เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 325

บทที่ 325 ปลาประหลาดและผู้ปลุกพลังแห่งเกาะดอกเหมย!

“ท่านราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งครับ เอ่อ…”

ผิวของเธอคนนี้ละเอียดอ่อนและนุ่มนวล ราวกับไม่มีกระดูกอยู่ด้านใน

ความเย็นจาง ๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของเธอนั้นแผ่ซ่านมาหาเขาผ่านฝ่ามือที่สัมผัส ฉู่โม่วประหลาดใจเล็กน้อยและอดที่จะหันมองราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งไม่ได้

ใบหน้าของหญิงสาวยังคงเป็นใบหน้าปกติเช่นที่เป็นประจำ เธอพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ถ้าไม่ทำแบบนี้ พวกเราจะคลาดกันได้ง่ายเมื่อต้องเข้าไปใกล้น้ำวนข้างล่างนะ”

เมื่อเธอพูดออกมาเช่นนั้น ฉู่โม่วก็พูดอะไรไม่ออก

เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากปล่อยให้ราชันย์เทพยุทธ์สาวผู้นี้เป็นคนนำ ซึ่งเธอก็รู้หน้าที่ตนเองดี ทั้งสองจึงเริ่มมุ่งหน้าสู่น้ำวนเบื้องล่างพร้อม ๆ กัน

ผืนน้ำเบื้องล่างนั้นมืดมาก ๆ ราวกับเป็นหลุมดำที่ไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลย

อย่างไรก็ตาม ด้วยพลังของจิตสัมผัส ฉู่โม่วยังคงสามารถตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ตัวได้อยู่ตลอดเวลาอย่างง่ายดาย

และทางฝั่งราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งที่จับมือเขาอยู่นั้น ก็ดูเหมือนจะมองเห็นสภาพแวดล้อมที่มืดดำเช่นนี้ได้อย่างชัดเจนด้วย

เธอดูจะระแวดระวังรอบ ๆ ตัวอยู่ตลอดเวลา ทว่าฉู่โม่วกลับสังเกตเห็นได้ถึงเหงื่อน้อย ๆ ที่ซึมออกมาจากฝ่ามือของเธอ หรือแม้แต่กระทั่งแก้มนวลขาวนั้นก็ยังมีสีแดงระเรื่อเจือมาด้วย

ชัดเจน

การที่ต้องจับมือเขาไว้เช่นนี้ ทำให้ราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งผู้เยือกเย็น ไม่สามารถทำตัวเยือกเย็นเหมือนปกติได้

เห็นเช่นนั้น

ฉู่โม่วก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา

“คุณยิ้มอะไรน่ะ?”

หญิงสาวหันมาพูดราวกับรับรู้ได้ถึงรอยยิ้มนั้น

“เปล่าครับ”

เขาส่ายหัว

ราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่ฉู่โม่วก็ยังคงเห็นได้ชัดว่าแก้มของเธอแดงขึ้น จากแต่เดิมแดงแค่แก้ม ตอนนี้มันลามมาถึงคอแล้ว

ซู่ม

ทันใดนั้น

เสียงของคลื่นน้ำที่สะท้อนมาจากระยะไม่ไกลนัก ทำให้ฉู่โม่วเริ่มระวังตัวอีกครั้ง เขาพบเห็นปลาประหลาดห้าตนจากการที่จิตสัมผัสของเขากระจายตัวไปกระทบเข้า

ปลาประหลาดเหล่านี้มีขนาดราว ๆ ห้าเมตร ร่างกายปกคลุมไปด้วยสีแดงเลือดหมู ดวงตาของพวกมันใหญ่เท่าจานบดที่ซึ่งปลดปล่อยกลิ่นอายที่ดุร้ายออกมาตลอดเวลา ที่บริเวณหัวของมันมีเดือยกระดูกขนาดใหญ่ยื่นออกมา ที่ซึ่งยาวหลายเมตรจนเห็นได้ชัด

พรึ่บ!

ตอนนั้นเอง

ปลาประหลาดทั้งห้าตนนั้นก็ตระหนักได้ถึงฉู่โม่วและหญิงสาวที่มาด้วยกัน พวกมันรีบสะบัดหางและมุ่งหน้าเข้าใส่ทันที

ขณะเดียวกัน

เดือยกระดูกบนหัวของมันก็ถูกยิงออกมาด้วยความเร็วสูงเสมือนกระสุน

“อันตราย!”

ราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งขมวดคิ้วพร้อมกับปลดปล่อยพลังแห่งจิตวิญญาณออกมาฉับพลัน

ซู่ม!

เสียงของบางสิ่งบางอย่างถูกสร้างขึ้น และเมื่อเสียงนั้นเงียบลง หอกที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าเพราะมันถูกสร้างขึ้นด้วยพลังแห่งจิตวิญญาณก็พุ่งเข้าใส่กระสุนกระดูกนั้นจนระเบิดออก

ทว่าในตอนนั้นเอง ปลาประหลาดที่อยู่ใกล้สุดนั้นก็มาถึงเบื้องหน้าของพวกเขาแล้ว มันอ้าปากที่เต็มไปด้วยเลือดกว้างหมายจะกลืนกินทั้งสองในคำเดียว

ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานนี่เอง

“สะบั้น!”

ฉู่โม่วหรี่ตาลง กระบี่สารทสังหารถูกชักออกมาในชั่วพริบตา เช่นเดียวกับพรสวรรค์มากมายที่ถูกกระตุ้นพร้อมกัน กระบวนท่าเสริมแกร่งอันเป็นความลับถูกเปิดใช้และทำให้เกิดพลังกายที่เพิ่มขึ้นไปอีก 500 เท่า

ด้วยพลังกายที่เกือบจะแตะหลักล้านพลังมังกรที่ถูกปลดปล่อยออกมาในคราเดียว

แกร๊ก ๆ ๆ ๆ!

ชิ้ง!

แสงสว่างที่เปล่งประกายจากคมกระบี่ เปรียบเสมือนแสงไฟที่ขับไล่ความมืดมิด

เพียงแค่กระบี่เดียว

ปลาประหลาดเหล่านี้ที่มีพลังเทียบเท่าราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงถูกผ่าแยกออกเป็นสองส่วน มันไม่สามารถต่อต้านอะไรได้เลยและตายลงในทันที!

แต่ฉู่โม่วก็ไม่ได้หยุดลงแต่อย่างใด

กระบี่ยาวภายในมือของเขายังคงเปล่งแสงเจิดจ้าออกมาอีกครั้ง และด้วยแสงนี้ที่ทอดยาวราวกับไร้ซึ่งจุดจบ ยามที่มันฟาดฟันผ่านสิ่งใดไป แม้แต่กระแสน้ำยังถูกตัดขาดไปชั่วขณะ แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของพลังที่ห่อหุ้มอยู่บนคมกระบี่นี้ และด้วยพลังระดับนี้เอง มันจึงทำให้ปลาประหลาดอีกสี่ตนที่เหลือไม่สามารถต้านทานได้และตายตกตามกันไป

เพียงชั่วพริบตา

การต่อสู้ก็ได้สงบลง

ภายหลังจากจัดการปลาประหลาดทั้งห้าตัวแล้ว ฉู่โม่วก็เก็บวัตถุดิบบางอย่างจากพวกมันก่อนที่ทั้งเขาและราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งจะเดินทางต่อไปยังก้นทะเล

ทะเลที่นี่ลึกมาก ๆ

ในขณะที่ตัวน้ำวนนี้เองก็ดูเหมือนจะไม่มีจุดสิ้นสุดเสียด้วย

แม้ฉู่โม่วจะพยายามแอบใช้จิตสัมผัสในการตรวจสอบบริเวณรอบข้าง แต่เขาก็ยังไม่พบก้นทะเลแห่งนี้เสียที

ยิ่งดำดิ่งลงไป

ก็ยิ่งเหมือนเอาเวลามาทิ้ง

ครึ่งชั่วโมงผ่านไปโดยไม่มีอะไรให้เห็นเลย

ไม่มีร่องรอยของโบราณสถานใต้น้ำ แต่ก็ยังพอมีสิ่งที่ไม่อยากเห็นอย่างปลาประหลาดกับสัตว์อสูรทะเลประเภทอื่นแทน

ไม่ว่าสัตว์อสูรพวกนี้จะร้ายกาจขนาดไหน แต่ท้ายสุดพวกมันก็พ่ายแพ้ให้กับฉู่โม่วและราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งอยู่ดี

อีกครึ่งชั่วโมงผ่านไป

ครืน!

ทันใดนั้น

คลื่นใต้น้ำที่ถูกส่งมาจากทิศทางที่เป็นก้นสมุทรก็พุ่งทะยานออกมา ดูเหมือนว่าจะเกิดบางสิ่งบางอย่างขึ้นที่ใต้ทะเลจุดนั้น และมันทำให้ฉู่โม่วรู้สึกตกใจขึ้นมา

อย่างไรก็ตาม

ราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งที่อยู่ข้าง ๆ เขากลับไม่ได้ตกใจอะไร กลับกัน เธอกำลังดีใจจนออกนอกหน้า หญิงสาวพูด “นี่คือคลื่นแปรผันที่เกิดขึ้นบริเวณทางเข้าเขตแดนลับแห่งนี้… พวกเราใกล้จะถึงก้นทะเลกันแล้ว!”

พูดจบ

เธอก็จับมือฉู่โม่วให้กระชับแล้วมุ่งหน้าลงไปเบื้องล่างด้วยความเร็วที่มากกว่าเดิม

อย่างที่คาดคิด

ครู่หนึ่ง เมื่อพวกเขาข้ามผ่านเทือกเขาใต้ทะเลมาได้ สิ่งที่รออยู่เบื้องล่างก็คือ หุบเขาใหญ่ที่ตั้งตระหง่านเหนือสิ่งใด

และภายในหุบเขานั้น

ประตูบานหนึ่งที่รายล้อมไปด้วยเครื่องกำบังก็ปรากฏให้เห็นอยู่ตรงหน้า

นี่คือทางเข้าเขตแดนลับที่ราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งพูดไว้!

แต่ทว่า

ในตอนนี้ รอบนอกบริเวณประตูนั้น สงครามกำลังดำเนินอยู่

กลุ่มของอสูรทะเลนับร้อยตน กำลังสู้อยู่กับผู้ปลุกพลังจำนวน 7-8 คน

อสูรเหล่านี้แข็งแกร่งกันมาก ๆ ตัวที่อ่อนแอที่สุดของมันก็มีพลังเทียบเท่าได้กับราชันย์ยุทธ์แล้ว ในขณะที่ตัวผู้นำเป็นปลาประหลาดที่มีกลิ่นอายทรงพลังถูกปลดปล่อยออกมาตลอดเวลา และจากกลิ่นอายนี้ มันน่าจะแข็งแกร่งได้เทียบเท่าราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวเลย

เกล็ดบนร่างของสัตว์อสูรเหล่านี้หนามาก ราวกับจะฟันผ่าเข้าไปไม่ได้ แล้วยิ่งเวลาที่พวกมันยิงเดือยกระดูกบนหัวที่มีขนาดใหญ่นั้นออกไป ในทุก ๆ ครั้ง พลังทำลายล้างของกระดูกนี้ก็มหาศาลมากด้วย

อย่างไรก็ตาม

สิ่งที่ทำให้ฉู่โม่วประหลาดใจก็คือ

ภายใต้แรงกดดันของอสูรทะเลที่น่ากลัวเหล่านี้ ฝั่งมนุษย์ที่มีอยู่เพียงเจ็ดถึงแปดคนกลับไม่โดนพวกมันโจมตีเลยแม้แต่น้อย

เหตุผลนั้นก็คือ

ทางฝั่งของผู้ปลุกพลังที่มาจากเกาะดอกเหมยก็ไปยืนรวมตัวกันที่ผนึกบริเวณหน้าประตู ราวกับรออะไรบางอย่างด้วยความใจเย็นอยู่

ตอนนั้นเอง

ครืน!

ผนึกค่อย ๆ สั่นสะเทือนก่อนจะเปล่งแสงออกมา ซึ่งแสงสว่างนั้น เกิดมาจากการที่มิติแปรผันได้เกิดขึ้นบริเวณบานประตูนี้ มันเปล่งแสงไปทั่วบริเวณ

“สมบัติ!”

“สมบัติกำลังออกมาแล้ว!”

“เร็วเข้า รีบกักตุนสมบัติพวกนี้ไว้!”

เห็นเช่นนั้น เหล่าผู้ปลุกพลังจากเกาะดอกเหมยก็พูดขึ้นด้วยความตื่นเต้นและเข้าไปห้อมล้อมปากทางนั้นเอาไว้

ทว่า

ทันทีทันใด

ซู่ม!

ลำแสงคมกระบี่ที่ทรงพลังก็ได้ฟาดฟันฝ่าความมืดเข้ามา และด้วยการฟันผ่านนี้ ทำให้ราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 7 ดาวคนหนึ่งที่ไม่ทันระวังตัวถูกผ่าร่างขาดเป็นสองท่อนและตายลงในทันที

เกือบจะจังหวะเดียวกัน

คลื่นที่มองไม่เห็นก็กระจายไปทั่วผืนน้ำสีมืดนี้ ยามที่มันสัมผัสเข้ากับกายจิตของราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 6 ดาว คนคนนั้นก็กลายเป็นน้ำแข็งและล้มลงไปกับพื้นทันที

“เกิดอะไรขึ้นน่ะ!?”

“เกิดอะไรขึ้น!”

“ศัตรูโจมตีเหรอ! ต้องใช่แน่ ๆ!”

เมื่อผู้ปลุกพลังจากเกาะดอกเหมยอีกหกคนที่เหลือเห็นพวกพ้องของตนตายไปต่อหน้า สีหน้าและท่าทีของพวกเขาก็เปลี่ยนไปขณะที่ตะโกนแจ้งข่าวกันไปด้วย

พร้อมกันนั้น พวกเขาสร้างเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งขึ้นมาเพื่อระมัดระวังตัว

แต่นั่นก็หาได้ทำให้พวกเขาปลอดภัยไม่

ซู่ม!

คลื่นที่มองไม่เห็นถูกซัดออกมาอีกครั้ง ครั้งนี้มันปะทะเข้ากับเกราะป้องกันของราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาว และความรุนแรงของมันก็ถึงกับทำให้เกราะนั้นสลายไปได้เลย

จากนั้น หอกสีดำอีกเล่มหนึ่งก็พุ่งออกมาจากความมืด ทะลวงโล่ที่ยังเหลืออยู่แล้วเสียบทะลุร่างของเจ้าของเกราะโล่นั้นไปพร้อม ๆ กัน

ตูม!

พายุพลังจิตที่รุนแรงระเบิดออกมาหลังจากนั้น

ทำให้ร่างของราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวจากเกาะดอกเหมยระเบิดหายไปในพริบตา

เขาตายโดยที่ไม่มีโอกาสร้องโอดครวญเสียด้วยซ้ำ

และในจังหวะที่ราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวได้ตายลง ราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวที่ยังเหลือก็ร้องออกมา

สิ่งนี้ควรค่าแก่การจับตามอง

โล่ของพวกเขาคนนี้ไม่ได้รู้สึกว่าโดนกระแทกรุนแรงเลย กลับกันมันเพียงแค่เหมือนโดนอะไรบางอย่างสัมผัส ทำให้แตกสลายไปในทันทีและไม่สามารถใช้งานได้อีก เห็นแบบนั้นเจ้าตัวก็ตกใจกลัวมาก ๆ แล้ว

แต่ในจังหวะนั้น ควบคู่ไปด้วยแสงสีทองที่พุ่งผ่านช่องว่างมิติเข้ามาสู่กายจิตของเขา

เสียงร้องตกใจก็เงียบหายไปในบัดดล

เพียงชั่วพริบตา ราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวถึงสองคนก็ตายลงไป

ภาพนี้ทำให้เหล่าผู้ปลุกพลังที่เหลืออีกสี่คนเริ่มวิตกกังวลและหวาดกลัว

“บ้าน่า!? ใครกัน!? ใครมันลอบโจมตีพวกเรา!”

“ถ้าแข็งแกร่งจริงก็ออกมาสู้กันซึ่ง ๆ หน้าสิวะ!”

ราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวคนสุดท้ายตะโกนออกมาและหันมองรอบตัว

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์