ถ้าเซ่าเยว่เลือกจะคลุกคลีอยู่กับผู้ชายพรรค์นี้ต่อ ก็พิสูจน์ได้ว่าเธอนั้นโง่ไม่ต่างจากควาย
เธอจะไม่คอยอบรมเจ้าตัวอีก
มั่วหนานหว่านเต็มใจอบรมผู้หญิงเก่งกาจ เพื่อทำให้พวกเธอเก่งกาจไม่แพ้ใครในแวดวงการทำงาน
เพราะเธอเคยใช้ชีวิตมาแบบนี้ จึงเต็มใจที่จะปูทางให้คนที่มาทีหลัง
ทว่าโอกาสไม่ได้มีมากมายนัก แน่นอนว่าต้องเก็บไว้ให้ผู้หญิงที่มีสติเป็นตัวของตัวเอง หัวใจแข็งแกร่ง มีความทะเยอทะยานแรงกล้า!
ชั่ววินาทีที่ลู่เจี้ยนเฉินพูดนั้น เซ่าเยว่เองก็หยุดมือเช่นกัน
เมื่อหันไปก็เห็นเจียงเฉินหาน
เซ่าเยว่เลิกกลัวการต้องเจอเขาเป็นครั้งคราวไปนานแล้ว
วันนี้เธอมาตีเทนนิสเพราะนัดกับลู่เจี้ยนเฉินไว้แล้ว เธอจะไม่ยอมเป็นเต่าที่หดอยู่ในกระดองเพราะเจียงเฉินหานอยู่ที่นี่
ดังนั้น เซ่าเยว่ถึงได้เผยสีหน้าสงบนิ่ง
ทันใดนั้นซางจื้อเหนียนก็เอ่ยปากว่า “จะต่อไหม?”
เซ่าเยว่ “...”
คำพูดนี้ช่างเป็นการท้าทายเสียเหลือเกิน แทบจะห้ำหั่นกันอยู่รอมร่อ
ซางจื้อเหนียนจงใจอยู่แปดส่วน
เขาอาจจะไม่ได้คิดจะทำตัวเป็นโค้ชให้จริง ๆ แต่เขารู้เรื่องปมของเจียงเฉินหาน เลยเหยียบย่ำลงไปสักหน่อย
ความสัมพันธ์ของพวกเขานั้นย่ำแย่มาก ไม่มีทางประนีประนอมกันได้แน่
เซ่าเยว่ยังไม่ทันได้ตอบอะไร
เจียงเฉินหานก็เดินตรงเข้ามาพร้อมกับใบหน้าเย็นชา แล้วสั่งเธอว่า “ไปกับฉัน”
เขาทนยืนดูเซ่าเยว่ตีเทนนิสกับคนที่เขาเกลียดที่สุดไม่ได้จริง ๆ
ลู่เจี้ยนเฉินตีลูกเทนนิสไปกระทบของข้าง ๆ เท้าของเจียงเฉินหาน “ฉันเป็นคนนัดเซ่าเยว่มาเอง พวกเราจะตีเทนนิสกันสองชั่วโมง นี่ยังไม่ถึงครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ เร็วไปแล้ว ถ้านายมีธุระจริง ก็รออีกสักห้านาทีค่อยมาแล้วกัน”
เฟิงเยี่ยนเข้าใจพฤติกรรมน่าเอือมระอาของลู่เจี้ยนเฉินดี
ก็แค่ไม่ชอบใจที่เรื่องยังไม่ใหญ่พอ เลยเลือกที่ทำให้เจียงเฉินหานเสียหน้าต่ออีก
เขาไม่แปลกใจเลยสักนิดเดียว ถึงขั้นดันกรอบแว่นบนสักจมูกขึ้นเล็กน้อย แล้วดูความครึกครื้นต่ออย่างสนอกสนใจ
ในสถานการณ์แบบนี้ ถ้าขาดลู่เจี้ยนเฉินไป ก็ไม่สนุกน่ะสิ
อวี๋หลินโจวอยากพูดอะไรบางอย่าง ทว่าเขาไม่ได้อยู่จุดที่จะสอดปากได้
เว้นแต่ว่าประธานชางจะลงมือเอง
เขาอดหันหน้าไปมองไม่ได้ เอาเถอะ ประธานซางนี่ช่างไม่สะทกสะท้านเลยจริง ๆ แถมยังมองดูด้วยสายตาเย็นชาอยู่ข้าง ๆ อีก ไม่เห็นใครอยู่ในสายตาเลย...
ก็ปกติละนะ
เดิมทีประธานซางก็ไม่ได้สนใจอะไรเซ่าเยว่อยู่แล้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักครั้งใหม่กับพี่ชายอดีตสามี