บทที่ 401 ทุกคนร่วมยินดี… กองทัพสัตว์อสูรแตกพ่าย!
ทันใดนั้น
ทั้งสามหันไปมองในทิศทางเดียวกันโดยไม่รู้ตัว
และหลังจากที่หันไปแล้วก็ไม่อาจละสายตาได้อีก
ห่างไกลออกไปหลายพันกิโลเมตร
ร่างไร้ชีวิตของสัตว์อสูรขนาดยักษ์นอนอยู่บนพื้น เหนือร่างของมันคือผู้ปลุกพลังหนุ่มคนหนึ่งยืนตระหง่านโดยมีอีกาสุริยันกระพือปีกอยู่ข้างหลังและปลดปล่อยเปลวเพลิงไร้ที่สิ้นสุดออกมา!!
“นี่ นี่…”
ทั้งสามตะลึงงันจนตาค้างและทำอะไรไม่ถูก
ในตอนนั้นเอง
ผู้ปลุกพลังของสุดยอดฐานจงไห่ได้สติกลับมาจากความตกตะลึงก่อนหน้านี้
ผู้คนนับไม่ถ้วนมองดูฉู่โม่วผู้ยืนอยู่ตรงหน้าศพของราชาอสูรราวกับต้องมนต์
“ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์จงเจริญ!”
“ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์จงเจริญ!”
ทันใดนั้นเอง ใครบางคนก็เริ่มตะโกนเสียงดังลั่น
แล้วทุกคนก็ตะโกนอย่างพร้อมเพรียงกันจนเสียงดังกึกก้องไปทั่วทั้งโลก
ผู้คนนับไม่ถ้วนดีใจจนออกหน้าออกหน้า พวกเขายังคงตกตะลึง แต่ใบหน้านั้นเต็มไปด้วยความปีติยินดี พวกเขาตะโกนจนสุดเสียงราวกับว่าอยากจะปลดปล่อยพลังงานทั้งหมดที่อยู่ในร่างกายออกมา!
แรงกดดันจากสัตว์อสูรระดับแม่ทัพแปดตัวและราชาอสูรนั้นแข็งแกร่งเกินไปจนฉายเงามืดลงในจิตใจของผู้ปลุกพลังมนุษย์ทุกคน
แต่ตอนนี้
ตัวตนราวกับหินผาเหล่านั้นกลับหายไปจนหมด แม้ว่ากองทัพสัตว์อสูรหลายร้อยล้านตัวจะยังไม่หายไป แต่หากไร้ซึ่งพลังต่อสู้มหาศาลเหล่านั้น สุดยอดฐานจงไห่ก็รอดจากหายนะครั้งนี้แล้ว
ในชั่ววินาทีนั้น
ความรู้สึกมากมายที่ถูกกดดันเอาไว้เป็นเวลานานระเบิดออกมา!!
เสียงทั้งหมดรวมกันเป็นหนึ่ง ก่อเกิดเป็นคลื่นสั่นสะเทือนที่กระจายไกลออกไป ทำให้พื้นดินกว่าหลายหมื่นกิโลเมตรสั่นสะท้านไปตาม ๆ กัน
“ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์!”
“ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์!”
ทุกคนเงยหน้ามองชายผู้ยืนอยู่กลางอากาศ เขาสูงไม่มากไปกว่าสองเมตร แต่ก็ดูราวกับว่าสามารถยกผืนฟ้าได้ อันที่จริง ก่อนหน้านี้ผู้ปลุกพลังทุกคนในสุดยอดฐานจงไห่รู้สึกราวกับว่าท้องฟ้าจะถล่มลงมา!
ฉู่โม่วเป็นผู้แบกรับท้องฟ้าที่ถล่มลงมาด้วยพละกำลังของตัวเองและช่วยชีวิตของทุกคนเอาไว้
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า
สิ่งที่ชายหนุ่มทำในวันนี้ ตลอดจนภาพของเขาที่ลอยอยู่กลางอากาศพร้อมอีกาสุริยันด้านหลัง จะอยู่ในหัวใจของทุกคนตลอดไปและไม่มีวันถูกลืมเลือน
ไม่ว่าจะผ่านไปอีกสิบปี ร้อยปี หรือพันปี
ตราบใดที่เผ่าพันธุ์มนุษย์ยังคงเดินหน้าต่อไป การกระทำของฉู่โม่วในวันนี้จะถูกบันทึกเอาไว้เป็นอนุสรณ์และอยู่ในความทรงจำของทุกเผ่าพันธุ์
ผู้คนนับไม่ถ้วนตะโกนและกู่ร้อง เสียงของพวกเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นสุดหัวใจ
บางคนที่รู้จักฉู่โม่วนั้นบ้าคลั่งยิ่งกว่า
“ไม่คิดเลยว่าราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์จะแข็งแกร่งขนาดนี้!”
สูงขึ้นไปบนท้องฟ้า ราชันย์เทพยุทธ์ดับดาราตกตะลึงและชื่นชมเขาสุดหัวใจ
ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชาง ราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็ง ราชันย์เทพยุทธ์มังกร ราชันย์เทพยุทธ์แท้จริง และคนอื่น ๆ เองก็เช่นกัน
หลี่โย่วเวยและหลี่เสวียนจียืนอยู่บนกำแพงและมองดูร่างสูงตระหง่านบนท้องฟ้า ใบหน้าของพวกเขาเป็นสีแดงระเรื่อด้วยความตื่นเต้น
“นั่นอาจารย์นี่! นั่นอาจารย์ของฉัน!”
หลี่เสวียนจีกำหมัดแน่นและเบิกตากว้าง เขารู้สึกภูมิใจอย่างถึงที่สุดและอยากจะบอกทุกคนว่าราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์คืออาจารย์ของเขา!
และจุดสำคัญจุดหนึ่งในฐาน เฉินซีเวยกำลังมองดูร่างของชายหนุ่มที่ได้รับเสียงชื่นชมและความยินดีจากผู้คนนับไม่ถ้วน
เธอไม่ได้แสดงความตื่นเต้นหรือสีหน้าบ้าคลั่งอะไร แต่มีรอยยิ้มเล็ก ๆ อยู่ที่มุมปาก ถ้ามองดูให้ดีก็จะเห็นว่ามีความภาคภูมิใจอยู่ในรอยยิ้มนั้น
‘นั่นสามีของฉัน!’
‘เขากำลังได้รับการชื่นชมจากผู้คนนับไม่ถ้วน!’
เธอคิดอยู่ในใจ
ข้างนอกกำแพง ในหมู่ผู้ปลุกพลังเผ่ามนุษย์มากมาย
ผู้ปลุกพลังอย่างเว่ยเจียง หยางเซียว ราชันย์ยุทธ์เทียนจู และราชันย์ยุทธ์ป๋อเยว่ต่างก็ตื่นเต้นจนตัวสั่น
พวกเขาอยากจะตะโกนให้ทุกคนบนโลกได้รู้ว่าพวกเขารู้จักราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์และเป็นเพื่อนกัน!
แต่ก็ยังมีตรรกะเหตุผลที่รั้งการกระทำหุนหันพลันแล่นนั้นเอาไว้
พวกเขาจึงแค่กำหมัดแน่นและมองดูผู้ปลุกพลังที่กู่ร้องอยู่รอบ ๆ ด้วยความภาคภูมิใจอยู่ลึก ๆ ราวกับว่าเสียงเหล่านั้นเป็นคำที่ชื่นชมพวกเขาเอง
เมื่อได้ยินเสียงยินดีของผู้คนนับไม่ถ้วน ฉู่โม่วก็หันหน้าไปมองพวกเขา
สายตาของเขาไล่มองไปตามผู้คน เขามองเห็นราชันย์เทพยุทธ์ดับดารา ราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็ง เว่ยเจียง หยางเซียว และผู้ปลุกพลังนับไม่ถ้วนที่เขาไม่รู้จัก
ในที่สุดสายตาของเขาก็ไปหยุดอยู่ที่เฉินซีเวย
วินาทีที่สายตาของทั้งสองสบกัน ฉู่โม่วก็ยิ้มออกมาและพยักหน้าเบา ๆ ก่อนละสายตาไปมองเหล่าสัตว์อสูรเบื้องล่าง
แม้ว่าสัตว์อสูรระดับแม่ทัพแปดตัวและราชาอสูรจะตายหมดแล้ว กองทัพสัตว์อสูรก็ไม่ได้ลดจำนวนลง และหายนะของสุดยอดฐานจงไห่ก็ยังไม่ถูกแก้ไข
ตอนนี้จึงยังไม่ใช่เวลาที่จะหยุด
ฉู่โม่วยังไม่ได้กำจัดภาพลวงตาของอีกาสุริยันไป ด้วยความคิดเดียว เปลวเพลิงมหาศาลก็พลุ่งพล่านออกไปทั่วพื้นที่หลายหมื่นกิโลเมตรในทันที
ตูม!
เปลวเพลิงเหล่านั้นปลดปล่อยแสงสีทองสว่างไสวด้วยอุณหภูมิที่น่าสะพรึงกลัว แม้แต่อากาศก็ถูกเผาจนเป็นรูโหว่
แต่ฉู่โม่วกลับอัดมันจนตายได้
นี่หมายความว่ายังไงน่ะเหรอ?
ฉู่โม่วกลายเป็นมนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกแล้ว!
แม้แต่ราชันย์เทพยุทธ์พิฆาตอสูรก็คิดว่าบางทีพละกำลังของเขาอาจจะก้าวข้ามขั้นราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดและเข้าสู่ขั้นใหม่ไปแล้ว
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้
ราชันย์เทพยุทธ์พิฆาตอสูรก็อยากจะไปพบฉู่โม่วด้วยตัวเอง
แต่เมื่อเขาส่งคำขอพบไปก็ได้รู้ว่าฉู่โม่วได้รับบาดเจ็บและเก็บตัวอยู่ จึงไม่ต้อนรับคนนอกในเวลานี้
เมื่อได้ยินดังนั้น ราชันย์เทพยุทธ์พิฆาตอสูรและคนอื่น ๆ ก็ได้แต่ถอดใจ
…
ย่านรุ่งอรุณ
ฉู่โม่วกำลังเก็บตัวอยู่ในห้องเงียบที่บ้าน
เหตุผลที่เขาปฏิเสธการเยี่ยมเยือนของราชันย์เทพยุทธ์พิฆาตอสูรและคนอื่น ๆ นั้นไม่ใช่ข้ออ้าง
ตอนที่ฉู่โม่วต่อสู้กับราชาอสูรจระเข้ยักษ์ เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสทีเดียว
แน่นอนว่า
มันไม่ได้มาจากราชาอสูรจระเข้ยักษ์
แต่มาจากพลังของภาพลวงตาอีกาสุริยันที่สูบฉีดเข้ามาในร่างกายของเขาต่างหาก
แม้ว่าฉู่โม่วจะมีพรสวรรค์ธาตุไม้ระดับตะวันที่สามารถรักษาบาดแผลได้ พลังของภาพลวงตาอีกาสุริยันก็รุนแรงเกินไป และเพื่อที่จะสังหารจระเข้ยักษ์ ฉู่โม่วใช้งานร่างกายเกินพิกัดเป็นเวลานาน ทำให้เกิดบาดแผลที่ไม่อาจมองเห็นได้ในร่างกายที่แม้แต่พรสวรรค์ธาตุไม้ก็ไม่อาจรักษาได้ขึ้นมา
หากบาดแผลซ่อนเร้นเช่นนี้ไม่ได้รับการรักษาก็สามารถนำไปสู่ความเสียหายต่อรากฐานได้อย่างง่ายดาย
“ภาพลวงตาของอีกาสุริยันไม่ได้ควบแน่นเป็นร่างกายจริง รับพลังมหาศาลแบบนี้นี่เสี่ยงจริง ๆ!”
“โชคดีที่พื้นฐานของฉันลึกซึ้งมากและได้รับบาดเจ็บไม่มาก ไม่งั้นร่างของฉันอาจจะระเบิดก่อนที่จระเข้ยักษ์จะตายก็ได้!”
ฉู่โม่วพึมพำ
ภาพลวงตาของอีกาสุริยันจำเป็นต้องควบแน่นเป็นร่างกายที่แท้จริงก่อนที่จะสามารถต้านทานการประสานพลังได้
แต่ภาพลวงตาในตอนนี้เป็นรูปธรรมแค่ 70% เท่านั้น เขายังไม่สามารถทำให้มันกลายเป็นร่างกายที่แท้จริงได้
นั่นหมายความว่าร่างกายของฉู่โม่วเองก็สามารถต้านทานได้แค่พลังที่อยู่ในภาพลวงตาเท่านั้น เมื่อมันเกินกว่าขีดจำกัดของร่างกาย ก็จะก่อให้เกิดความเสียหายเช่นนี้ในร่างกายเป็นธรรมดา
“อีกนิดเดียว!”
“ในอีกไม่เกินหนึ่งปี ฉันจะสร้างร่างที่แท้จริงได้ แล้วก็จะไม่ต้องห่วงเรื่องร่างกายเสียหายอีกต่อไป!”
“แต่ตอนนี้… รีบรักษาแผลในร่างกายพวกนี้ก่อนดีกว่า!”
ฉู่โม่วคิดกับตัวเอง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์