เซ่าเยว่ค่อนข้างคุ้นเคยกับเบนท์ลีย์ของซางจื้อเหนียนไม่เบา คนขับรถอยู่ในรถตลอด ทว่าหลังจากที่เธอขึ้นมาบนรถ คนขับรถก็รีบออกไปทันที
เซ่าเยว่ไม่ได้ถามอะไรมาก ทำเพียงแค่รอซางจื้อเหนียนกับเจียงเฉินหานพูดคุยกันให้เสร็จเท่านั้น
ไม่รู้ว่าพวกเขากำลังคุยอะไรกันอยู่
เซ่าเยว่คิดไม่ออก ดังนั้นเลยมองใบหย่าในมือ
เธอเปิดดูเล็กน้อย แล้วก็ปิด จากนั้นก็เปิดอีกครั้ง
ความรู้สึกอันซับซ้อนนั้นยากที่จะอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้
ทว่าพันธนาการไร้รูปที่เซ่าเยว่สัมผัสได้ว่ามันรัดอยู่บนตัวเธอมาตลอดได้ขาดไปแล้ว นอกเหนือจากพันธนาการก็คือเจียงเฉินหาน ในที่สุดเธอกับปลดเปลื้องชีวิตคู่กับเจียงเฉินหานได้ เธอสามารถไปใช้ชีวิตของตัวเองได้อย่างสบายใจ และไม่ต้องพะว้าพะวังอีกต่อไป
ดังนั้นนอกจากความซับซ้อนทางความรู้สึกแล้ว สิ่งที่หลงเหลืออยู่กับเซ่าเยว่ก็คือความฮึกเหิม
ทว่าหลังจากดีใจแล้ว สารโดพามีนเองก็ลดลงไปด้วย ความรู้สึกก็จะตกไปอยู่ในช่วงขาลง เพียงแต่ไม่รู้ว่ามันจะพังทลายลงเมื่อไร
แต่ตอนนี้ เธอกำลังดีอกดีใจเป็นอย่างยิ่ง
ราว ๆ สิบนาทีหรืออาจจะยี่สิบนาที เซ่าเยว่ก็เห็นซางจื้อเหนียนเดินสาวเท้ายาว ๆ เข้ามา
เซ่าเยว่มองไป
ภาพจำของซางจื้อเหนียนที่เธอมีนั้น เขามักจะมีท่าทางสูงสง่าและเข้มงวด ไม่ยอมให้ใครได้เข้าไปก้าวก่าย เป็นประธานใหญ่ที่ทั้งเย็นชาทั้งงามสง่า ให้ความรู้สึกปลอดภัยเสียจนไม่อาจเอาการทะเลาะลงไม้ลงมือมาผูกไว้กับตัวเขาได้
แม้ว่ามันจะไม่เข้ากัน ทว่าตอนที่เขาชกต่อยกับเจียงเฉินหานนั้นต่อยกันเสียน่าชม น่าจะเป็นเพราะว่าพวกเขาสองคนหน้าตาหล่อเหลา ทั้งยังรูปร่างสูงใหญ่ขายาว
เซ่าเยว่เองก็เห็นด้านที่สภาพจนตรอกของซางจื้อเหนียนอย่างหาได้ยาก อย่างเช่นเสื้อคลุมร่างกายยับยู่ยี่ มุมปากมีรอยช้ำ เส้นผมจำนวนหนึ่งกระจายตัวอยู่บนหน้าผาก
ใบหน้าของซางจื้อเหนียนยังคงไม่มีสีหน้าใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ก็มีความแตกต่างกันอยู่ เทียบกับเขาในยามปกติแล้วจะไม่มีทางขาดท่าทางสูงส่งของชายหนุ่มไปไม่ได้ ตอนนี้ดูล่องลอยและสบาย ๆ ทำให้เขาดูมีตัวตนอยู่จริง ๆ อย่างเห็นได้ชัด
เซ่าเยว่นั่งอยู่บนที่นั่งข้างคนขับ ขณะที่เธอกำลังจะลงจากรถนั้น
ประตูรถก็ถูกชายคนหนึ่งขวางเอาไว้ ประตูที่เพิ่งเปิดแง้มไปเพียงนิดเดียว ก็ถูกปิดเสียแล้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักครั้งใหม่กับพี่ชายอดีตสามี