้องเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรที่บุกมาบนพื้นดิน พวกเขายังเกือบถูกล้างเผ่าพันธุ์เลย ในตอนท้ายหากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากมนุษย์ถ้ำก็คงแย่กันหมด ดังนั้นแล้วการขยายเขตแดนของพวกเขาจึงขึ้นอยู่กับการพบเจอเขตแดนลับในหลาย ๆ สถานที่บนโลก ทุกครั้งที่เข้าไปสำรวจ ก็จะได้สมบัติกลับมาพัฒนาเผ่าพันธุ์มนุษย์จนสามารถขยายดินแดนไปเป็นเจ็ดสุดยอดฐานและเก้ามหาราชันย์เทพยุทธ์ได้
เช่นนั้นแล้ว สุดยอดฐานดอกเหมยแห่งนี้พึ่งพาอะไรกัน?
บนพื้นดินเกาะที่มีขนาดเล็กแห่งนี้ การปรากฏของเขตแดนลับก็ยิ่งเป็นเรื่องหายาก เผลอ ๆ ทรัพยากรในการฝึกฝนเองก็อาจจะมีเพียงน้อยนิดด้วยซ้ำ
แล้วยิ่งอยู่ท่ามกลางทะเลแห่งนี้…
พวกสัตว์อสูรทะเลนั้นมีพลังแก่กล้ากว่าอสูรบนผืนดินหลายเท่า
ทว่าพวกเขาสามารถอยู่รอดได้ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่เห็นได้ชัดเลยว่าไม่มีคนนอกสามารถยื่นมือเข้ามาช่วยได้
‘ดูเหมือนว่าสุดยอดฐานดอกเหมยนี้จะไม่ได้เป็นเพียงเกาะเล็ก ๆ เหมือนอย่างที่เห็นนี่สินะ’
‘หลังจากสำรวจเขตแดนลับเสร็จ ถ้าสามารถสำรวจเกาะแห่งนี้ได้อย่างละเอียด ฉันน่าจะได้อะไรดี ๆ กลับไปบ้างแหละ!’
ฉู่โม่วแอบคิดกับตนเอง
ในขณะที่เขากำลังคิดอยู่นั้นเอง เขาก็ได้ยินราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งพูดและนำหน้าไปก่อน “เขตแดนลับเปิดแล้ว รีบไปเร็ว!”
พูดจบเธอก็มุ่งหน้าไปยังทิศทางอื่นแทน
“พวกเราไม่ได้จะเข้าไปที่เกาะแห่งนี้กันเหรอครับ?”
เห็นทิศทางที่เปลี่ยนไป โดยไม่ได้หมายจะลงที่เกาะดอกเหมยเบื้องหน้า ฉู่โม่วก็ถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ
ฟังคำถามแล้ว ราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งก็พูดตอบ “เปล่า เขตแดนลับที่พวกเราจะไปไม่ได้อยู่บนเกาะดอกเหมยนั่นหรอก แต่อยู่ตรงทะเลที่อยู่ใกล้กับส่วนเหนือสุดของเกาะดอกเหมยโน่น”
รู้แบบนั้นฉู่โม่วก็เข้าใจได้ไม่ยาก
เขาบินตามราชันย์เทพยุทธ์สาวไป
ทั้งสองรวดเร็วมาก
เพียงครู่เดียว
ทั้งฉู่โม่วและราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งก็มาถึงที่หมายกันแล้ว
เปรี้ยง!
ก่อนที่พวกเขาจะได้เข้าไปใกล้ปากทางเข้า เสียงของสายฟ้าฟาดที่ดังสนั่นก็ดังมาจากบริเวณใกล้เคียง
เมื่อมองไปยังต้นเสียง เขาก็พบว่าผืนทะเลบริเวณนั้นกำลังแปรปรวน มันมีคลื่นยักษ์ที่สูงราว ๆ หนึ่งร้อยเมตร หรือมากกว่านั้นกำลังก่อตัวขึ้นมา ราวกับว่ามีสัตว์อสูรขนาดยักษ์กำลังสร้างคลื่นยักษ์นี้อยู่ที่ใต้ทะเล
ฟากฟ้าที่อยู่เหนือทะเลจุดนั้นมีเมฆมากเสมือนวันฝนตก และยิ่งบริเวณใจกลาง เมฆเหล่านั้นก็จะมีสีเข้มเป็นพิเศษ ความกว้างของปรากฏการณ์นี้กินเนื้อที่ในรัศมีกว่าพันกิโลเมตร
เมื่อเข้าไปอยู่ภายใต้ขอบเขตของท้องฟ้าที่น่าสงสัยนี้ ทุกคนจะรู้สึกเหมือนว่าเมฆดำเหล่านี้มีน้ำหนัก และมันกำลังจะตกลงมา บรรยากาศภายในนี้ชวนให้อึดอัดจนแม้แต่จะหายใจยังลำบาก
โดยเฉพาะส่วนที่เป็นเมฆดำทมิฬที่กลางฟ้า
ซึ่งสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่าที่ตรงกลางของหมู่เมฆนั้นกำลังเกิดคลื่นอากาศหมุนวนด้วยความเร็วที่น่ากลัว ก่อเกิดเป็นหลุมลึกคล้ายดวงตาที่มองลงมายังผืนทะเลกินระยะกว่าพันกิโล และสิ่งนี้เองที่เป็นตัวการทำให้ทะเลเบื้องล่างเกิดความแปรปรวนรุนแรง
พายุขนาดยักษ์ก่อตัวขึ้นเหนือพื้นผิวมหาสมุทร ควบแน่นจนกลายเป็นเสาวารีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางกว่าสิบกิโลเมตร
ถึงแม้มันจะควบแน่นแล้วแต่ก็ยังสามารถเห็นได้อยู่ว่าเกลียวคลื่นน้ำนั้นยังคงหมุนอยู่ตลอดเวลา เชื่อมฟากฟ้ากับพื้นทะเลเข้าด้วยกัน
สัตว์อสูรมากมายที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงระยะหมื่นกิโลเมตรถูกเสาวารีดูดกลืนเข้ามาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สัตว์อสูรที่มีระดับต่ำกว่า 7 เกือบจะไม่สามารถต่อต้านอะไรได้ทั้งสิ้น พวกมันถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ ภายใต้แรงดูดวนของเสาวารียักษ์ต้นนี้ อันที่จริงต่อให้เป็นระดับ 7-8 เองก็ยังยากที่จะต่อต้าน เพราะแม้ดูเหมือนมันจะรอดออกมาได้ แต่ท้ายสุดก็ยังถูกฉีกทำลายเป็นชิ้น ๆ อยู่ดี
ดังนั้นแล้ว
ในตอนนี้รอบ ๆ เสาวารีจึงมีเศษซากของสัตว์อสูร ไม่ว่าจะเป็นแขน ขา ชิ้นเนื้อรวมถึงเลือดปริมาณมากปรากฏให้เห็นอยู่เป็นนิจ และทำให้ผืนทะเลบริเวณนั้นเปลี่ยนเป็นสีแดงไปโดยปริยาย
“คลื่นน้ำวนอะไรกันเนี่ย!?”
“พลังทำลายล้างน่ากลัวชะมัด!”
เมื่อมองไปยังสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า ฉู่โม่วก็อดที่จะอุทานออกมาด้วยความตกใจไม่ได้
“นี่คือสัญญาณที่บอกว่าเขตแดนลับกำลังเปิดออกแล้ว!”
ราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งที่อยู่ข้าง ๆ เขาพูดขึ้น “เมื่อไหร่ก็ตามที่เขตแดนลับแห่งนี้เปิดออกมา บริเวณรอบด้านจะเกิดปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติอย่างรุนแรงขึ้น ซึ่งมีผลในระยะไกลถึงแสนกิโลเมตร เมื่อไหร่ที่เราสามารถฝ่าเสาวารีต้นนี้เข้าไปยังใจกลางของมันได้ พวกเราก็จะสามารถมุ่งหน้าสู่เขตแดนลับที่อยู่ใจกลางท้องทะเลได้!”
“ทุก ๆ ครั้งที่ฉันมายังเขตแดนลับแห่งนี้… ฉันถูกกันจากประตูทางเข้าที่อยู่ก้นทะเลจนไม่สามารถเข้าไปได้… ดังนั้นครั้งนี้ ฉันคงต้องหวังพึ่งคุณ”
ได้ยินเช่นนั้นแล้ว
ฉู่โม่วก็พยักหน้าและพูด “ไม่ต้องห่วงครับ ไว้ใจผมได้เลย!”
“เยี่ยมไปเลย!”
ราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งพยักหน้าช้า ๆ จากนั้นก็ละสายตาไปมองยังเกลียวคลื่นน้ำวนตรงหน้าแทน “ไปกันเถอะ เข้าไปในเสาวารี… แต่ต้องระวังตัวไว้ด้วยนะ พลังคลื่นของเสาวารีนี้แข็งแกร่งและทรงพลังมาก ๆ หากไม่สามารถฝ่าเข้าไปได้จริง ๆ ให้ส่งข้อความมาหาฉัน จำไว้ว่าอย่าเสี่ยงกับอะไรที่ไม่จำเป็นในตอนนี้ หลีกเลี่ยงการบาดเจ็บให้ได้มากที่สุด!”
“เข้าใจแล้วครับ!”
ฉู่โม่วพยักหน้าและตอบรับด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เสาวารีนี้สามารถบดขยี้ได้แม้กระทั่งสัตว์อสูรระดับ 8 ซึ่งเทียบเท่าได้กับขั้นราชันย์เทพยุทธ์ ดังนั้นจึงสามารถพูดได้เต็มปากว่าพลังของมันไม่ธรรมดา และเป็นเรื่องธรรมดาที่ฉู่โม่วก็ไม่คิดจะเอาตนเองไปเสี่ยงกับมันเหมือนกัน
เมื่อพร้อมแล้ว
ทั้งสองก็บินตรงเข้าไปหาพายุยักษ์ในรูปทรงเสาตรงหน้า
แต่ก่อนที่จะเข้าใกล้ที่ซึ่งยังเหลือระยะอีกกว่าร้อยกิโลเมตร ฉู่โม่วก็รู้สึกได้ถึงแรงดูดอันมหาศาลที่พยายามดึงเขาเข้าไปยังเกลียวคลื่นนี้ ไม่ว่าเขาจะพยายามเบนออกสักแค่ไหนก็ตาม
เพียงครู่เดียวที่เขาเผลอพลาดท่าให้กับพลังของแรงดูดนี้ ด้วยแรงลมที่หมุนรุนแรง ร่างของเขาก็แทบจะเสียการควบคุมไปเลยจนเกือบจะต้องจบชีวิตลงเฉกเช่นสัตว์อสูรตนอื่น ๆ
โชคดีที่เขาสามารถควบคุมสติไว้ได้อย่างรวดเร็ว ทันทีทันใดฉู่โม่วก็กระตุ้นเลือดและอณูแห่งชีวิตให้ไหลเวียนอย่างคลุ้มคลั่ง ควบคุมร่างของตนไว้ให้มั่นและบินตรงเข้าไปยังเสาวารี
ซู่ม!
ในที่สุด
ฉู่โม่วก็พุ่งเข้าใส่คลื่นน้ำที่หมุนวนรอบเสาวารี และด้วยแรงหมุนอันมหาศาลนั้นเอง ร่างของฉู่โม่วก็เกือบจะกระเด็นไปตามแรงเหวี่ยงนั้นอีกครั้ง
โชคดีอีกครั้ง
คราวนี้ฉู่โม่วสามารถกระตุ้นพลังของธาตุดินขึ้นมาได้ทันเวลา และทันทีที่เจตจำนงแห่งดินทำงาน มันก็ทำให้ร่างของฉู่โม่วหนักอึ้งขึ้นในพริบตา
ตลอดเวลาที่พยายามฝ่าผิวนอกของเสาวารีเข้าไปนี้ ฉู่โม่วมองเห็นรอยแตกสีดำมากมายปรากฏขึ้น
เมื่อฝ่าด่านอันตรายด้านนอกเข้ามายังใจกลางเสาวารีได้สำเร็จ เขาก็รู้สึกได้ว่าแรงดูดและพลังทำลายอันมหาศาลที่อยู่ด้านนอกนั้นหายไปจนเกือบหมด และทำให้ฉู่โม่วอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความโล่งอกไปด้วย
จากนั้นไม่นาน ราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งก็ฝ่าคลื่นน้ำด้านนอกเข้ามาและมายืนอยู่ข้าง ๆ ฉู่โม่วเช่นกัน
“ใจกลางน้ำวนเบื้องล่าง คือทางเข้าเขตแดนลับ… มันน่าจะยังมีอันตรายบางอย่างรออยู่ที่นั่น พวกเราฟื้นฟูร่างกายกันก่อนจะลงไปดีกว่า”
เธอกล่าวแนะนำ
ฉู่โม่วพยักหน้าเห็นด้วย
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะใช้เวลาในการฝ่าคลื่นน้ำวนด้านนอกกันไม่นานนัก แต่ด้วยพลังทำลายล้างของมันที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ทำให้ทั้งสองเสียทั้งพลังปราณและเกิดความเหนื่อยล้าไว้มากในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะฉู่โม่วที่เขาต้องกระตุ้นพลังของธาตุดินอยู่ตลอดเวลา ทำให้เขาเหน็ดเหนื่อยมากกว่าปกติเอาการ
เขารีบหยิบเอายามากมายออกมาหนึ่งกำมือ จากนั้นก็กลืนมันลงไปในคราวเดียวเพื่อรีบฟื้นพลังงานและสภาพร่างกายให้กลับเป็นปกติโดยเร็วที่สุด
อีกพักใหญ่ ๆ
สภาพร่างกายและพลังปราณของฉู่โม่วก็กลับมาอยู่ในจุดสูงสุดอีกครั้ง
ชายหนุ่มมองลงไปยังต้นตอของน้ำวนเบื้องล่าง และใช้พลังจิตสวรรค์กระจายลงไปตรวจสอบ ทว่าภายหลังจากที่จิตสวรรค์ถูกน้ำวนเบื้องล่างดูดกลืนไปแล้ว มันกลับไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรออกมา
เมื่อมองด้วยตาเปล่า
เขาเห็นมันเป็นเพียงผิวน้ำทั่ว ๆ ไปเท่านั้น
นอกจากสิ่งนี้ก็ไม่เห็นอะไรอื่นอีก เสมือนเป็นเพียงหลุมลึกที่มืดสนิทธรรมดา
“คงต้องใช้จิตสัมผัสตรวจสอบดู!”
ฉู่โม่วไม่ละทิ้งความพยายาม
เทียบระหว่างจิตสัมผัส จิตสวรรค์และตาเปล่า จิตสัมผัสนั้นดูจะสามารถตรวจจับได้หลายสิ่งมากกว่า บางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนเร้นตัวเองอยู่ท่ามกลางความเงียบสงบก็สามารถถูกค้นพบได้บ่อยครั้ง ดังนั้นแล้วฉู่โม่วจึงค่อนข้างมั่นใจว่าสิ่งนี้จะสามารถตรวจจับความผิดปกติในคลื่นน้ำวนนี้ได้
ภายใต้พลังของจิตสัมผัส เขาพบว่าภายในห้วงน้ำวนเบื้องล่างนั้น ถูกเติมเต็มด้วยแสงสะท้อนปริศนาอยู่ทุกหนแห่ง และด้วยแสงสว่างเหล่านี้เอง จึงทำให้การมองเห็นด้วยจิตสวรรค์ และการมองเห็นด้วยตาเปล่ามองทะลุไม่ได้
นอกจากนี้
ยังมีสัตว์อสูรที่เติบโตอยู่ในเขตแดนทะเลนี้ ที่ซึ่งแปลกประหลาดกว่าที่เคยพบเจอรวมถึงทรงพลังมาก ๆ ซ่อนตัวอยู่ด้วย
พวกมันกำลังลาดตระเวน
และในขณะที่ฉู่โม่วกำลังตรวจสอบเบื้องล่างนั้นเอง
ราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งก็ฟื้นพลังกลับมาสมบูรณ์แล้วเช่นกัน
เมื่อเห็นว่าฉู่โม่วกำลังสำรวจตรวจสอบเกลียวน้ำวนเบื้องล่างอยู่ เธอเองก็คาดว่าฉู่โม่วเองน่าจะรู้แล้วว่าที่นี่มันไม่ปกติ ดังนั้นจึงอดไม่ได้ที่จะพูด “น้ำวนที่นี่แปลกมาก ๆ ไม่ว่าจะด้วยพลังแห่งจิตวิญญาณ หรือพลังจิตก็ไม่สามารถตรวจสอบอะไรได้เลย ทำได้เพียงมองด้วยตาเปล่าเท่านั้น แต่ด้วยระยะการมองเห็นของสายตา ภาพที่เห็นก็ค่อนข้างมีระยะจำกัด อย่างมากก็มองเห็นสภาพแวดล้อมของน้ำวนนี้สักสิบเมตรลึกลงไปได้เท่านั้น… พอลงไปถึงจุดนั้นแล้ว ก็ต้องคอยระวังอย่าให้แยกจากกันเด็ดขาด!”
“เข้าใจแล้วครับ”
ฉู่โม่วพยักหน้า
ถึงแม้ว่าเขาจะมีพลังจิตสัมผัส แต่ก็ไม่อยากจะใช้ในขณะที่มีคนอื่นอยู่ด้วย
อนึ่งเพราะพลังแห่งห้วงมิตินี้เองก็ถือเป็นไพ่ตายที่สำคัญของเขา มันไม่ใช่สิ่งที่ควรจะบอกคนอื่นง่าย ๆ
คิดได้ดังนั้น
ฉู่โม่วจึงเตรียมตัวที่จะเข้าไปในห้วงน้ำวนพร้อม ๆ กับราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งทันที
แต่ใครจะคาดคิดว่า
ในตอนนั้นเอง ราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็ง จู่ ๆ ก็ลอยมาอยู่ข้าง ๆ ฉู่โม่วแล้วคว้ามือเขาไว้
…
…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์