ฝ่ายที่ถูกทำร้ายก็มีสิทธิ์ที่จะไม่ให้อภัยไปตลอดชีวิต ไม่ว่าอีกฝ่ายจะรั้งไว้อย่างไร ไม่ให้อภัยก็คือไม่ให้อภัย
ดังนั้นเซ่าเยว่คิดว่าเรื่องดีเพียงอย่างเดียวของเจียงเฉินหาน ก็คือเขาไม่เคยรักเธอเลยตั้งแต่ต้นจนจบจริง ๆ
นั่นถึงได้ไม่มีการตามตื๊ออย่างเอาเป็นเอาตาย ยิ่งไม่มีการแสร้งทำเป็นรักเพื่อรั้งเอาไว้ ทำให้เธอได้ใบหย่ามาอย่างราบรื่น
และไม่ต้องเผชิญหน้ากับการเสแสร้งหลอกลวงที่แกล้งทำเป็นรักใคร่ลึกซึ้งของเจียงเฉินหาน ไม่ต้องรู้สึกรังเกียจของอีก และเพิ่มบาดแผลที่เกิดจากการแต่งงานให้เธอ
ยิ่งไปกว่านั้น เธอให้ความสำคัญกับความผูกพัน ถ้าเจียงเฉินหานแสร้งทำเป็นรักใคร่ลึกซึ้งเพื่อหลอกลวงเธอจริง ๆ เธอก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะมีปฏิกิริยาตอบสนองแบบไหน
ดังนั้นเซ่าเยว่ยิ่งคิดก็ยิ่งเย้ยหยัน การที่เจียงเฉินหานไม่เคยรักเธอเลยกลับกลายเป็นเรื่องดีเพียงหนึ่งเดียวของเจียงเฉินหานที่เธอนึกขึ้นมาได้
นอกจากนี้แล้ว ไม่มีตรงไหนที่อบอุ่นใจเลย
การหย่าจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น
ถ้าต้องจำเรื่องอะไรเกี่ยวกับเจียงเฉินหานจริง ๆ นั่นก็คือชั่วพริบตาที่เขาเคยช่วยเธอไว้
นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรอีกแล้ว
หลังจากที่เซ่าเยว่คิดจบ เธอก็เชยตาขึ้นมาสบเข้ากับนัยน์ตาของซางจื้อเหนียน
เขามองเธออยู่มาตลอด
เดิมทีแววตาของซางจื้อเหนียนก็ลุ่มลึกอยู่แล้ว เวลามองคนและจดจ่อเป็นพิเศษ ก็ให้ความรู้สึกเหมือนเขากดดันมาก
เซ่าเยว่ทนรับสายตาที่เหมือนมีน้ำหนักจริงของชายหนุ่มไม่ไหว เธอเบนสายตาออกไปเล็กน้อยแล้วขมวดคิ้ว อันที่จริงเธอมีเรื่องอยากจะถามซางจื้อเหยียน ดังนั้นจึงเอ่ยว่า “ประธานซาง ทางฝั่งคุณปู่...”
ซางจื้อเหนียนรู้ความลังเลสับสนของเธอ “ถ้าไม่อยากบอกท่านก็ไม่จำเป็นต้องบอกหรอก”
เซ่าเยว่ “ทำได้จริง ๆ เหรอคะ?”
เมื่อพูดจบ เธอก็เห็นซางจื้อเหนียนเผยรอยยิ้มเย็นชาออกมา “การแต่งงานและการหย่าร้างไม่ใช่เรื่องของคุณคนเดียว การแต่งงานของพวกคุณล้มเหลว เจียงเฉินหานมีส่วนรับผิดชอบ ควรให้เขาไปทนรับการซักถามของคุณปู่เอง ไม่ใช่คุณ”
ซางจื้อเหนียนพูดออกมาตรงกับความคิดในใจของเซ่าเยว่
เธอไม่ได้กลัวการไปพบคุณปู่ ครั้งก่อนที่ไปฟ้องก็เพื่อบีบให้เจียงเฉินหานหย่า ในเมื่อเจียงเฉินหานให้ความร่วมมือก็ไม่จำเป็นต้องไปฟ้องแล้ว ดังนั้นที่เหลือก็แค่บอกเรื่องหย่าเท่านั้น

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักครั้งใหม่กับพี่ชายอดีตสามี