บทที่ 86 สำรวจรอยแยกห้วงมิติ
หลังจากกลับไปที่บ้าน
เมื่อเห็นว่าเฉินซีเวยกำลังเข้าครัว อาหารอันโอชะจานแล้วจานเล่าถูกนำมาวางบนโต๊ะ
“นายกลับมาแล้วเหรอ! มานั่งเลย ฉันเตรียมกับข้าวไว้ให้แล้ว!”
เมื่อเห็นว่าฉู่โม่วกลับมา เฉินซีเวยก็กล่าวทักทาย
ไม่นานเฉินซีเวยก็นำอาหารจานสุดท้ายออกมา ทั้งสองนั่งกินตรงข้ามกันและพูดคุย
ตั้งแต่ฝูงสัตว์อสูรจากไป ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองก็พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ตอนนี้พวกเขาสนิทกันมากราวกับคู่รักที่ใช้ชีวิตร่วมกันมานาน
แค่ยังไม่ได้เป็นสามีภรรยากันก็เท่านั้น
“วันนี้ผู้อำนวยการเสิ่นจิ้นติดต่อฉันมา ขอให้ฉันไปตรวจสอบรอยแยกห้วงมิติใกล้ ๆ ฐานกับพวกเขาด้วย ฉันตอบตกลงไปและจะออกไปในอีกสามวัน ระหว่างที่ฉันไม่อยู่ก็ดูแลตัวเองด้วยละ”
ฉู่โม่วกล่าว
“นายจะไปที่รอยแยกห้วงมิติเหรอ?” เฉินซีเวยขมวดคิ้วเล็กน้อย
รอยแยกห้วงมิตินั้นอันตรายมากและสภาพแวดล้อมเบื้องหลังแต่ละรอยแยกก็แตกต่างกันออกไป บางที่ก็อันตรายจนแม้แต่แม่ทัพเมืองซี่ฟางก็คงต้องตายทันทีที่เข้าไป
ถึงแม้ฉู่โม่วจะแข็งแกร่งแต่เฉินซีเวยก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้
“ข้างในนั้นมันอันตรายเกินไป ฉันว่านายไม่ควรเข้าไปนะ!” เธอแนะนำ
ฉู่โม่วกล่าวพร้อมยิ้ม “ไม่ต้องห่วงฉันหรอก ฉันแค่จะเข้าไปดูด้านในกับผู้อำนวยการเสิ่นและคนอื่น ๆ แล้วก็ออกมาทันทีที่ตรวจสอบเสร็จ ถ้ามีอันตรายอะไรฉันจะรีบหนีออกมาให้เร็วที่สุด ด้วยความเร็วของฉันแม้แต่สัตว์อสูรระดับ 5 ก็ตามไม่ทันหรอก!”
คำพูดของฉู่โม่วนั้นไม่เกินจริงแต่อย่างใด
ด้วยพละกำลังของเขาในตอนนี้และพรสวรรค์ธาตุลม เขามีความเร็วสามสิบเท่าของความเร็วเสียง แม้แต่สัตว์อสูรระดับ 5 ก็ตามเขาไม่ทันอย่างแน่นอน!
ยิ่งกว่านั้น เขายังมีพรสวรรค์แห่งห้วงมิติทำให้สามารถเทเลพอร์ตได้
หากฉู่โม่วต้องการจะหนีก็จะไม่มีใครจับเขาได้แน่นอน
ด้วยเหตุผลเหล่านี้เขาจึงตอบตกลงที่จะเข้าไปกับผู้อำนวยการเสิ่นจิ้น
เฉินซีเวยเองก็รู้ว่าหากฉู่โม่วเลือกอะไรแล้วก็ยากจะเปลี่ยนใจเขาได้
ดังนั้นจึงไม่มีการโน้มน้าว แต่เป็นแค่การถอนหายใจ “งั้นก็อย่าลืมดูแลตัวเองให้ดีด้วยละ ถ้าเจออันตรายที่ต้านไม่ไหวก็หันหลังกลับทันที เข้าใจนะ! จำไว้ให้ดีละ… ฉันจะรอนายอยู่ที่นี่นะ!”
เมื่อพูดประโยคสุดท้ายจบ เธอก็ก้มหน้าลงพร้อมส่งเสียงอุบอิบราวกับยุง หูและแก้มของเธอเริ่มแดงระเรื่อ
“เข้าใจแล้วละ ฉันจะกลับมาแน่นอน” ฉู่โม่วจับมือเรียวยาวของเฉินซีเวยและกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
…
สามวันหลังจากนั้น
ฉู่โม่วไปยังสถานที่นัดร่วมกับปรมาจารย์คนอื่น ๆ
“คุณฉู่มาแล้ว!” ผู้ปลุกพลังคนอื่น ๆ กล่าว
ฉู่โม่วเองก็กล่าวทักทายกลับไปเช่นกัน
เสิ่นจิ้นเดินเข้ามาหาและกล่าวอย่างเคร่งขรึม “คุณฉู่ การสำรวจรอยแยกมิติครั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณแล้ว!”
“วางใจได้เลยครับ!” ฉู่โม่วพยักหน้าอย่างหนักแน่น
“ทุกคนมากันครบแล้ว ออกเดินทางได้!”
ฉู่โม่วและคนอื่น ๆ เดินทางออกจากฐานตามคำสั่งของเสิ่นจิ้นทันที
เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายในเขตแดนลับระหว่างทาง เสิ่นจิ้นและอีกสี่คนก็แจ้งระดับขั้นของตัวเอง
ทั้งสี่คนนี้ล้วนอยู่ในขั้นปรมาจารย์ยุทธ์ระดับต้น นอกจากเสิ่นจิ้นแล้ว อีกสามคนมีชื่อว่าสีอิ้ง หลู่ฉือ และหยวนตงเฟย
และที่สำคัญนอกจากเสิ่นจิ้นผู้มีพรสวรรค์ธาตุไฟระดับ 3 แล้ว อีกสามคนไม่มีพลังธาตุอะไรเลย
พวกเขาต้องอ่อนแอมากแน่ ๆ พวกเขาพัฒนาระดับขั้นด้วยการฝึกฝนร่างกายล้วน ๆ
แต่เมื่อพูดถึงความสามารถในการต่อสู้ ในหมู่ปรมาจารย์ยุทธ์แล้วมันคือระดับต่ำที่สุด
ไม่มีการพูดคุยใด ๆ ตลอดทาง
หลังจากผ่านไปสักพัก ทั้งสี่ก็ไปถึงรอยแยกห้วงมิติ
ที่นั่นเป็นพื้นที่ราบว่างเปล่า ปราศจากต้นไม้ มีเพียงวัชพืชเขียวชอุ่มกำลังเติบโต
แต่เดิมเคยมีสัตว์อสูรอาศัยอยู่ที่นี่ แต่เพราะพวกเขาที่ต่างก็ปล่อยรัศมีอันทรงพลังออกมาเข้ามาข้างใน สัตว์อสูรมากมายก็หนีจากไปด้วยความหวาดกลัว
ทุกคนจะรับรู้และตามเข้าไปทีละคน
เมื่อฉู่โม่วเดินเข้าไปในรอยแยกห้วงมิติ เขารู้สึกราวกับว่าเดินผ่านเยื่อบาง ๆ และเมื่อเงยหน้ามองอีกครั้งก็เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตรงหน้า
เมื่อมองไปรอบ ๆ ก็เห็นว่ามีคนอื่น ๆ อยู่ด้วย พวกเขาต่างก็มองไปทั่วด้วยความตื่นตัว
“เราเข้ามาแล้ว ระวังตัวด้วย อย่าให้ใครรู้ตัว!”
เสิ่นจิ้นกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
ฉู่โม่วและคนอื่น ๆ พยักหน้า
แล้วพวกเขาก็เลือกทิศทางอย่างระมัดระวังและเริ่มออกเดินช้า ๆ ภายใต้การนำของเสิ่นจิ้น
ระหว่างทาง
เสิ่นจิ้นหยิบแผนที่ออกมา เขาเริ่มวางเส้นทางของที่นี่และบักทึกสัตว์อสูรทุกตัวที่พบระหว่างทาง
ไม่มีการพลาดข้อมูลอะไรทั้งสิ้น
“คุณซื่อ ผู้อำนวยการเสิ่นกำลังทำอะไรเหรอ?”
ฉู่โม่วสงสัยและกระซิบถามสีอิ้งที่อยู่ข้าง ๆ
“พี่เสิ่นกำลังวาดเส้นทางสำหรับการต่อสู้ของฝ่ายมนุษย์!”
สีอิ้งกล่าว “การปรากฏตัวของรอยแยกห้วงมิติเท่ากับการบุกรุกของสัตว์อสูรนับไม่ถ้วน สำหรับมนุษย์แล้วนั่นคือหายนะ!”
“แต่ตราบใดที่มีพละกำลังมากพอจะฆ่าสัตว์อสูรในเขตแดนลับได้ ก็จะได้ดินแดนขนาดใหญ่ในรอยแยกนี้ด้วย… คิดดูสิ ถ้ามีสัตว์อสูรอาศัยอยู่มากขนาดนี้มันจะมีทรัพยากรในการฝึกวรยุทธ์มากขนาดไหน?!”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้
เขามองไปรอบ ๆ และกล่าวด้วยเสียงแผ่วเบา “ฉันกล้าสัญญาเลย ถ้าสัตว์อสูรในรอยแยกนี้ไม่ทรงพลังเกินไป พอกำลังเสริมจากฐานจินหลิงมาถึง พวกเขาจะฆ่าสัตว์อสูรที่นี่และควบคุมดูแลรอยแยกนี้!”
“ถึงตอนนั้น… บางทีฐานลู่หยางอาจใช้โอกาสนี้พัฒนาขึ้นเป็นฐานขนาดกลางเลยก็ได้!”
เมื่อพูดดังนั้น สีหน้าของเขาก็เผยความคาดหวังออกมา
“ก็เป็นไปได้นะครับ” ฉู่โม่วพยักหน้า

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์