ซางจื้อเหนียนหยุดชะงัก ยืนอยู่หน้าประตู แล้วมองเซ่าเยว่อย่างลุ่มลึกแวบหนึ่ง “คุณคิดว่ายังไงล่ะ?”
เซ่าเยว่ “ตอนแรกไม่ต้องอยู่ด้วยกันใช่ไหมคะ?”
ซางจื้อเหนียน “อย่าเพิ่งรีบเลย รอให้แม่ของผมมาเมืองไห่ก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
เซ่าเยว่ไม่ค่อยอยากจะหารือเรื่องนี้ในตอนนี้จริง ๆ “แต่ประธานซาง ฉันต้องเตือนคุณไว้ก่อนนะคะ ต่อให้ต้องแกล้งทำเป็นอยู่ด้วยกัน ฉันก็จะไม่ย้ายไปอยู่บ้านคุณ ฉันมีบ้าน มีห้องหนังสือของฉัน มีชีวิตที่ฉันคุ้นเคย ก่อนหน้านี้ฉันตัดสินใจแล้วว่าจากนี้ไป ต่อให้คบใคร ฉันก็จะไม่ยอมให้ตัวเองคับข้องใจเพื่อให้เข้ากับฝ่ายชายอีกแล้ว...”
เซ่าเยว่รู้ว่าคำพูดนี้จะทำให้เขาไม่พอใจ แต่ก็ต้องพูดอยู่ดี “ประธานซาง เมื่อกี้คุณก็พูดแล้วว่าขั้นตอนการร่วมมือกันที่ดีที่สุดคือทุกคนต่างมีความสุข ฉันเคยถูกเอาเปรียบเพราะความรักมาแล้วครั้งหนึ่ง ต่อให้แกล้งคบกัน ฉันก็ไม่มีทางยอมให้ตัวเองคับข้องใจแน่ ไม่อย่างนั้นฉันแกล้งทำไปก็คงทรมาน และไม่ตรงกับนิสัยของฉันด้วย คบกันด้วยท่าทางสมจริงที่สุดถึงจะสามารถแกล้งทำได้เหมือนจริงมากขึ้นใช่ไหมคะ พอถึงตอนนั้นถ้าจำเป็นต้องอยู่ด้วยกัน อาจจะต้องให้ประธานซางย้ายมาอยู่บ้านของฉันค่ะ บ้านของฉันมีห้องเยอะ ไม่ขาดห้องของประธานซางแน่นอนค่ะ”
ซางจื้อเหนียนคาดไม่ถึง “ไม่ยอมถอยแม้แต่ครึ่งก้าว?”
เซ่าเยว่ “ใช่ค่ะ”
เธอยิ้ม “เมื่อเทียบกับคุณแล้ว ประสบการณ์มีความรักและการอยู่ร่วมกับคนอื่นของฉันมีเยอะกว่ามาก แถมประสบการณ์พวกนี้ยังมาจากเจียงเฉินหานทั้งนั้น ตลอดสามปีที่ผ่านมาได้เรียนรู้บทเรียนมาไม่น้อย ดังนั้นฉันจะไม่ยอมทนคับข้องใจอีกแม้แต่นิดเดียวค่ะ”
ซางจื้อเหนียนกำมือแน่น
บทเรียนที่ได้รับฝังลึกขนาดนี้ อธิบายได้แค่ว่าเธอเคยทุ่มเทอย่างมาก แต่ถูกทำให้ผิดหวัง ถึงได้เจ็บปวดใจ...เจียงเฉินหานไม่คู่ควรกับความดีของเซ่าเยว่เลย!
“ประธานซาง คุณรับได้ไหมคะ?”
ซางจื้อเหนียนข่มกลั้นโทสะที่เกิดจากความสงสารในใจ มองไปที่ดวงตาของเซ่าเยว่อย่างลึกซึ้ง “วางใจได้ ที่คบกับคุณก็เพราะผมรักคุณ ผมรักคุณ ผมก็ทำได้ทุกอย่างเพื่อคุณ”
เขาจะทำให้เซ่าเยว่รู้ว่า เขาไม่เหมือนเจียงเฉินหาน!
ซางจื้อเหนียนเอ่ยคำพูดประโยคนี้จบก็หันหลังกลับเข้าบ้าน ก่อนปิดประตู เขามองไปทางเธอแล้วกำชับว่า “พักผ่อนเร็ว ๆ ละ”
เซ่าเยว่อึ้งไปหนึ่งวินาที ถึงค่อยพยักหน้า “ค่ะ”
เสียง “ปัง” ดังขึ้น ซางจื้อเหนียนปิดประตูแล้ว
เซ่าเยว่ถึงค่อยหันกายกลับเข้าบ้าน เมื่อประตูปิดแล้ว เธอก็เอาหลังพิงกับประตู หัวใจเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย
ตอนที่ซางจื้อเหนียนบอกว่ารักเธอ สายตาของเขาดูจริงจังจนเหมือนกับเรื่องจริง ไม่เหมือนการแสดงเลยสักนิดเดียว
สายตาของซางจื้อเหนียนมีพลังมองทะลุทะลวง เมื่อถูกเขาจับจ้องก็เหมือนกับถูกเขากดดันอย่างหนัก แต่ทั้งหมดมีเพียงความเย็นชาไร้อารมณ์ ไม่มีความอบอุ่นเลย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักครั้งใหม่กับพี่ชายอดีตสามี