ตอนที่ : 10 ทำผิดก็ต้องขอโทษ
5
ทำผิดก็ต้องขอโทษ
เช้าวันนี้นางอำไพเตรียมทำเปียกปูนกะทิสดให้ลูกค้าตามยอดสั่งแล้วก็จัดแจงแบ่งใส่ตะกร้าไว้เพื่อให้ลูกสาวนำไปขอโทษนางพิมพ์พรเรื่องปีนกำแพงบ้านเมื่อวานนี้ รุ้งพรายเองก็เลือกแต่งตัวในชุดสุภาพเรียบร้อย หญิงสาวสวมเสื้อผ้าลูกไม้สีขาวแขนกุดกับกระโปรงสีครีมยาวคลุมเข่าเล็กน้อย
“แม่เอาขนมใส่กล่องคนเดียวได้แน่นะ ทำทันหรือเปล่า” รุ้งพรายยังเป็นห่วงมารดาที่ยังทำงานไม่เสร็จ
“ทันสิรุ้ง ลูกค้านัดมาเอาตอนสิบโมงมีเวลาเหลือเฟือ อีกอย่างรุ้งก็ตื่นมาช่วยแม่ทำตั้งแต่ไก่โห่แล้วด้วยรีบไปเถอะสาย ๆ แบบนี้เหมาะสำหรับกินของว่าง”
“งั้นรุ้งไปก่อนนะคะแม่” รุ้งพรายหิ้วตะกร้าแล้วเดินออกจากประตูบ้าน ไปหยุดยืนกดกริ่งที่บ้านของนางพิมพ์พร
เพราะแม่บ้านยังไม่กลับมาจากต่างจังหวัด คนเดินมาเปิดประตูให้จึงเป็นเตชัส ชายหนุ่มยืนอึ้งอยู่นานกว่าจะนึกออกว่าใครยืนอยู่หน้าประตูบ้านของตัวเอง
“เธอเองเหรอรุ้ง”
“พี่เต” รุ้งพรายก็ออกอาการงุนงงเล็กน้อย เตชัสเปลี่ยนไปมากจากเมื่อเจ็ดปีก่อน หนุ่มผอมแห้งสูงโย่งในอดีตจะกลายมาเป็นหนุ่มตัวหนาหน้าตามีเสน่ห์ไปได้ถึงเพียงนี้
“ตะลึงเลยรึไงรุ้ง” คนถูกมองลอบยิ้มให้กับปฏิกิริยาของอีกฝ่าย แน่ล่ะ เป็นใครก็ต้องมองเขาตาค้างแบบนี้ทุกคน
“อ้อ สวัสดีค่ะพี่เต” รุ้งพรายรีบยกมือขึ้นไหว้เขา เพราะมัวแต่ตกตะลึงจึงเสียมารยาทไปบ้าง
“มาทำไม” เตชัสยืนขวางทางเหมือนไม่อยากให้เธอเข้าบ้านเขา
“รุ้งจะมาขอโทษเรื่องเมื่อวานค่ะ ขอรุ้งเข้าไปหาคุณป้าพิมพ์นะคะพี่เต” หญิงสาวพยายามไม่อารมณ์เสียในตอนนี้ เตชัสยื่นหน้ามาใกล้แล้วเบะปากใส่เธอ
“ไม่ให้เข้า”
“พี่เต ! รุ้งไม่ได้มาหาพี่เตแต่มาหาคุณป้าพิมพ์นะคะ”
“เหรอ มาหาแม่หรือมาหาพี่คริษฐ์กันแน่”
“จะมาหาใครก็ช่างไม่ได้มาหาพี่เตก็แล้วกัน”
“ยัยรุ้งนี่บ้านพี่นะ พี่ไม่ให้เข้า”
“บ้านคุณป้าพิมพ์กับพี่คริษฐ์ต่างหากพี่เตไม่มีปัญญาสร้างบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้หรอก” รุ้งพรายหมดความอดทนกับเขาแล้ว ตั้งแต่เล็กจนโตขัดเธอเสียทุกเรื่อง ไม่รู้จะจงเกลียดจงชังอะไรกันหนักหนา
“นี่กล้าว่าพี่เหรอรุ้ง นิสัยเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนไม่มีความเกรงใจพี่เลยสักนิด”
“ถ้าพี่เตทำตัวดี ๆ รุ้งมีหรือจะไม่เกรงใจ”
“ยัยรุ้ง !”
“โอ๊ย ! ปล่อยรุ้งนะพี่เต” รุ้งพรายถูกเตชัสกระชากต้นแขนแล้วผลักให้ออกจากหน้าบ้านไป
“ออกไปเลย ! กลับบ้านไปเลย มาทางไหนไปทางนั้น บ้านนี้ไม่มีใครเขาต้อนรับเธอหรอกรุ้ง”
“ไอ้พี่เต !” ‘หมดกันภาพลักษณ์ที่รักษาไว้ก่อนหน้า’
“กลับบ้านไปเลยชิ่ว ๆ” เตชัสสะบัดมือไล่เหมือนเธอเป็นตัวเชื้อโรคร้ายอะไรสักอย่าง รุ้งพรายยืนหิ้วตะกร้าขนมอยู่หน้าบ้าน เขาก็ยืนขวางทางเดินประตูเอาไว้ พร้อมจะผลักออกหากเธอถลาเข้าไปหา ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ รุ้งพรายชะเง้อคอเข้าไปมองภายในบ้าน จากนั้นก็ยกมือขึ้นป้องปาก
“คุณป้าพิมพ์อยู่ไหมคะ ! รุ้งมาหาค่ะ ! แม่ให้เอาขนมมาให้ค่า ! คุณป้าพิมพ์อยู่ไหมคะพี่เตไม่ยอมให้รุ้งเข้าบ้านค่า !”
“เฮ้ย ! ยัยรุ้ง” เตชัสวิ่งเข้าไปหาหญิงสาว รีบเอาฝ่ามือปิดปากที่ส่งเสียงตะโกนดังลั่นเอาไว้
“ขอโทษเรื่องอะไรล่ะลูกป้าไม่เห็นรู้เรื่องเลย” รุ้งพรายได้ยินแล้วก็หันไปมองหน้าคริษฐ์ หรือเขายังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับมารดา แต่เมื่อตั้งใจมาขอโทษแล้วเธอก็ต้องทำ
“รุ้งจะมาขอโทษเรื่องที่ปีนกำแพงบ้านคุณป้าพิมพ์เข้ามาเก็บลูกบอลเมื่อวานนี้ค่ะ”
“ยัยรุ้งนี่เธอกล้าปีนกำแพงบ้านพี่เหรอ” เตชัสเสียงดังใส่เธอ เจตนาต่อว่าให้เธอได้อับอาย
“คือรุ้งไม่เห็นรถจอดอยู่สักคันค่ะ เลยคิดว่าไม่มีใครอยู่”
“แต่ผมอยู่ครับแม่” คริษฐ์เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้น
“อ้าว คริษฐ์อยู่ทำไมไม่เปิดประตูให้น้องล่ะ”
“พี่คริษฐ์ไม่ผิดค่ะคุณป้าพิมพ์ คือรุ้งไม่ได้กดกริ่งหน้าบ้านค่ะ พอคิดว่าไม่มีคนอยู่เลยถือวิสาสะปีนกำแพงข้ามมาเลย”
“ขากลับดันปีนกลับไม่ได้ เดือดร้อนผมต้องไปส่งที่ประตูอีก” คริษฐ์ซ้ำเติมเธอต่อ
“ทีหลังไม่ทำแบบนี้นะหนูรุ้ง เดี๋ยวตกลงมาแข้งขาหักกันพอดี” นางพิมพ์พรเตือนด้วยความหวังดี
“รุ้งขอโทษค่ะคุณป้าพิมพ์ ต่อไปไม่กล้าทำแบบนั้นอีกแล้วค่ะ” รุ้งพรายพนมมือขึ้นไหว้นางพิมพ์พรพร้อมรับปาก
“แล้วนั่นตะกร้าอะไร”
“อ้อ ขนมเปียกปูนกะทิสดค่ะ แม่ให้เอามาฝากคุณป้าพิมพ์ด้วยค่ะ” หญิงสาวเลื่อนตะกร้าไปตรงหน้าของนางพิมพ์พร
“หน้าตาน่ากินมากเลย คริษฐ์ดูสิลูกต้องอร่อยแน่ ๆ ฝีมืออำไพเขาขึ้นชื่อเรื่องขนมไทยอยู่แล้ว” นางพิมพ์พรเปิดดูแล้วก็เลื่อนไปให้ลูกชายคนโตดูต่อ
“ไหน ๆ วันนี้รุ้งก็มาแล้วอยู่คุยกับป้าก่อนนะลูก วันหยุดป้าไม่ได้ไปไหนเลย”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักร้ายจอมทระนง