เจียงชูหนิงกัดริมฝีปาก น้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาพร้อมกับคำพูดของเธอทันที เธอพูดโต้กลับเสียงเบาว่า
"แต่......แต่ว่าเรื่องแบบนี้จะใช้เหตุผลมาพูดไม่ได้นะคะ ตอนที่คุณปู่เจียงจากไป คุณร้องไห้ไหม?"
"ไม่"
หยกน้ำตาที่คลอเบ้าอยู่บนดวงตาสวยงามของเจียงชูหนิง มองไปที่เขาอย่างไม่เชื่อสายตา ไม่คิดว่าเขาจะเป็นคนที่เลือดเย็นได้ถึงขนาดนี้
เจียงซ่างหานก้มหน้าดูนาฬิกาข้อมือ "เครื่องบินยังมีเวลาอีกกว่าครึ่งชั่วโมงถึงจะแลน เธออยากจะร้องก็ฉวยโอกาสนี้ แต่เธอต้องเข้าใจ น้ำตาเป็นสิ่งที่ไม่มีประโยชน์บนโลกใบนี้ การร้องไห้ไม่ช่วยแก้ไขปัญหา"
เจียงชูหนิงสะอื้นในลำคอ ไม่ปล่อยให้ตัวเองส่งเสียงร้องออกมา เธอหันหน้าวิ่งเข้าไปในห้องนอน ก่อนจะล็อคประตู ฟุบหน้าร้องไห้ฟูมฟายอยู่บนเตียง
หลังจากครึ่งชั่วโมง เครื่องบินลงจอดตรงเวลาที่สนามบินส่วนตัว
ระหว่างทางไปโรงพยาบาล เจียงชูหนิงมองออกไปยังนอกหน้าต่างด้วยดวงตาแดงก่ำ สะอื้นให้พอเป็นพิธี
หน้าประตูโรงพยาบาล นักข่าวสื่อมวลชนมากมาย ไม่รู้ว่าไปได้ข่าวว่าท่านทวดเจียงป่วยหนักมาจากไหน ทยอยมายืนออกันตรงหน้าประตู ต้องการข่าวใหม่ล่าสุด
ทั้งในและนอกโรงพยาบาล ก็มีคนของตระกูลเจียงมากมายไปๆมาๆ
รถสีดำจอดตรงประตูข้างของโรงพยาบาล ที่นี่มีรถจอดอยู่สองสามคัน ต่างก็ไม่ต้องการถูกสื่อมวลชนมารบกวน
หลังจากเจียงชูหนิงลงจากรถ เธอก็รีบพุ่งตัวเข้าไปในโรงพยาบาล เธอวิ่งไปได้ไม่กี่ก้าว ก็ได้ยินเสียงราบเรียบของชายหนุ่มดังจากด้านหลังเสียก่อน "หยุด"
เจียงชูหนิงหันกลับไป สะอื้นพลางพูดว่า "คุณ......"
เมื่อเธอเห็นเจียงซ่างหานเข้ามาใกล้ เธอก็ก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
เจียงซ่างหานพูด "อย่าขยับ"
เจียงชูหนิงยืนนิ่งอย่างเชื่อฟังทันที
เจียงซ่างหานถอดเสื้อนอกของเขาออก ก่อนจะนำไปวางบนไหล่ของเธอ และก้าวขาเดินไปข้างหน้าทันที
เจียงชูหนิงตกตะลึง ก้มลงมอง ก่อนจะรู้ตัว ว่าตัวเองยังอยู่ในชุดนอน
เธอกระชับเสื้อตัวนอกของเขาแน่น ก่อนจะรีบตามเจียงซ่างหานเข้าไปด้านในทันที
ด้านนอกห้องพักผู้ป่วย มีคนมารวมตัวกันมากมาย
บรรยากาศที่เดิมที่ตึงเครียดอยู่แล้ว เมื่อเจียงซ่างหานปรากฏตัว ก็ยิ่งเพิ่มความเหนียวเข้าไปอีก
เมื่อเห็นเจียงชูหนิงที่อยู่ข้างหลังเจียงซ่างหานแล้ว สีหน้าก็แตกต่างกันออกไป
ในตอนนี้เอง เจียงจิ้งเหยาก็ออกมาจากห้องพักผู้ป่วย
เจียงชูหนิงเดินไปตรงหน้าเขา เตรียมพร้อมรับมือกับการถูกตีแล้ว "คุณพ่อ......"
แต่เจียงจิ้งเหยาไม่โกรธเธอ เพียงแค่พูดว่า "เข้าไปหาคุณทวดเป็นครั้งสุดท้ายเถอะ"
เจียงชูหนิงที่เพิ่งอดกลั้นน้ำตาไว้ได้ไม่นาน ก็พลันร้องไห้อีก รีบวิ่งเข้าไปในห้องพักผู้ป่วย
ในห้องพักผู้ป่วย ท่านทวดเจียงนอนอยู่บนเตียง ดูคล้ายว่ากำลังหลับใหล
เจียงชูหนิงนั่งคุกเข่าอยู่ข้างกายเขา ในที่สุดก็อดไม่ได้ "คุณทวด......"
ท่านทวดเจียงลืมตาขึ้นมา ปากขยับ "หนิงหนิง"
เจียงชูหนิงร้องไห้อย่างหนัก "คุณทวดคะ หนูไม่ดีเอง หนูไม่ควรหนีไปเมืองหนานเฉิง......ต่อไปหนูจะเชื่อฟังค่ะ คุณทวดไม่จากไป......"
ท่านทวดเจียงมีสีหน้าชื่นใจ เขายังมือขึ้นลูบศีรษะของเธออย่างยากลำบาก ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงโรยราเหลือเกิน "กลับมา......ก็ดีแล้ว"
วินาทีถัดมา เครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่อยู่ถัดจากเขาพลันส่งเสียง บี๊บ
"คุณทวด!!"
......
แดดยามเที่ยงนั้นสวยงามและสว่างจ้า สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างทรงสูงเข้ามาในห้อง ความร้อนระอุเพิ่มขึ้นทีละน้อย
หร่วนซิงหว่านไม่รู้ว่าถูกปลุกด้วยความร้อน หรือว่าถูกแสงแดดแสบตาปลุกกันแน่
เธอลุกขึ้นมานั่งบนเตียง ขยับคอไปมา นอกจากจะรู้สึกปวดเมื่อยตามร่างกายแล้ว ก็ยังรู้สึกปวดศีรษะเพราะฤทธิ์สุราอีกด้วย
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สามีเก่า...มาขอแต่งงานอีกแล้ว
เอาอีกแล้ว รวบรัดตัดจบในสามบทสุดท้าย ตัดทิ้งดื้อๆ ไม่เล่าว่าพี่กับพ่อพระเอกเป็นยังไง และตระกูลของหนิงหนิงเป็นไงกัน น้าชั่วของหนิงหนิงตายจริงไหม...