เซ่าเยว่ “...”
เธอปฏิเสธข้อเสนอของลู่เจี้ยนเฉินแล้วนะ!
เซ่าเยว่ทำหน้าเย็นชา [ลู่เจี้ยนเฉินไม่ได้บอกเรื่องนี้กับฉันเลย]
กู้อี้ชวน [หมอนี่ชอบทำก่อนแล้วค่อยบอกทีหลัง จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วทำให้เธอปฏิเสธก็ไม่ได้ ไม่ปฏิเสธก็ไม่ได้ ที่ฉันรำคาญเขามาตลอดก็มีเหตุผลนะ]
เซ่าเยว่ [...]
เธอไม่ได้ปฏิเสธความกระตือรือร้นและการผดุงความยุติธรรมของลู่เจี้ยนเฉิน แต่ความกระตือรือร้นนี้ก็มากเกินไปเช่นกัน เซ่าเยว่รู้สึกรับมือไม่ไหวนิดหน่อย
กู้อี้ชวน [งั้นฉันไปได้ไหม?]
[ฉันไม่แน่ใจว่าจะไปหรือเปล่า]
ลู่เจี้ยนเฉินไม่ได้หารือกับเธอล่วงหน้า เซ่าเยว่เลยแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง ถ้าเลี่ยงได้ก็จะเลี่ยง
[อีกอย่างลู่เจี้ยนเฉินเป็นญาติผู้พี่ของนาย พวกนายสองคนเจอกัน นายไม่จำเป็นต้องบอกเรื่องพวกนี้กับฉัน] เซ่าเยว่ไม่เข้าใจว่าทำไมกู้อี้ชวนต้องขอความเห็นชอบจากเธอด้วย
กู้อี้ชวนคล้ายกับรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ เลยพูดอย่างเอาใจใส่ว่า [ฉันเป็นเพื่อนของเจียงเฉินหาน ฉันกลัวว่าเธอเห็นฉันแล้วจะรำคาญฉัน ฉันไม่อยากทำให้เธอไม่พอใจ]
เซ่าเยว่ขมวดคิ้ว [นั่นมันคนละเรื่องกัน]
กู้อี้ชวน [ทำไมฉันคิดว่าไม่เหมือนนะ ถึงยังไงเธอก็ไม่ยอมรับการลงทุนที่ฉันให้เซ่าสวิน เรื่องนี้เธอต้องยอมรับสิว่าเธอมีอคติกับฉันมากเกินไปเพราะเจียงเฉินหาน ฉันเป็นคนใส่ใจ เลยต้องถามให้ชัดเจนไม่ใช่เหรอ?]
เซ่าเยว่ “...”
อีคิวของกู้อี้ชวนก็ไร้ที่ติเช่นกัน
ถึงแม้เซ่าเยว่จะรู้สึกว่าพูดมากไปหน่อย แต่ก็ต้องยอมรับว่าเขาพิจารณาเรื่องราวจากในมุมของเธออย่างเต็มที่ พูดจาจริงใจ ใส่ใจความรู้สึกของเธออย่างยิ่ง
ถึงขนาดที่รายละเอียดเล็ก ๆ ที่เซ่าเยว่เองก็มองข้ามไป เขากลับยังคงใส่ใจ
ผู้หญิงคนไหนจะไม่หวั่นไหวได้บ้าง?
เซ่าเยว่แค่วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของกู้อี้ชวนกับเพศตรงข้ามเท่านั้น เธอไม่มีทางคิดอะไรกับกู้อี้ชวนแน่นอน
แต่เธอคงไม่เหมารวมเพราะความสัมพันธ์ของกู้อี้ชวนกับเจียงเฉินหานอีกแล้ว ถึงอย่างไรเขายังคงเป็นญาติผู้น้องแท้ ๆ ของลู่เจี้ยนเฉิน
ถ้ากู้อี้ชวนคำนึงถึงความรู้สึกของเธอมากเกินไปจนไม่ติดต่อกับลู่เจี้ยนเฉิน เซ่าเยว่ก็จะแบกรับความผิดอย่างไม่มีเหตุผล เธอไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับอะไรแล้วจริง ๆ
เซ่าเยว่ [นี่เป็นเรื่องของนายกับญาติผู้พี่ของนาย ไม่ต้องสนใจฉัน]
กู้อี้ชวน [ฉันยังกังวลอยู่ดีกว่าเธอเห็นฉันแล้วจะหมดความอยากอาหาร]

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักครั้งใหม่กับพี่ชายอดีตสามี