เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 52

บทที่ 52 หนึ่งคน หนึ่งกระบี่ ฝูงสัตว์อสูร!

ณ ป่ากลางเทือกเขาในเขตแดนลับ

พื้นที่นี้เป็นเนินเขาขึ้นและลง ต้นไม้โดยรอบเขียวชอุ่มและอุดมสมบูรณ์

ดูมีชีวิตชีวามาก

แต่

หากมองดูให้ดีก็จะเห็นว่ามีชิ้นส่วนกระดูกและร่างหลากหลายรูปแบบอยู่ทั่วทั้งเทือกเขา

สัตว์อสูรบางส่วนที่มีสติปัญญาอย่างมนุษย์ก็เดินไปมาตามใจชอบ ทั้งเป็นกลุ่มสามถึงห้าตัวหรือเดินอยู่ตัวเดียว ทั่วทั้งพื้นที่เต็มไปด้วยรัศมีดุร้ายและกระหายเลือด

ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไร

สายลมเริ่มพัดพาและมีฝนตกลงมา

เม็ดฝนเย็นยะเยือกตกลงบนร่างกายของฉู่โม่ว

เสียงลมร้องหวีดหวิว ท้องฟ้าเต็มไปด้วยเมฆครึ้ม และได้ยินเสียงฟ้าร้องมาจากไกล ๆ

พื้นดินเป็นสีดำสนิท และไม่มีแสงอาทิตย์แม้แต่น้อย

เป็นความเหน็บหนาวและเปล่าเปลี่ยวจนไม่อาจอธิบายได้

หลังจากที่ตัดสินใจห้อมล้อมสัตว์อสูรเหล่านี้ไว้ ฉู่โม่วก็รีดข้อมูลมาจากตัวที่ยังมีลมหายใจอยู่

มันไม่ใช่การรีดข้อมูลเสียด้วยซ้ำ

เพราะเมื่อฉู่โม่วเอ่ยถาม พวกมันก็ตอบทันที

อาจเพราะชายหนุ่มเป็นฝ่ายเข้าหาพวกมันก่อน และพวกมันคิดว่าตนต้องตายอย่างแน่นอนจึงไม่กล้าขัดขืน

หลังจากรู้ตำแหน่งที่แน่นอน ฉู่โม่วก็มุ่งหน้าไปยังเป้าหมายโดยใช้เวลามากกว่าหนึ่งชั่วโมง

เมื่อเห็นเทือกเขาอยู่ตรงหน้า ชายหนุ่มก็ไม่รีบร้อนอีกต่อไป

เขาเดินช้า ๆ และดื่มด่ำไปกับลมฝน

เม็ดฝนร่วงลงบนร่างกายซึ่งไม่ทำให้เสื้อผ้าของเขาเปียก แต่พวกมันกลับไหลลงไปบนพื้น

ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงนั้นมีพลังอณูแห่งชีวิตเต็มเปี่ยมทั้งร่างกาย น้ำและไฟ ซึ่งเป็นธรรมดาไม่อาจเข้าใกล้พวกเขาได้

ดื่มด่ำไปกับพายุฝน

ความคิดในหัวของฉู่โม่วยุ่งเหยิง

ที่จริงแล้วมันมีเหตุผลอยู่

หลังจากที่ได้รับผลึกซวนหยวน เขาก็สามารถพาหมัวซานซานออกไปจากเขตแดนลับได้ และไม่จำเป็นต้องเสี่ยงเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรเหล่านี้อีกแล้ว

เพียงแต่ว่า…

เขายังไม่ค่อยพึงพอใจนัก

ในเขตแดนลับนี้มีสมบัติแห่งโลกและสวรรค์อยู่มากมาย หากนำพวกมันกลับไปได้ก็จะเพิ่มพละกำลังได้มหาศาล

แล้วเขาจะถอยหลังกลับเพียงเพราะสัตว์อสูรเหล่านี้ได้ยังไงกัน?

บนเส้นทางแห่งวรยุทธ์ การพายเรือต้านกระแสน้ำโดยไม่ไปข้างหน้านั้นจะทำให้ถอยหลัง

เพราะมีระบบกลืนกิน เขาจึงมีพรสวรรค์ที่ผู้ฝึกยุทธ์คนอื่น ๆ คาดไม่ถึงได้กระทั่งด้วยการฝึกฝนไปทีละขั้นตอน และสามารถเติบโตขึ้นจนสูงยิ่งกว่าที่คนอื่น ๆ จะไปถึงได้ภายในชีวิตเดียว

แต่นั่นก็ยังขาดความหมายที่แท้จริงของผู้ฝึกยุทธ์ไป

คือการบ้าเลือดสู้อย่างสุดชีวิต!

วันนี้ในเขตแดนลับ เมื่อเขาเผชิญหน้ากับสัตว์อสูร พวกมันต่างถอยหนีไปด้วยความหวาดกลัว

วันพรุ่งนี้ชายหนุ่มจะต้องเผชิญกับศัตรูที่อื่นอีก หากไม่ใช่ศัตรูที่ทำให้เขาหวาดกลัวในพลังของพวกมัน

ก็จะเหมือนถอยไปทีละก้าว ๆ

ในระยะยาว

เขาจะฝึกหัวใจของผู้ฝึกยุทธ์ได้อย่างไร?

จะไปถึงจุดสูงสุดได้อย่างไร?

แน่นอนว่า…

หากสู้ไม่ไหว ชายหนุ่มจะวิ่งหนีไปให้ไกลที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงความตาย

ตามคำกล่าวที่ว่า มีสติอยู่เสมอเหมือนเดินบนน้ำแข็ง จริงจังและกล้าหาญ!

เมื่อเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งระดับนี้

ฉู่โม่วก็มั่นใจ…

พละกำลังของเขามากพอที่จะทำลายอสูรเหล่านั้นอย่างแน่นอน!

เมื่อคิดได้ดังนั้น หัวใจของฉู่โม่วก็ร้อนรุ่ม

และในตอนนั้นเอง ในเส้นลมปราณ

อณูแห่งชีวิตมหาศาลราวกับแม่น้ำเชี่ยวกรากไหลเวียนไปทั่วร่างกาย ในขณะที่เลือดในกายพลุ่งพล่าน

พรสวรรค์ธาตุสายฟ้าถูกเปิดใช้งาน เกิดเป็นเส้นโค้งสีม่วงทั่วร่างที่ปล่อยรัศมีแห่งการทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัวออกมา!

หลังจากผ่านไปสักพัก…

จิตสังหารที่แผ่ซ่านออกมาจากกายฉู่โม่วก็พุ่งขึ้นถึงจุดสูงสุด!

เขาสูดหายใจลึกเพื่อให้เย็นลง แล้วฉู่โม่วก็หันไปมองเทือกเขาไกลออกไปและมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า

เขาเดินมุ่งหน้าไปทันที

ด้านนอกภูเขา

สัตว์อสูรสี่ตัวที่คอยเฝ้ายามพักผ่อนอย่างเบื่อหน่ายอยู่บนหินก้อนใหญ่

ราชาหมาป่าสวรรค์นำฝูงสัตว์อสูรมาห้อมล้อมและสกัดคนนอกเอาไว้ และก่อนจะจากไป มันสั่งให้สัตว์อสูรตัวอื่น ๆ ระมัดระวังและตื่นตัวตลอดเวลาเพื่อไม่ให้คนนอกฉวยโอกาสได้

แต่สัตว์อสูรเหล่านั้นคงไม่ได้คิดแบบเดียวกัน

พวกมันฝึกฝนอยู่ในเขตแดนลับแห่งนี้มาหลายร้อยปีและทั้งเขตแดนก็เต็มไปด้วยผู้สืบสายเลือดเดียวกัน ดังนั้นเหล่าสัตว์อสูรที่ไร้ซึ่งศักยภาพจึงไม่กล้าย่างกรายเข้ามาที่นี่

ฉู่โม่วขมวดคิ้ว

“หนวกหู!”

กระบี่ถูกฟันออกไป!

เลือดและอณูแห่งชีวิตในร่างกายพลุ่งพล่านอย่างบ้าคลั่ง! คมกระบี่พุ่งตรงไปยังสัตว์อสูรเหล่านั้น

เมื่อเผชิญหน้ากับพลังที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ เหล่าสัตว์อสูรก็ต้านทานไม่ได้แม้แต่น้อย พวกมันถูกผ่าร่างออกเป็นสองส่วนก่อนที่จะได้ส่งเสียงร้องเสียอีก

ไม่เพียงเท่านั้น

จุดที่พวกมันยืนอยู่มีรอยกระบี่ขนาดใหญ่ที่ยาวกว่าหลายเมตร

“ใครกัน?!”

“ใครมันกล้าเข้ามาในป่านี้!”

การเคลื่อนไหวนั้นทำให้สัตว์อสูรในเทือกเขารู้ตัวทันที!

สายตามากมายเพ่งเข้ามาจากทั่วทุกทิศทางพร้อมเสียงคำรามลั่น รัศมีอันน่าสะพรึงกลัวแผ่กระจายออกมาถึงฉู่โม่วอย่างรวดเร็ว!

แต่แล้ว…

ก่อนที่พวกมันจะได้เข้ามาใกล้ ฉู่โม่วก็เคลื่อนไหวก่อน

ฉับ!

กระบี่ถูกฟันออกไปอีกครั้ง

บนท้องฟ้าเต็มไปด้วยลำแสงกระบี่ไร้ที่สิ้นสุดล้อมรอบทั้งพื้นที่

เพราะความรุนแรงของมัน แม้แต่อากาศยังส่งเสียงหวีดหวิวราวกับกำลังหวาดกลัว

เมื่อเหล่าสัตว์อสูรบินเข้ามาโดนลำแสงกระบี่ รัศมีของพวกมันก็จางหายไปทันที!

พวกมันกลับกรีดร้องและโอดครวญ!

ฉัวะ!

ฉัวะ!

ฉัวะ!

กระบี่ไร้ที่สิ้นสุดฟาดฟันและกวัดแกว่งไปมาในอากาศและสร้างบาดแผลอาบเลือดให้แก่เหล่าสัตว์อสูรทั่วทุกทิศทาง

หลังจากนั้น

พวกมันก็ถูกตัดเป็นชิ้น ๆ และร่วงลงบนพื้น

เลือดโปรยปรายมาจากท้องฟ้าราวกับสายฝน!

จากแค่กระบี่เพียงเล่มเดียว

เขาสังหารอสูรไปอย่างน้อยหลายสิบตัว!

การสังหารหมู่ที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ทำให้เหล่าอสูรขวัญผวาทันที!

ยังมีสัตว์อสูรบางตัวที่พุ่งตรงเข้ามาหา แต่พวกมันต่างก็ต้องชะงักค้างด้วยความตกตะลึง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์