ตอนที่ : 11 ทำผิดก็ต้องขอโทษ 2
“เอ่อ เห็นทีจะไม่ได้ค่ะคุณป้าพิมพ์ รุ้งจะกลับไปช่วยแม่ห่อขนมใส่กล่องค่ะ” รุ้งพรายไม่อยากอยู่ต่อแล้ว เพราะสายตาของสองพี่น้องไม่ได้อยากต้อนรับเธอเลย
“เสียดายจังวันหลังนะหนูรุ้ง แวะมาคุยกับป้าให้ได้นะลูก ป้าคิดถึงอยากคุยด้วยนาน ๆ”
“ค่ะเอาไว้วันหลังรุ้งจะมาใหม่นะคะคุณป้าพิมพ์”
“เตเอาขนมไปใส่ถ้วยไว้ แล้วล้างกล่องมาคืนน้องด้วย”
“ครับ” เตชัสหิ้วตะกร้าขนมเข้าครัวไปตามคำสั่งของมารดา ไม่ถึงห้านาทีก็กลับออกมาพร้อมกล่องที่ล้างเรียบร้อยแล้ว
“ไปเปิดประตูให้น้องด้วย”
“ครับ” เขาตอบรับแบบไม่เต็มใจสักเท่าไหร่
รุ้งพรายยกมือขึ้นไหว้นางพิมพ์พร แล้วหันมาไหว้คริษฐ์ ทำไมเธอถึงละสายตาจากเขาไม่ได้สักที หญิงสาวเดินตามหลังเตชัสไปยังประตูทางเข้า และรู้ว่าเขาจะต้องหาเรื่องกลั่นแกล้งเธออีกแน่
“จะมาอ่อยพี่คริษฐ์เหมือนตอนนั้นอีกเหรอรุ้ง มารยาเสียจริง” เป็นจริงอย่างที่คิดยังไม่พ้นประตูบ้านด้วยซ้ำเตชัสก็กวนประสาทเธอเสียแล้ว
“แล้วแต่พี่เตจะคิดค่ะ เอาตะกร้ารุ้งคืนมา”
“เดี๋ยวซิ” เตชัสยื้อตะกร้าที่รุ้งพรายแย่งเอากลับคืน
“มีอะไรอีก”
“เธอไม่มีวันสมหวังหรอกรุ้ง เพราะอะไรรู้ไหม พี่เคยบอกพี่ คริษฐ์ว่าพี่ไม่อยากได้เธอมาเป็นพี่สะใภ้ พี่คริษฐ์ตอบยังไงรู้ไหม” เตชัสเว้นจังหวะเพื่อดูท่าทีของหญิงสาว รุ้งพรายไม่ได้แสดงอาการโกรธออกมาแต่ยืนนิ่งเหมือนคนลุ้นคำตอบจากเขาอยู่
“ไม่มีวันนั้นหรอกเต พี่คริษฐ์พูดแบบนี้เลยล่ะรุ้ง” เขาทวนคำพูดพี่ชายพร้อมยิ้มยั่วให้รุ้งพรายโกรธ แต่หญิงสาวก็ทำเพียงเม้มริมฝีปากเอาไว้แน่นไม่ได้โต้ตอบออกมา
“พี่คริษฐ์พูดชัดเจนแบบนี้แล้ว ก็จำเอาไว้ว่าเธอไม่มีวันจะมาเป็นพี่สะใภ้ของพี่ได้แน่ ตัดใจซะอย่ามาทำรุ่มร่ามในบ้านพี่อีก” เตชัสดันตะกร้าคืนหญิงสาวแบบแรง ๆ ก่อนจะปิดประตูใส่หน้าเสียงดัง
เขามองรุ้งพรายที่เดินกลับบ้านไปแบบคนเหม่อลอย ความตั้งใจแรกที่จะหลอกให้หลงรักแล้วทิ้งแบบไร้ค่ามันใช้ไม่ได้กับรุ้งพราย เมื่อหลอกให้รักไม่ได้ก็ไม่ต้องรักษาท่าทีอีกต่อไป
รุ้งพรายยอมรับว่าตกใจกับคำพูดของเตชัสอยู่ไม่น้อย เมื่อก่อนนั้นมีแต่เธอที่วีนเหวี่ยงใส่เขา นี่มันเป็นช่วงเอาคืนหรืออย่างไรกัน หญิงสาวเดินคอตกหิ้วตะกร้าเข้าไปในบ้านของตัวเอง
“เป็นไงบ้างรุ้งเจอคุณป้าพิมพ์เขาไหมลูก”
“เจอค่ะแม่รุ้งขอโทษคุณป้าพิมพ์เรียบร้อยแล้วนะคะ”
“ดีแล้วลูก เราทำผิดก็ต้องขอโทษเป็นเรื่องที่สมควรทำแล้ว แล้วทำไมหน้างอแบบนั้นล่ะ”
“โกรธพี่คริษฐ์กับพี่เตเหรอลูก”
“ไม่ได้โกรธหรอกค่ะ แต่พี่คริษฐ์กับพี่เตทำท่าเหมือนไม่อยากต้อนรับรุ้ง เลยไม่อยากไปยุ่งกับพวกเขาอีกค่ะ กลัวเขาจะรำคาญลูกกะตาเอา” มีความแง่งอนในน้ำเสียงเล็กน้อย
“แหมะ ลูกสาวแม่คิดได้ขนาดนี้เลยเหรอ เมื่อก่อนแม่เตือนปาว ๆ ก็ไม่ฟังจะมุดรั้วไปหาหนุ่มอยู่เรื่อย” นางอำไพหยอกล้อลูกสาวให้ได้ยินเสียงหัวเราะได้ พลอยโล่งอกที่รุ้งพรายไม่ดื้อดึงเอาแต่ใจเหมือนเมื่อก่อน
“คิดได้แล้วค่ะแม่ แต่ตัดใจยังไม่ได้”
“รุ้งเอ๊ย ผู้ชายไม่ได้มีแค่พี่คริษฐ์คนเดียวนะลูก มองคนอื่นบ้างก็ได้”
“ตอนนี้รุ้งยังไม่อยากมองใครเลย อยากอยู่กับแม่แบบนี้ไปนาน ๆ”
“ปากหวานจริงนะลูกสาวแม่ อ้อ วันนี้แม่จะออกไปซื้อของใช้ที่ห้างรุ้งขับรถพาแม่ไปหน่อยนะลูก เราจะได้แวะไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ ๆ ด้วยไง”
“ดีเลยค่ะแม่ มาอยู่นี่เกือบเดือนแล้วยังไม่มีเวลาไปเดินห้างเลย รอแป๊บหนึ่งนะคะรุ้งขอไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดก่อน กลิ่นกะทิติดเต็มตัวเลยนี่” หญิงสาวก้มหน้าลงทำจมูกฟุดฟิดตรงเสื้อของตัวเอง
“จ้า แม่ก็จะอาบน้ำใหม่เหมือนกันเหม็นเหงื่อมาก” นางอำไพดึงคอเสื้อตัวเองมาดมแล้วส่ายหน้าไม่ต่างจากคนเป็นลูก
สองแม่ลูกใช้เวลาในการเลือกซื้อของใช้และเสื้อผ้าต่อ เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่รุ้งพรายไม่ได้พบเจอมาเสียหลายปี ตอนทำงานอยู่ไร่ของบิดาก็มีแต่งานกับงาน ทุกคนดูจริงจังกับชีวิตค่อนข้างมาก น้อยครั้งที่จะได้เฮฮาปาร์ตี้กัน หญิงสาวพามารดาเข้าร้านเสริมสวย ต่อด้วยร้านนวด ใช้เวลาที่อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขให้มากที่สุด

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักร้ายจอมทระนง