บทที่ 402 ทลายขั้นราชันย์เทพยุทธ์ การเกิดใหม่ให้เป็นที่ประจักษ์!
มองเข้าไปในร่างของตนเอง
ฉู่โม่วกำลังกระตุ้นพลังของธาตุไม้ และค่อย ๆ รักษาบาดแผลสีดำภายในร่างของเขาเอง
รอยแตกที่เกิดขึ้นกับตำหนักจิตวิญญาณในร่างของเขานั้นปรากฏ ทว่าด้วยปริมาณของอณูแห่งชีวิตอันมหาศาล มันก็ค่อย ๆ ถูกรักษาให้หายไปเรื่อย ๆ ด้วย
เซลล์บางตัวที่ระเบิดตนเองตายไปแล้วเองก็ถูกทำการรักษาภายในอณูแห่งชีวิตที่หลั่งไหลเข้ามาไม่หยุดนี้ด้วย
ไม่นานนัก
บาดแผลที่ซ่อนอยู่ภายในร่างกายทั้งหมดก็ถูกรักษาจนหายดี กายาที่เคยผุพังได้กลับมาพร้อมใช้งานอีกครั้ง
เห็นเช่นนั้นแล้ว เขาก็รู้สึกโล่งใจ
“ขั้นต่อไป ต้องฝึกฝนเพิ่มเพื่อก้าวเข้าสู่ขั้นราชันย์เทพยุทธ์!”
เขาตัดสินใจ
พลังกายของเขาสูงถึง 9,300 พลังมังกรแล้ว อีกไม่กี่วันก็จะสามารถเพิ่มให้ถึง 10,000 พลังมังกรได้ หากไม่ติดว่าก่อนหน้านี้เขาจำเป็นต้องหยุดฝึกซ้อมและเข้าไปรับมือกับทัพสัตว์อสูรที่บุกเข้ามาเสียก่อน แต่ในตอนนี้สัตว์อสูรเหล่านั้นถูกขับไล่ไปแล้ว และสุดยอดฐานจงไห่ก็กลับสู่ความปกติแล้วด้วย ดังนั้นเขาจึงสามารถกลับมาฝึกฝนเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของตนได้เสียที
“ในห้าวัน ฉันจะต้องขึ้นเป็นราชันย์เทพยุทธ์จริง ๆ ให้ได้!”
ปณิธานถูกตั้งมั่นแล้ว
ในความเป็นจริง การที่จะก้าวเข้าสู่การเป็นราชันย์เทพยุทธ์นั้นไม่ได้ต้องการแค่ความแข็งแกร่ง แต่ยังต้องการร่างจิตวิญญาณ มีเจตจำนงแห่งพรสวรรค์รวมถึงกายาที่แกร่งกล้าด้วย
แต่ฉู่โม่วนั้นมีร่างจิตวิญญาณอยู่แล้ว หรือแม้แต่ภายในความลึกลับ เขายังมีพรสวรรค์ที่ถูกพัฒนาไประดับสูงอีกหลายอย่าง นอกจากนี้ พรสวรรค์ที่ซ่อนเอาไว้นั้น หลายอย่างยังมีเจตจำนงระดับสูงแล้วด้วย
ส่วนร่างกายนั้น
ภายหลังจากที่ได้ชำระล้างไขกระดูกด้วยคัมภีร์แห่งการเปลี่ยนแปลงอยู่หลายครั้ง ร่างกายของเขาก็เปี่ยมไปด้วยคุณค่าบริสุทธิ์มาแต่ไหนแต่ไร หากเป็นเช่นนี้ละก็ เผลอ ๆ ในยามที่เขาขึ้นเป็นจุดสูงสุดของชันย์เทพยุทธ์ได้ คงไม่มีใครสามารถมีชัยเหนือเขาเรื่องความแข็งแกร่งของร่างกายได้อย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น
การปรับแต่งอวัยวะภายในทั้งห้าหวนคืนสู่จุดกำเนิดที่เขาทำมาเรื่อย ๆ นั้นก็เริ่มประสบผลสำเร็จเล็กน้อยแล้ว
ดังนั้น เขาผ่านข้อกำหนดการเป็นราชันย์เทพยุทธ์ทุกอย่างแล้ว เขาสามารถขึ้นเป็นราชันย์เทพยุทธ์ได้โดยปราศจากอุปสรรคใด ๆ ทั้งสิ้น
ทว่า…
ฉู่โม่วกลับไม่ได้เริ่มทลายขีดจำกัดของขั้นราชันย์ยุทธ์เสียที!
กลับกัน เขาเลือกที่จะเตรียมวัตถุดิบสำหรับบ่มเพาะไว้ก่อน
เมื่อทลายขีดจำกัดไปแล้ว ร่างกายคงจำเป็นต้องใช้อณูแห่งชีวิตเป็นจำนวนมาก หินปฐมกาลและสมบัติอีกหลายชิ้นคงถูกนำมาใช้จนหมด หากระหว่างนั้นเกิดอณูแห่งชีวิตขาดช่วงไป คงจะเป็นอะไรที่ไม่ดีแน่
ด้วยเหตุนี้เอง ฉู่โม่วจึงติดต่อไปที่ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางโดยมีจุดประสงค์ที่จะขอยืมทรัพยากรจากทางเขามาช่วยทลายขีดจำกัดอีกทีหนึ่ง
พึงรู้ว่าฉู่โม่วตั้งใจจะทลายขีดจำกัด ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางก็ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก
ถึงสถานการณ์ทรัพยากรภายในสุดยอดฐานจงไห่จะไม่ค่อยดีนัก เขาก็ยังรีบจัดสรรทรัพยากรปริมาณมากมาให้ฉู่โม่วได้
สิ่งเหล่านี้ประกอบด้วย
หินปฐมกาลระดับสูงถึง 3 พันล้านก้อน
ที่ซึ่งมีปริมาณมากกว่าครึ่งหนึ่งที่สุดยอดฐานจงไห่เก็บสะสมไว้เลย
นอกจากนี้ยังมีเลือดสัตว์อสูรและแก่นแท้สัตว์อสูรอีกด้วย
เนื่องจากมีสัตว์อสูรถูกฆ่าตายไปเป็นจำนวนมาก ดังนั้นสิ่งนี้จึงไม่ใช่สิ่งที่หายากหรือขาดแคลนแต่อย่างใด ด้วยเหตุนี้ มันจึงทำให้ฉู่โม่วได้รับเลือดอสูรมากว่าแสนขวด ซึ่งแต่ละขวดก็ล้วนแต่เป็นระดับ 5 ขึ้นไปกันทั้งนั้น ส่วนมากจะเป็นเลือดสัตว์อสูรระดับ 6 หรือ 7 มีระดับ 8 อยู่ราว ๆ หลักร้อยขวด และมีระดับ 9 อยู่ห้าขวด
ไม่เพียงเท่านี้ เหล่าพืชวิญญาณทั้งหลายและยาต่าง ๆ จำนวนมหาศาลก็ถูกส่งมาเป็นกองราวกับภูเขาอีกด้วย
ในแง่ของมูลค่า ทั้งหมดนี้น่าจะมีอย่างน้อย ๆ ก็ 10 ล้านล้านหินปฐมกาลระดับต่ำแน่นอน
และอย่างสุดท้าย
ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางยังเปิดใช้จารึกหลอมวิญญาณร้อยเท่าภายในวิหารราชันย์เทพยุทธ์ให้เป็นพิเศษสำหรับฉู่โม่วด้วย พร้อมกับเพิ่มลิมิตการหลอมรวมวิญญาณจาก 100 เท่าเป็น 150 เท่าที่เป็นระดับสูงที่สุดให้อีก
“ทุกอย่างพร้อมแล้ว ที่เหลือก็แค่ฝึกฝนเท่านั้น!”
ภายในมิติหลอมวิญญาณ ฉู่โม่วนั่งขัดสมาธิ
ปราศจากการลังเลใด ๆ เขาเริ่มหลับตาและเริ่มฝึกฝนตำราหอศักดิ์สิทธิ์ลึกลับทองคำ เพื่อดูดกลืนอณูแห่งชีวิตอันมหาศาลที่หลั่งไหลอยู่รอบตัวเขานี้ ซึ่งมันทำให้ความแข็งแกร่งทางกายของเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ภายใต้การเร่งเวลา 15 เท่าอันเป็นผลมาจากพลังห้วงเวลาระดับดาราลับฟ้า ฉู่โม่วสามารถเพิ่มพลังได้กว่า 150 พลังมังกรในแต่ละวัน
ดังนั้น เป้าหมายที่มีเพียง 700 พลังมังกร เขาใช้เวลาเพียงห้าวันก็สามารถเติมเต็มได้แล้ว !
ในวันนี้ …
ฉู่โม่วที่กำลังดูดกลืนอณูแห่งชีวิตอยู่ ก็รู้สึกได้ว่าความแข็งแกร่งในร่างกายของเขามันแตะหลักหมื่นพลังมังกรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ลมปราณที่น่ากลัวและเลือดที่เต็มไปด้วยพลังอันไร้ขีดจำกัดไหลเวียนไปทั่วทั้งเส้นลมปราณและเส้นเลือด มันสั่นสะเทือนเหมือนคลื่นทะเล ในขณะเดียวกันก็พัดเอากลิ่นอายลึกลับให้หลั่งไหลไปทั่วทั้งกายด้วย
โอกาสที่จะทลายขีดจำกัดขั้นมาถึงแล้ว!
ระหว่างนี้ ร่างกายของฉู่โม่วมีอุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับว่าเขากำลังจะกลายเป็นภูเขาไฟที่พร้อมระเบิดเสียเอง นำพาให้อุณหภูมิรอบ ๆ ตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วตามไปด้วย
มันยากมาก ๆ ที่จะรู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าไหร่แล้ว
ครืน!
คลื่นที่มองไม่เห็นหลั่งไหลออกจากร่างของฉู่โม่ว คลื่นที่ไร้ซึ่งคำอธิบายหลุดออกจากมิติหลอมวิญญาณและกระจายไปทั่วทั้งสุดยอดฐานจงไห่ ลามออกไปยังพื้นที่ด้านนอกอีกนับพันกิโลเมตร แสนกิโลเมตร หรืออาจจะถึงล้านกิโลเมตร
ภายในฐาน
ราชันย์เทพยุทธ์หลายคนเริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกตินี้ ไม่ว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่ ทุกคนต่างแหงนหน้ามองไปยังทิศทางที่ฉู่โม่วฝึกฝนอยู่อย่างพร้อมเพรียงกัน
“กลิ่นอายนี้มัน…”
“มีใครบางคนกำลังทลายขีดจำกัดขั้นอยู่สินะ!”
“หรือว่าจะเป็น… การมาของราชันย์เทพยุทธ์คนใหม่?”
พวกเขาพูดพึมพำ
แต่ขณะนั้น
ตู้ม!
สายฟ้าฟาดรุนแรงผ่าลงมาจากฟากฟ้ากระทบกับพื้นดินจนเกิดความสั่นสะเทือน
จากนั้นทางทิศตะวันตกของท้องฟ้า พื้นที่กว่าแสนกิโลเมตรพลันเกิดสายลมและหมู่เมฆก่อตัวขึ้น สายฟ้าสีม่วงเริ่มปรากฏให้เห็น เปล่งแสงสว่างแปลบปลาบที่ดูน่าเกรงกลัวขึ้นบนฟากฟ้า เหมือนกับฟ้ากำลังจะแยกออกและปลดปล่อยบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่ออกมา
พร้อมกันนั้น
ท้องฟ้าทางทิศตะวันออกก็เกิดการสั่นสะเทือน
จังหวะต่อมา
ระลอกคลื่นสีม่วงแผ่กระจาย มาพร้อมกับพลังที่น่าพิศวงและกลิ่นอายของพรสวรรค์ระดับสูง พันเกี่ยวกันจนแยกไม่ออก ลำแสงปริศนาวิ่งสวนทางกันเป็นรูปกากบาต ความไม่มีตัวตน ความสงบที่สูงส่งกลืนกินฟากฟ้าและแผ่เป็นวงกว้าง วิสัยนับไม่ถ้วนต่างประจักษ์ถึงความงามและความลึกลับที่เกิดขึ้น
“นี่… นี่… นี่มัน…”
“อัสนีบาตนับล้านคำรามพร้อมกับแสงตะวันที่ยังเปล่งประกาย!”
“เหตุการณ์ประหลาดมากมายเกิดขึ้นทั่วฟากฟ้าเช่นนี้ ราวกับสวรรค์ต้องการสำแดงพลังก็มิปาน… คนคนนี้กำลังทลายขั้นอะไรอยู่กันแน่ ทำไมถึงสามารถเรียกความสนใจจากโลกและสวรรค์ได้ถึงเพียงนี้!?”
ผู้ปลุกพลังที่ได้พบเห็นต่างพากันหน้าซีดเผือดด้วยความกังวลและตื่นกลัว พวกเขาอุทานด้วยดวงตาและสีหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์