เมื่อผู้จัดการเห็นซางจื้อเหนียน ก็ตกตะลึงไปอย่างเห็นได้ชัด
แม้ไม่รู้จัก ทว่าก็ถูกรูปร่างหน้าตาและออราของเขาทำให้ตกตะลึงไปขณะเดียวกัน สีหน้าแข็งทื่อไปโดยพลัน หลังจากนั้นก็พยักหน้าฉีกยิ้มพร้อมค้อมตัว แล้วก็นั่งนิ่ง ๆ
นิ้วเรียวยาวของซางจื้อเหนียนที่หนีบนามบัตรแผ่นบางอยู่ โยนทิ้งลงไปในถังขยะ
เซ่าเยว่ยังไม่ได้พูดอะไร เขาก็หลับตาลงอีกครั้ง
…เมื่อครู่เขาหลับตาอยู่ตลอด แถมผู้จัดการท่านนี้ก็พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เขารู้หมดทุกอย่างได้ยังไง?
นี่ตกลงหลับหรือว่าไม่ได้หลับกันแน่
เซ่าเยว่เพิ่งคิดเสร็จ จู่ ๆ เครื่องบินก็โคลงเคลงขึ้นมา
แอร์โฮสเตสบอกว่าเครื่องบินเจอกระแสลมแรง ไม่ต้องตื่นตระหนก
เซ่าเยว่พยายามทำให้ตัวเองสงบลง ทว่าเครื่องบินโคลงเคลงอย่างต่อเนื่องอยู่นาน ผู้โดยสารทั้งลำต่างตื่นตระหนกกันเล็กน้อย ยังมีผู้โดยสารที่กำลังกรีดร้อง อารมณ์หวาดกลัวจะแพร่ออกไป แอร์โฮสเตสจึงคอยปลอบไม่หยุด
เซ่าเยว่จับที่วางแขนแน่น กดภาพจินตนาการอันน่ากลัวนานาชนิดในหัวเอาไว้
จู่ ๆ หลังมือของเธอก็ถูกบางสิ่งกุมไว้
ร่างกายของเซ่าเยว่สั่นเทา เธอหันขวับกลับไป สายตาของซางจื้อเหนียนราบเรียบ “ไม่ต้องกลัว”
พูดจบ มือที่กุมหลังมือเธอไว้ก็ออกแรง
ความตื่นตระหนกของเซ่าเยว่ก็สงบลงเยอะเพราะการปลอบของซางจื้อเหนียน แต่แล้วเครื่องบินก็ค่อย ๆ โคลงเคลงอย่างรุนแรงอีกครั้ง เซ่าเยว่ไม่กล้าขยับตัว น้ำเสียงของเธอเองก็เริ่มสั่นคลอน “ประ...ประธานซาง ฉันกลัวนิดหน่อยจริง ๆ...คุณว่าจะ...”
ซางจื้อเหนียนยิ่งออกแรงจับมือเธอแน่นขึ้น น้ำเสียงเย็นเยียบ “ไม่หรอก”
“ไม่...ไม่จริง ๆ เหรอคะ?”
ความกลัวแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว การปลอบของซางจื้อเหนียน ไม่มีผลอีกต่อไป
“เดินทางไปทำงาน บริษัทซื้อประกันให้คุณแล้ว ต่อให้ตาย ก็จะชดเชยเงินก้อนใหญ่ให้คุณได้”
เซ่าเยว่ “...ประธานซาง คุณปลอบคนไม่เป็นก็อย่าพูดเลย”
มีเพียงภายใต้สภาวะความกลัวเท่านั้น เซ่าเยว่ถึงกล้าพูดกับเขาแบบนี้
ซางจื้อเหนียนไม่ได้คิดเล็กคิดน้อย “ยังมีผมอยู่ทั้งคนไม่ใช่หรือไง?”
“ผมรู้ว่าคุณเก่งมาก แต่อยู่บนเครื่องบิน คุณทำอะไรไม่ได้ทั้งนั้น...”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักครั้งใหม่กับพี่ชายอดีตสามี