บทที่ 342 กระบวนท่าลับเบิกนภา และ โลกในฝ่ามือ
ถึงแม้ว่าจะตระหนักได้ว่านั่นเป็นความฝัน
แต่ฉู่โม่วผู้ที่เพิ่งจะตื่นขึ้นมานี้ก็ยังรู้สึกได้ถึงร่องรอยบางอย่าง
เขาอดไม่ได้ที่จะเดินไปตามถนนที่ทอดยาวไปบนภูเขา ค่อย ๆ มองสิ่งที่อยู่รอบบริเวณนี้ไปเรื่อย ๆ
ผ่านขุนเขาเก้ายอดที่ใจกลางของสำนักวิถีอากาศ
ภายในฝัน มันเป็นสถานที่ที่เปี่ยมไปด้วยแสงระยิบระยับ ปกคลุมด้วยกลิ่นอายที่น่าเกรงขาม เส้นทางเดินภายในประดับประดาไปด้วยดอกไม้และพืชพรรณมากมายควบคู่ไปกับสรรพสัตว์น้อยใหญ่ทั้งบนพื้นและบนฟากฟ้า มีผู้คนเดินไปมาแน่นขนัดไม่ว่าจะเป็นศิษย์หรือผู้อาวุโส
ทว่าตอนนี้
สิ่งเหล่านั้นกลับหายไปหมด
ยังไงเสียทุกอย่างมันก็ผ่านมากว่าพันหรือเผลอ ๆ อาจจะหมื่นปีเข้าไปแล้ว ความผันแปรของชีวิต กาลเวลาที่ข้ามผ่าน แม้แต่ตึกรามยังคงต้องพังทลายเหลือไว้เพียงซากปรักหักพัง นับประสาอะไรกับศิษย์หรือผู้อาวุโสทั้งหลายที่เขาเห็นได้ในฝันอันสุกสกาวนั้น กาลเวลาพัดพาพวกเขาให้เป็นเพียงภาพความทรงจำในอดีตที่มีตัวตนเพียงแค่ในช่วงเวลาของตนเท่านั้น
ฉู่โม่วกลับมายังยอดเขาไท่ฉูและไปยังสถานที่ที่เขาเคยอยู่ในความฝัน
ที่แห่งนี้ยังคงเหมือนกับสถานที่ที่เขาเห็นในฝัน มีลานกว้างที่เขาเคยอยู่อาศัยหลงเหลืออยู่จริง ๆ
แต่ก็ต่างออกไป
เพราะในฝัน ลานกว้างแห่งนี้งดงามและเงียบสงบ ทว่าปัจจุบันแม้มันจะเป็นลานกว้าง แต่ความงดงามนั้นก็กลายเป็นซากปรักหักพัง มีเหลือให้เห็นเพียงร่องรอยของอารยธรรมเท่านั้น
“ฉู่โม่ว!”
ขณะที่ฉู่โม่วกำลังหันมองรอบ ๆ อยู่นั้นเอง ราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งที่ไม่รู้ว่าตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็เดินเข้ามาหาฉู่โม่ว
“ตื่นแล้วเหรอครับ? เป็นยังไงบ้าง ได้อะไรดี ๆ ไหม?”
ฉู่โม่วส่ายหน้าไล่ความฝันที่ตกค้างในหัวแล้วหันไปยิ้มถาม
“ดีสุด ๆ เลยละ!”
ราชันย์เทพยุทธ์สาวพูดด้วยความตื่นเต้นสุด ๆ “ในฝันของฉัน ฉันได้มรดกตกทอดที่มีประโยชน์มาก ๆ การฝึกฝนร่างกายของฉันก็ขึ้นสู่ระดับสุดยอดแล้วด้วย หลังจากกลับไปแล้ว ฉันคิดว่า ตัวฉันน่าจะเข้าสู่ราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดได้!”
“ยินดีด้วยนะครับ”
ชายหนุ่มอวยพรด้วยความยินดี
“แล้วคุณล่ะ? เป็นไงบ้าง?”
เธอไม่ลืมที่จะถามกลับด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ผมเองก็ได้มรดกตกทอดมาหลายอย่างเหมือนกันครับ คิดว่ากลับไปคราวนี้น่าจะสามารถเป็นราชันย์เทพยุทธ์จริง ๆ ได้!”
ฉู่โม่วตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
ในฝันของเขา การฝึกฝนของเขาได้ก้าวผ่านระดับราชันย์ยุทธ์ไปแล้ว เขาสามารถสร้างตำหนักจิตวิญญาณของตนเองได้ และก้าวเข้าสู่การเป็นราชันย์เทพยุทธ์สำเร็จ
ถึงแม้ว่าผลลัพธ์การฝึกฝนเหล่านั้นจะหายไปหลังจากที่เขาตื่นขึ้นมาแล้ว แต่ความทรงจำและประสบการณ์ยังคงอยู่ ชายหนุ่มเพียงแค่ต้องทำแบบเดิมอีกสักพัก ก็จะสามารถสร้างตำหนักเสร็จ รวมไปถึงสามารถสำเร็จกระบี่สะบั้นดาราสวรรค์ระดับสมบูรณ์ด้วย
และพลังของวิถีกระบี่ก็จะเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็วอีก 30%!
พูดได้ว่า
เป็นการได้รับที่คุ้มค่ามากจริง ๆ!
“เยี่ยมไปเลย!”
ราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งพยักหน้า จากนั้นก็พูดต่อ “สิ่งที่ต้องทำตรงนี้หมดลงแล้ว กลับไปกันเถอะ!”
ฉู่โม่วพยักหน้าตาม
จากนั้นทั้งสองก็เดินออกจากทางเดินบนภูเขานี้ และเพียงไม่นาน พวกเขาก็ไปถึงยังประตูที่เป็นทางเข้าของสำนักวิถีอากาศกันแล้ว
มันเป็นช่วงเวลาบ่าย ดังนั้นดวงตะวันจึงเริ่มคล้อยอ่อนไปยังทิศตะวันตกและค่อย ๆ คล้อยต่ำลงไปยังหุบเขาที่อยู่ทางทิศเดียวกันนั้นช้า ๆ เหลือไว้เพียงแสงสีทองที่อาบฟ้าและโลกในยามเย็นไว้ ก่อนที่ท้ายสุดจะทดแทนด้วยแสงดาวยาวค่ำคืน
ฉู่โม่วหันกลับไปหมายจะมองทัศนียภาพของสำนักวิถีอากาศทิ้งท้าย
ทว่าท่ามกลางซากปรักหักพังนั้น
เขาพบเข้ากับร่างของเด็กสาวในชุดสีน้ำเงินเข้ม ดวงตาของเธอสดใสและเป็นประกาย พร้อมกับทักทายเขาด้วยรอยยิ้มกว้าง “ศิษย์พี่ฉู่ ท่านอยู่นี่เอง!”
เสียงที่เหมือนกับสายลมพัดก้องกังวานอยู่ในหู
เมื่อเพ่งมอง ฉู่โม่วก็เหมือนจะเห็นได้ถึงผ้าคาดผมสีม่วงบนศีรษะของเด็กคนนี้ ที่ซึ่งถูกลมพัดให้พลิ้วตามลม โชยเอากลิ่นหอมจาง ๆ ของเธอให้ลอยตามมาด้วย
พลันเมื่อตะวันลับฟ้าไป โลกก็ถูกย้อมด้วยความมืดมิด
ภาพหลอนทุกอย่างเหล่านี้ก็พลอยหายไปจากดวงตาและกลายเป็นเพียงเศษชิ้นอัญมณีเล็ก ๆ
“เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”
ราชันย์เทพยุทธ์สาวที่เห็นฉู่โม่วยืนนิ่งไป อดไม่ได้ที่จะถามด้วยความสงสัย
“ไม่มีอะไรครับ ไปกันเถอะ”
ฉู่โม่วถอนหายใจและส่ายหน้า เขาไล่ความทรงจำเก่า ๆ ออกจากหัวไปด้วยระหว่างนั้น
โดยไม่ลังเล
ร่างของเขากลายเป็นเพียงหยาดแสงและพุ่งตามร่างของราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งไปก่อนจะหายไปในพริบตา
…
บนยอดผา
พื้นที่ว่างเปล่าจุดนั้น จู่ ๆ ก็เกิดความผันแปรขึ้น จากนั้นประตูมิติก็เปิดออก พร้อมกับร่างของสองคนเดินออกมาจากประตูมิตินั้น
พวกเขาคือฉู่โม่วและราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งที่เพิ่งออกมาจากโบราณสถานสำนักวิถีอากาศ
“ฉู่โม่ว พวกเราน่าจะมีเวลาอีกหลายวันก่อนที่เขตแดนลับแห่งนี้จะปิดตัวลง จะอยู่รอที่นี่กันใช่ไหม?”
หญิงสาวกล่าวถามเชิงแนะนำ
“เอาตามนั้นก็ได้ครับ”
ฉู่โม่วคิดทบทวนครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าตอบตกลงไป
ในครั้งนี้ เขาได้รับสิ่งล้ำค่ามามากมายจากสำนักวิถีอากาศ และจำเป็นต้องใช้เวลาในการจัดเรียงมันพักใหญ่ ๆ ดังนั้นก็จะถือโอกาสนี้ในการจัดการเรียงร้อยจัดหมวดหมู่ให้มันด้วย
หลังจากตัดสินใจกันแล้ว
ทั้งสองก็พากันไปสร้างถ้ำอยู่บนผาแห่งนี้ เพื่อที่จะจัดการสิ่งที่ตนได้มาจากการเดินทางในความฝัน
ภายในโพรงถ้ำชั่วคราว
ฉู่โม่วนั่งขัดสมาธิ ปล่อยให้พลังวิญญาณภายในห้วงจิตของเขาทำงาน และทันใดนั้น เขาก็ได้พบกับมรดกตกทอดและวิชาลับอีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับสำนักวิถีอากาศเติมเต็มอยู่ในทะเลจิตวิญญาณ
“กระบวนท่ากระบี่สวรรค์!”
สิ่งนี้คือมรดกชิ้นโตของสำนักวิถีอากาศ มันถูกสร้างขึ้นโดยบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งสำนักวิถีอากาศ เทียนจี๋เฉินจวิน
ภายหลังจากที่ได้ก่อตั้งสำนักวิถีอากาศ นอกจากกระบวนท่าอันเป็นหัวใจสำคัญของสำนักแล้ว เขายังได้รับกระบวนท่าและเคล็ดวิชาอื่น ๆ มาอีก ไม่ว่าจะเป็น เอกจักรวาล เคล็ดวิชากายาคงกระพัน และสวรรค์เก้าชั้น รวมถึงสิ่งอื่น ๆ อีกมากมายที่เกินกว่าจะแยกย่อยได้
อย่างไรก็ตาม ถ้าหากจะฝึกฝนกระบวนท่าหรือเคล็ดวิชาเหล่านี้ เขาจำเป็นต้องเริ่มเรียนกระบวนท่ากระบี่สวรรค์เสียก่อน
เพียงแค่…
เมื่อได้ศึกษาดูเกี่ยวกับการฝึกฝนกระบวนท่ากระบี่สวรรค์นี้แล้วเขาก็พบว่า มันลึกซึ้งและยิบย่อยมาก ๆ สามารถเริ่มฝึกฝนได้ตั้งแต่ขั้นต้น ๆ จนไปถึงระดับมหาเทวะยุทธ์ได้เลย แต่ในความคิดเห็นของฉู่โม่ว สิ่งนี้ค่อนข้างทรงพลังเสียยิ่งกว่าเหล่ากระบวนท่าที่เขาเคยฝึกฝนมาเสียอีก รวมถึงตำราหอศักดิ์สิทธิ์ทองคำลึกลับเองก็ด้วย
สิ่งนี้เป็นตำราที่ฉู่โม่วได้มาจากชายชราชุดขาวที่อยู่ในเขตแดนลับสวรรค์ดาราลัย ซึ่งมันมีเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น นั่นหมายถึงเขาสามารถฝึกฝนจนตนเองสามารถเป็นเทวะยุทธ์เท่านั้น แต่ด้วยกระบวนท่าลับและสมบัติตกทอดอีกมากมายที่อยู่ในครึ่งแรกของตำรานี้ แม้มันจะมาก แต่ก็ยังไม่เทียบเท่ากระบวนท่ากระบี่สวรรค์นี้เลย
เพราะงั้นแล้ว ฉู่โม่วจึงครุ่นคิดถึงเรื่องการฝึกฝนใหม่อีกครั้ง ทว่าท้ายสุด เขาก็ล้มเลิกความคิดไป
‘ฝึกฝนตำราหอศักดิ์สิทธิ์ทองคำลึกลับไปก่อนก็ได้’
เขาข่มความรู้สึกตนเองไว้ และเริ่มทำในสิ่งที่ต้องทำ
เพียงไม่นาน
เขาก็ได้รับรู้ถึงสิ่งที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายในโลกในฝ่ามือ!
โลกในฝ่ามือ เป็นกระบวนท่าลับที่เกี่ยวข้องกับมิติ!
มีเพียงผู้ที่ครอบครองพลังแห่งห้วงมิติที่สูงกว่าระดับ 4 เท่านั้นถึงจะสามารถฝึกฝนได้ ไม่เพียงเท่านั้น คนคนนั้นต้องเป็นผู้ชำนาญในธาตุทั้งสี่อย่าง ดิน น้ำ ลมและไฟที่ถือว่าหาได้ยากมากอีกด้วย!
แต่เมื่อใดที่สามารถฝึกฝนกระบวนท่านี้ได้ คนผู้นั้นก็จะสามารถสร้างโลกใบเล็ก ๆ ขึ้นมาในฝ่ามือของตนได้
ถึงแม้ว่าจากที่อ่านผ่านข้อมูลที่รับรู้มา ตัวกระบวนท่านี้จะมีความสามารถคล้ายคลึงกับพลังของมิติที่สามารถเปิดมิติพกพาได้ แต่ความแตกต่างกันของมิติพกพาและโลกในหนึ่งฝ่ามือนั้นก็คือ มันไม่สามารถเก็บสิ่งที่ตายแล้วได้ เก็บได้เพียงสิ่งมีชีวิตเท่านั้น!
แม้แต่ฉู่โม่วเองก็สามารถเข้าไปอยู่ในโลกที่ตนสร้างขึ้นมานี้ได้ด้วยเช่นกัน มันเหมือนกับเราสร้างโลกขึ้นมาเลยจริง ๆ หนึ่งใบ และโลกใบนั้นก็มีหญ้า มีต้นไม้ ถือกำเนิดขึ้นตามปกติ
แน่นอน
เพราะแบบนี้มันถึงต้องใช้ทั้งพลังแห่งห้วงมิติ รวมไปถึงพลังของธาตุทั้งสี่เพื่อที่จะสร้างเป็นโลกที่สมบูรณ์ขึ้นมาด้วย
แต่สำหรับตอนนี้ แม้ฉู่โม่วจะยังไม่ถึงระดับที่จะสามารถสร้างชีวิตใหม่ได้ แต่เขาก็สามารถใส่ชีวิตลงไปในนี้ได้
“สมกับเป็นวิชาลับเบิกนภาจริง ๆ มีพลังที่น่ากลัวยิ่งนัก!”
ฉู่โม่วตกตะลึง
จากนั้นมันก็ถูกแทนที่ด้วยความสุข
สิ่งที่กระบวนท่าลับนี้ต้องการคือ พลังแห่งห้วงมิติระดับ 4 ในขณะที่พลังแห่งห้วงมิติของเขานั้นเข้าสู่ระดับ 5 ไปแล้ว ซึ่งถือว่าไม่ต้องกังวลใด ๆ โดยเฉพาะธาตุแห่งโลกทั้งสี่เองเขาก็ฝึกฝนมันมาหมดแล้วเช่นกัน!
และเมื่อไหร่ที่เขาสามารถสร้างโลกมาไว้ในฝ่ามือได้ เขาก็จะสามารถเก็บสิ่งมีชีวิตเข้าไปในนี้ได้
เช่น วิหคล่าสมบัติกับอีกาสามขาที่อยู่ในกระเป๋าจิตอสูร
แต่เดิมทั้งสองทำได้แค่เพียงซ่อนตัวอยู่ในกระเป๋าจิตอสูรเท่านั้น แต่เพราะการที่เสี่ยวอู๋แข็งแกร่งขึ้นอยู่ทุกวัน ๆ ทำให้ร่างกายของมันค่อย ๆ ใหญ่ขึ้นทุกวัน ๆ ด้วย อีกไม่นานนกตนนี้ก็คงจะไม่สามารถอยู่ในกระเป๋าจิตอสูรได้อีก
กล้าพูดได้เลยว่า
ถ้าเขาสามารถพาอสูรรับใช้มาไว้ในโลกของเขาได้ เขาก็จะสามารถพาพลังอันไร้ขีดจำกัดของอสูรเหล่านี้ไปใช้ได้ทุกที่!
‘เริ่มฝึกฝนเลยดีกว่า!’
‘พยายามเปิดโลกในฝ่ามือให้ได้ก่อนที่เขตแดนลับจะปิดตัวลง!’
ฉู่โม่วตัดสินใจ
ทันทีทันใด
เขาก็เริ่มเรียนรู้วิธีการฝึกฝนกระบวนท่าลับนี้ และเมื่อรู้ทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว ก็เริ่มฝึกฝนและร่ำเรียนทันที
พลังแห่งห้วงมิติถูกกระตุ้นนำออกมาใช้งานตามที่หยกเปิดนภาได้บันทึกวิธีการเอาไว้ จากนั้นมันก็ก่อตัวเป็นก้อนพลังที่หนาแน่นและแข็งแกร่งเติมเต็มบนฝ่ามือของชายหนุ่ม
ครืน!
ด้วยการไหลเข้ามารวมของพลังแห่งห้วงมิติที่อยู่รอบตัว มิติโดยรอบจึงแตกออกและเกิดเป็นช่องว่าง สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ส่งเสียงเสมือนโลกนี้กำลังล่มสลายให้ได้ยิน จากนั้นบนมือของฉู่โม่วก็มีสิ่งที่เหมือนกับหลุมดำปรากฏขึ้นมา มีมิติจำนวนมากเกิดขึ้นและแตกดับอยู่ในหลุมดำนี้
“ทนเอาไว้ ตัวฉัน!”
สีหน้าของฉู่โม่วซีดเผือดลง ในขณะที่เขาจำเป็นต้องยกอีกมือหนึ่งขึ้นมาช่วยประคองมือที่สร้างหลุมดำไว้
ในชั่วพริบตา พลังแห่งห้วงมิตินั้นเหมือนจะแตกออกและกลับมารวมตัวกันใหม่บนฝ่ามือ
ด้วยจังหวะนี้
ฉู่โม่วรีบใช้กระบวนท่าลับและสร้างโลกของตนเองทันที!
…
…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์