บทที่ 47 สัตว์อสูรที่น่ากลัว
เมื่อรุ่งอรุณมาถึง
ทีมก็พร้อมที่จะเดินทางอีกครั้ง
หมัวซานซานนำแผ่นหยกขึ้นมาเพื่อนำทาง ส่วนผู้ฝึกยุทธ์คนอื่น ๆ ก็คอยปกป้องเธอเอาไว้ เผื่อว่าจะต้องเผชิญหน้ากับอันตรายแบบไม่ทันตั้งตัว
ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็ไม่ได้เชื่องช้าแต่อย่างใด
เพียงครึ่งวัน ทีมเฉพาะกิจนี้ก็เดินทางไปได้ไกลแล้ว ตลอดทางพวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายมากมาย ไม่เว้นแม้แต่อสูรขนาดเล็กก็ตาม
นั่นเพราะทีมเฉพาะกิจในรอบนี้ มีจำนวนผู้ฝึกยุทธ์มากถึงสี่สิบคน แถมแต่ละคนยังเป็นระดับสูงกันทั้งนั้น ประกอบกับการที่มีฉู่โม่วซึ่งแข็งแกร่งเหนือความคาดหมายของทุกคน ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นสัตว์อสูรตนไหนก็ไม่สามารถฝ่าวงล้อมนี้เข้ามาได้ทั้งนั้น!
ทุกครั้งที่ฉู่โม่วแสดงฝีมือ มันก็สร้างความตกตะลึงให้กับคนอื่น ๆ ไปด้วย
“เขตแดนลับนี่มันอันตรายจริง ๆ ด้วย!”
“โชคดีที่พวกเรามีฉู่โม่วคอยช่วยเหลือตลอดทาง ไม่งั้นแล้วละก็ ฉันคงไม่กล้าเข้ามาเอาผลึกซวนหยวนในเขตแดนลับนี้ด้วยเหมือนกัน!”
ระหว่างทาง หมัวซานซานก็กล่าวพลางถอนหายใจกับฉู่โม่วอยู่เรื่อย ๆ
ได้ยินเช่นนั้น
ชายหนุ่มก็เพียงแค่ยิ้ม โดยไม่ได้ตอบอะไรกลับไป
หากทุกคนเชื่อฟังคำของหมัวซานซานมากกว่านี้ บางทีเรื่องนี้คงจะง่ายตามไปด้วย!
ยังไงเสีย…
หมัวซานซานก็เป็นถึงผู้ดูแลสาขาของเครือหอการค้าหยกแก้ว แถมยังเป็นผู้ที่สามารถเป็นผู้ฝึกยุทธ์ได้ในสองปีอีกด้วย มีความสามารถสูงกว่าระดับคนธรรมดามากนัก ฉู่โม่วไม่เชื่อหรอกว่าเธอคนนี้จะไม่มีวิธีรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน
นี่ยังไม่ได้พูดถึง…
เรื่องที่เธอมีพรสวรรค์ด้านวิชากระบี่สูงลิ่ว และอยู่ในขั้น ‘อัตลักษณ์แห่งกระบี่’ จึงกล่าวได้ว่าเผลอ ๆ เธออาจมีวิชากระบี่ที่มากกว่าและทรงพลังกว่าของฉู่โม่วเสียอีก!
ต่อให้ความแข็งแกร่งของเขาจะมากกว่าเธอ แต่ถ้าเทียบกับผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไป เธอก็น่าจะแข็งแกร่งกว่าอยู่ดี
พวกเขาคุยกันเรื่อยเปื่อยระหว่างทาง
ณ ตอนนั้นเอง
ทีมของเขาก็เดินตัดเข้ามายังทางสายหนึ่ง
ช่องทางที่ค่อนข้างแคบนี้ถูกตีขนาบด้วยหุบผาหินตระหง่านสองฝั่งทาง ไม่ว่าจะมองยังไงก็เป็นภูมิประเทศที่ย่ำแย่เอาเสียมาก ๆ เลย
ทุกคนอดไม่ได้ที่จะเร่งฝีเท้าเพื่อให้ผ่านจุดนี้ไปให้เร็วที่สุด
ฟู่ว!
ฟิ้ว!
เสียงของวัตถุมีคมแหวกอากาศพุ่งตรงมาหาพวกเขา เป้าหมายของพวกมันคือกลุ่มคนที่กำลังเดินผ่านหุบเขานี้อย่างแน่นอน!
มีผู้ฝึกยุทธ์ที่ไหวตัวช้าหลายคนถูกการโจมตีเหล่านั้น พวกเขาตายลงแทบจะทันทีโดยไม่ทันได้ร้องออกมาด้วยซ้ำ!
แต่การตายของพวกเขาก็ช่วยทำให้คนอื่น ๆ ตระหนักได้ชัดเจน
นี่คือการซุ่มโจมตีจากพวกสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายแมวตัวเล็ก ๆ
“แร็กคูนปีกทองคำเหรอ?”
แร็กคูนปีกทองคำ คือสัตว์อสูรระดับ 2 พวกมันมีปีกหนึ่งคู่อยู่บนร่างกายและปกคลุมไปด้วยขนเส้นเล็ก ๆ สีทองจนกลายเป็นเอกลักษณ์ การโจมตีของมันจะเน้นทำให้เป้าหมายโดนพิษที่มีอยู่ และเพราะแบบนี้พิษของแร็กคูนปีกทองคำจึงส่งผลต่อเป้าหมายได้ทันทีหลังโดนโจมตีไปแล้ว
ทว่า…
แร็กคูนปีกทองคำพวกนี้กลับไม่ได้น่ากลัวอะไรขนาดนั้น แม้จะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับทั่วไปก็ยังสามารถสู้กับพวกมันได้ ตราบใดก็ตามที่ไม่พลาดท่าโดนการโจมตีของมันเข้าเสียก่อน
น่าแปลกที่แร็กคูนพวกนี้กลับเร็วเกินกว่าที่พวกเขาจะได้ทันตั้งตัว!
เมื่อตระหนักได้เช่นนั้น คนอื่น ๆ ที่อยู่ในขบวนก็เริ่มหันมองไปรอบด้าน และพยายามสังเกตเหล่าแร็กคูนสีทองที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ ทันใดนั้น สีหน้าของพวกเขาก็ซีดเผือดไปราวกับเห็นผี
“นั่นมันตัวบ้าอะไรกันน่ะ?!”
แววตาที่ตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า
กลุ่มแร็กคูนปีกสีทองที่ถูกพบเห็นมีแขนและขาเหมือนมนุษย์ ไหนจะมีลำคอและร่างกายที่คล้ายกับมนุษย์อีก!
กรงเล็บที่ฝ่ามือของพวกมันดูแหลมคมเสียยิ่งกว่าเดิม ราวกับมันถูกสร้างขึ้นจากคมมีดเหล็กจริง ๆ!
เจ้าพวกนี้…
ยังเป็นแร็กคูนปีกสีทองอยู่งั้นเหรอ!?
เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ทุกคนต่างตกตะลึงและมีเหงื่อไหลซึมทั่วทั้งร่าง พวกเขาเสียวสันหลังวาบเสียจนก้าวขากันไม่ออก ราวกับว่าตกอยู่ในความงุนงงไปชั่วขณะ
และในตอนนั้นเอง
เหล่าแร็กคูนปีกสีทองที่ดูแปลกพิสดารเหล่านี้พากันโถมเข้ามา! เพียงชั่วพริบตา ผู้ฝึกยุทธ์ที่ตอบสนองช้าก็ถูกพวกมันฆ่าตายไปเพิ่มเสียแล้ว!
ครั้นเห็นดังนั้น…
ผู้ฝึกยุทธ์คนอื่น ๆ ก็สลัดทิ้งความกลัวและหันเข้าสู้กับสัตว์อสูรหน้าตาประหลาดเหล่านั้นแทน!
ความโกลาหลเข้าครอบงำหุบเขาแห่งนี้…
แต่แล้ว
ยิ่งเวลาผ่านไป ความกลัวภายในใจของพวกเขาก็เริ่มก่อตัวขึ้นหนาอีกครั้ง!
แร็กคูนปีกทองคำควรจะไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวขนาดนี้ ตามบันทึกแล้ว ลำพังเพียงผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลางก็เอาพวกมันลงได้สบาย ๆ แล้ว
แล้วยิ่งในตอนนี้ มีผู้ฝึกยุทธ์ที่เก่งกาจอยู่ร่วมสิบคน สถานการณ์มันไม่ควรจะตึงเครียดได้ถึงขนาดนี้เลยแท้ ๆ!
ไม่เพียงแต่พวกมันมีความเร็วที่มากกว่าปกติอยู่หลายเท่าตัว ทว่ายังมีพลังป้องกันที่สูงจนน่ากลัวอีกด้วย!
แม้พวกเขาจะใช้กระบี่ฟาดฟันโดนศัตรูไปกี่ครั้ง แต่ก็ไม่มีครั้งไหนเลยที่คมกระบี่จะสามารถสร้างบาดแผลให้พวกมันได้ นอกจากนี้ทุกครั้งที่ฟันโดน เสียงยังเหมือนว่าฟันโดนเหล็กหรือไม่ก็ก้อนทองคำเสียอีก
ไม่น่าเชื่อเลย!
ว่าแร็กคูนปีกทองคำเพียงสิบกว่าตัวนี้สามารถสู้กับผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงมากถึงสามสิบถึงสี่สิบคนอย่างนี้ได้ แถมพวกมันยังดูเหมือนจะเป็นฝ่ายชนะด้วย!
“ฉู่โม่ว!”
พรสวรรค์ธาตุลม!
กระบี่วายุอสนีบาต!
ย่างก้าวหมอกควัน!
วิชากระบี่ระดับสูง!
ทักษะวิชามากมายถูกสั่งใช้งานทับซ้อนกัน มันทำให้ร่างของฉู่โม่วทิ้งเงาไว้ราวกับเป็นวิญญาณอาฆาต! เขาไปปรากฏที่ตรงนู้นทีตรงนี้ที หน้าบ้างหลังบ้างของสัตว์อสูรแต่ละตัว ทว่าในทุก ๆ ครั้งที่ร่างของเขาปรากฏขึ้นมาก็จะมีสัตว์อสูรถูกสะบั้นหัวออกอย่างน้อยหนึ่งตัว!
ความเร็วของฉู่โม่วนี้เร็วเสียจนสายตาของคนทั่วไปยังมองไม่ทัน!
“ความเร็วของฉู่โม่วเพิ่มขึ้นจนพวกเราตามไม่ทันแล้ว!”
“นี่มัน… เร็วกว่าความเร็วเสียงถึงห้าเท่าเลยนะ! แทบจะเทียบเท่ากับจอมยุทธ์เลย! เขาเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์เองไม่ใช่เหรอ? ความเร็วระดับนี้ คิดว่าใช้แค่ธาตุลมอย่างเดียวมันสามารถทำกันได้ง่าย ๆ หรือไง!”
นอกจากคนเหล่านี้
หมัวซานซานเองก็ตกใจเช่นกัน เธออดไม่ได้ที่จะเผลอหลุดอุทานออกมาเสียงเบา
ในจังหวะที่เธอกำลังตกใจนั้นเอง
ฉู่โม่วผู้กลับมาปรากฏตัวอยู่ที่เดิมอีกครั้งก็หันหน้ามาหาทุกคน ปล่อยให้ร่างของสัตว์อสูรที่อยู่เบื้องหลังกว่าสิบตัวค่อย ๆ แยกเป็นชิ้น ๆ และล้มลงไปกองกับพื้นด้วยฝีมือของเขา
บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัดกันไปพักใหญ่
“อึก…”
ไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของเสียง แต่ด้วยเสียงกลืนน้ำลายอันดังนี้ มันได้ทำลายความเงียบสงัดลงไป
เมื่อมองไปโดยรอบ
เหล่าผู้ฝึกยุทธ์คนอื่น ๆ ต่างยังยืนแน่นิ่งด้วยความตกตะลึง พวกเขาจับจ้องฉู่โม่วด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
แม้ก่อนหน้านี้พวกเขาจะคิดว่าตนเองรู้แน่ชัดแล้วว่าชายคนนี้แข็งแกร่งขนาดไหน
ทว่า…
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า พวกเขาตระหนักได้แล้วว่า พวกตนไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับฉู่โม่วเลย
เหล่าสัตว์อสูรทุกตัวก่อนหน้านี้ล้วนแต่แข็งแกร่งจนไม่น่าเชื่อ ขนาดที่ว่าเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงยังต้องพากันล่าถอย …บางคนถอยไม่ทันก็ตาย!
แต่ฉู่โม่วกลับสามารถกำจัดพวกมันได้ทั้งหมดด้วยตัวเขาเอง
ความแข็งแกร่งระดับนี้…
น่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
“อะไรกัน…”
ท่ามกลางการโจมตีอันรวดเร็ว ฉู่โม่วได้ยินเสียงรำพันด้วยความตกใจดังมาจากที่ไหนสักแห่ง
ทว่าไม่ได้มาจากเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ที่จ้องมองมา
แต่มาจากพวกสัตว์อสูร!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์